หุ้นไทยอ่อนตัว สารพัดปัจจัยกดดัน จับตาศาล รธน.พิจารณาโหวตชื่อนายกซ้ำ
บล.กรุงศรี พัฒนสินฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวแนวรับ 1,510-1,515 จุด หลายปัจจัยกดดัน “ฟิทช์เรทติ้งส์ ขู่ลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารสหรัฐหลายแห่ง-ยอดค้าปลีกพุ่งกว่าคาดอาจทำให้เฟดคงดอกเบี้ยสูงนาน-เศรษฐกิจจีนชะลอตัวตามปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์” จับตาศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา “รับ-ไม่รับ” คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีการเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำ
วันที่ 16 สิงหาคม 2566 บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสินฯ รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยว่า เมื่อวานนี้ดัชนี SET Index ร่วง 14 จุด (-0.94%) ปิดที่ระดับ 1,521 จุด กังวลทิศทางเศรษฐกิจจีน เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจในหลายกิจกรรมอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดไว้ อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. 2566
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมิน SET อ่อนตัวแนวรับ 1,510-1,515 จุด จากหลายปัจจัยกดดันได้แก่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ขู่ลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารสหรัฐหลายแห่ง ยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้นมากกว่าคาด อาจทำให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงต่อไป
นอกจากนี้ความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัวตามปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์, ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. หดตัวลง จะเป็นแรงกดดันดัชนี จึงแนะนำ Selective buy เช่นเดิม
ประเด็นสำคัญวันนี้คือ 1.ติดตามศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำสั่งประเด็นเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่ แบ่งเป็น 3 แนวทางคือ 1.รับคำร้องและกำหนดคำสั่งชั่วคราวชะลอเลือกนายกฯจนกว่าศาลจะตัดสิน 2.รับคำร้องไม่มีคำสั่งชั่วคราว และ 3.ยกคำร้อง เราเลือกแนวทางที่ 3 จะเป็นบวกกับตลาดและทำให้การเมืองเดินหน้าต่อได้
2.ความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน ยังเป็นข้อกังวลของตลาด วานนี้จีนรายงานตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 3.7% YOY แต่น้อยกว่าที่ Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.4% YOY เช่นเดียวกับยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 2.5% YOY แต่น้อยกว่าที่ Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.5% YOY
3.ดาวโจนส์ร่วงแรงกังวลข่าวฟิทช์ขู่ลดเครดิตกลุ่มธนาคารในสหรัฐ โดยดาวโจนส์ ลดลง 361 จุด (-1.02%) ปิดที่ 34,946 จุด หลังฟิทช์ เรตติ้ง เตือนจะลดเครดิตกลุ่มธนาคารในสหรัฐทรวมไปถึงเจพีมอร์แกน ธนาคารที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ตัวเลขยอดค้าปลีกที่ดีเกินคาดยังสร้างความกังวลให้ตลาดว่า เฟดจะคงดอกเบี้ยเป็นเวลานาน
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ WHA (ปิด 4.86 บาท ซื้อ/เป้า 5 บาท) ได้ข่าวดีรัฐบาลจีนเห็นชอบให้บริษัท ฉางอัน ออโตโมบิล ยื่นขอรับการส่งเสริมฯ จาก BOI เฟสแรกมูลค่า 8.8 พันล้านบาท เป็นบวกต่อยอดขายที่ดินของ WHA หลังจากที่ก่อนหน้า ฉางอัน ขอชะลอซื้อ
และ ERW (ปิด 4.82 บาท ซื้อ/เป้า IAA Consensus 5.70 บาท) งบไตรมาส 2/66 ไม่ได้แย่เหมือน CENTEL โดยมีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท ดีขึ้นจากที่ขาดทุนสุทธิ 139 ล้านบาทใน 2/65 และดีกว่าที่ Consensus คาดไว้ 54% (คาดไว้ 92 ล้านบาท)