ปูนซิเมนต์ไทย ส่งบริษัทลูกของ SCGC ตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Braskem ลุยผลิตไบโอ-เอทิลีนจากเอทานอล ถือหุ้น 49 : 51% ตั้งโรงงานที่นิคมฯมาบตาพุด จ.ระยอง คาดจะเสร็จสิ้นภายในปี 2567
วันที่ 17 สิงหาคม 2566 นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัท ไทยโพลิเอทิลีน จำกัด (TPE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
ที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัท Braskem S.A. ผ่านบริษัทย่อยคือ Braskem Netherland B.V. และบริษัท Braskem Europe GmbH (หรือรวมเรียกว่า Braskem)
และจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนสำหรับผลิตไบโอ-เอทิลีนจากเอทานอล (Green-Ethylene from ethanol) โดย SCGC จะถือหุ้นบริษัทร่วมทุนใหม่นี้ในสัดส่วน 49% และ Braskem จะถือหุ้นในสัดส่วน 51% ทั้งนี้ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนจะเสร็จสมบูรณ์ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว
ไบโอ-เอทิลีน ที่ผลิตจากบริษัทร่วมทุนนี้ จะถูกส่งไปยังโรงงานปลายน้ำของ SCGC เพื่อผลิตเม็ด
พลาสติกไบโอ-พอลิเอทิลีน (Green-Polyethylene หรือ Green-PE) ที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบ (Negative carbon footprint) และใช้สำหรับรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั่วโลก
โดยโรงงานของบริษัทร่วมทุนจะตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ประเทศไทย ทั้งนี้ รายละเอียดทางการเงินของการลงทุนจะเป็นไปตามการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2567
SCGC มุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ดี
ยิ่งขึ้น โดยบริษัทร่วมทุนนี้จะนำเทคโนโลยีการผลิตไบโอ-เอทิลีน (Green-Ethylene) ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของ SCGC ผ่านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ SCGC มีเป้าหมายที่จะเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green
polymer) เป็น 1 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573
สำหรับ Braskem เป็นผู้นำระดับโลกด้านพลาสติกชีวภาพ มุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ด้วยสาขาในทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ทำให้ Braskem สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยให้ Braskem สามารถเติบโตและขยายธุรกิจไปทั่วโลก
ทำให้ Braskem กลายเป็นผู้ผลิตเทอร์โมพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาและเป็นผู้ผลิตไบโอ-พอลิเมอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก รวมทั้งเป็นผู้ผลิตพอลิโพรพิลีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอเมริกา
ในปี 2565 Braskem มียอดขายสุทธิประมาณ 18,731 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสินทรัพย์รวมประมาณ 17,775 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โครงการลงทุนครั้งนี้มีขนาดรายการเท่ากับ 0.58% ของมูลค่าของสินทรัพย์รวมตามงบการเงิน
รวมของ SCC สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 โดยเมื่อรวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6 เดือนก่อนวันที่มีการเข้าทำรายการนี้จะเท่ากับ 1.03%