Skip to content

โตชิบาลุยครึ่งปีหลัง เปิดตัวสินค้าใหม่ 39 รุ่น เจาะกลุ่มสินค้า Mid to High

22 ส.ค. 2566 | 15:46น.
โตชิบาลุยครึ่งปีหลัง เปิดตัวสินค้าใหม่ 39 รุ่น เจาะกลุ่มสินค้า Mid to High

โตชิบาเผยครึ่งแรกปี’66 โตสวนตลาด พร้อมลุยต่อครึ่งปีหลังเปิดตัวสินค้าใหม่ 39 รุ่น เจาะกลุ่มสินค้า Mid to High มากขึ้น ตั้งเป้าสิ้นปีโต 15%

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 นายอเล็กซ์ มา รองประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ประเทศไทยในปี 2566 ครึ่งปีแรก มีอัตราการเติบโตประมาณ 14% (ไม่รวมทีวี) โดยตลาดมีมูลค่าประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ เครื่องปรับอากาศที่เติบโตสูงถึง 36% เนื่องจากในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอากาศร้อนมาก และเครื่องทำน้ำอุ่นเติบโต 15% หม้อหุงข้าว 6%

ในขณะที่ไมโครเวฟ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้ายังคงติดลบ ซึ่งหากมองในภาพรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่นับเครื่องปรับอากาศ จะเห็นได้ว่าภาพรวมตลาดก็ยังคงทรงตัว

โตชิบา

สำหรับผลประกอบการของโตชิบา ไทยแลนด์ ในครึ่งปีแรก บริษัทเติบโตสวนตลาดถึง 15% (ไม่นับรวมเครื่องปรับอากาศ) ซึ่งกลุ่มสินค้าตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และหม้อหุงข้าว มีอัตราการเติบโตที่มากขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งในสินค้าทุกกลุ่มนี้แบรนด์โตชิบาจะติดอันดับท็อป 3 ทั้งหมด

โดยเฉพาะในปีนี้ เครื่องซักผ้าและไมโครเวฟ สามารถไต่ลำดับขึ้นมาได้ดีมาก จนไมโครเวฟของโตชิบากลายเป็นแบรนด์ที่มีมาร์เก็ตแชร์เป็นที่ 1 ของตลาด

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตกว่าตลาด เนื่องจากมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ไป 31 รุ่น และขยายกลุ่มสินค้าใหม่ โดยเน้นการเจาะสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมมากขึ้น เน้นฟังก์ชั่น IOT เพื่อให้รับกับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่

นอกจากนี้ บริษัทยังเลือกเน้นสาขาที่ขายสินค้ากลุ่มไฮเอนด์เพิ่มขึ้น รวมถึงได้ทำแคมเปญส่งเสริมการขายต่าง ๆ รวมไปถึงการสร้างการรับรู้ในสินค้าใหม่ ๆ ทั้งผ่านทางผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ณ จุดขาย รวมไปถึงการให้ KOL รีวิว และทำสื่อบน BTS บิลบอร์ดต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและเชื่อมั่นยิ่งขึ้น

นายอเล็กซ์กล่าวต่อว่า สำหรับแผนครึ่งปีหลัง โตชิบาได้วางกลยุทธ์หลักทั้งในเรื่องการออกสินค้าใหม่อีก 39 รุ่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ดิไซน์ รวมไปถึงราคา โดยแบ่งเป็นตู้เย็น 21 รุ่น เครื่องซักผ้า 4 รุ่น หมวดเครื่องครัว 6 รุ่น และเครื่องใช้ในบ้านอีก 8 รุ่น

รวมทั้งขยายช่องทางการขายใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเพิ่มจำนวนไลน์อัพสินค้าเข้าร้านค้าอีก 10% โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า Mid to High

ส่วนแคมเปญใหญ่ของวงการอีคอมเมิร์ซในช่วง 11.11 และ 12.12 บริษัทตั้งเป้าเติบโต 30% โดยทุ่มงบฯเพิ่ม 20% สำหรับกระตุ้นการขายและตอบแทนลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว และเตรียมพร้อมสำหรับเพิ่มไลน์สินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะสินค้า Exclusive ที่มีขายเฉพาะในช่องทางออนไลน์เท่านั้น เพื่อไม่ให้แย่งตลาดกับช่องทางอื่น

อีกส่วนหนึ่งที่โตชิบาให้ความสำคัญมากขึ้น คือโครงการ Partner Synergy เป็นความร่วมมือระหว่างแบรนด์กับคู่ค้าในการร่วมกันพัฒนาสินค้าและบริการให้โดนใจผู้บริโภคที่สุด

รวมทั้งยังคงสร้างแบรนด์ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งออนไลน์ เช่น โซเชียลมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ, การใช้ KOLs และออฟไลน์ เช่น บิลบอร์ด, แอลอีดีบอร์ด, รถไฟฟ้า, รถสาธารณะ เพื่อให้เกิดการรับรู้และความเชื่อมั่น ทั้งในลูกค้าที่เป็นฐานเดิมของโตชิบา รวมไปถึงฐานลูกค้าใหม่ที่ Young Gen ยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 โตชิบาได้ทุ่มงบฯการตลาดมากขึ้น เพื่อทำกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจร โดยยังคงมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูทันสมัย

อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองได้สัมผัสสินค้าจริง มีการทำโรดโชว์ทั่วประเทศต่อเนื่องทุกเทศกาล ทั้ง ณ ร้านค้าจุดขาย รวมถึงตามสถานที่ชุมชนทั่วไป รวมถึงยังให้ความสำคัญกับช่องทางขาย ที่บริษัทใส่ใจตั้งแต่การปรับปรุงหน้าร้านให้สวยงาม และภาพลักษณ์ดูพรีเมี่ยมขึ้น

โดยทั้งปี 2566 บริษัทคาดการณ์ว่าจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สถานการณ์โควิดคลี่คลาย การส่งออกดี เม็ดเงินการท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ จะส่งผลให้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งปี 2566 จะเติบโตขึ้นประมาณ 14% ซึ่งโตชิบาตั้งเป้าเติบโต 15%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาด โตชิบา