อาเซียนเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันทะยานสู่ท้องฟ้าที่เปิดกว้าง
คอลัมน์ ระดมสมอง
โดย ประดาป พิบูล TEAM GROUP
เมื่อต้นศตวรรษ ผู้นำอาเซียนได้ทุ่มเทเวลาและสติปัญญาให้กับการสร้างประชาคมที่รวมตัวร่วมมือกันในทุกมิติ พร้อมที่จะแข่งขันและมีความยั่งยืน ทั้งนี้บนพื้นฐานของกฎระเบียบที่ชัดเจน 15 ปีผ่านไป อาเซียนสถาปนาประชาคมอาเซียนได้สำเร็จ โดยมีกฎบัตรและพิมพ์เขียวการรวมตัวในทุกด้าน เพื่อที่จะตามโลกที่เปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ทันท่วงที
อาเซียนเผชิญหน้ากับความท้าทายด้วยยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทบทวนกฎข้อบังคับและกฎหมาย และชักนำให้ประชาชนใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อการนี้ อาเซียนได้ทยอยให้สัตยาบันความตกลงหลายฉบับที่ได้ลงนามกันไปช้านาน แต่ถูกดึงถ่วงไว้บังคับใช้ไม่ได้อย่างสมบูรณ์ ความตกลงเหล่านี้สำคัญต่อโลจิสติกส์การขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน ในปี 2561 นี้ การกระชับความร่วมมือทางการบินจะเป็นจุดเด่น และสำหรับไทยยิ่งมีความสำคัญเนื่องจากการบินเป็นปัจจัยหลักต่อความสำเร็จของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี
ผู้นำอาเซียนสนับสนุนส่งเสริมนโยบายท้องฟ้าเปิดมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว และได้ให้การรับรองแนวทางการรวมตัวกันในสาขาการเดินทางทางอากาศ รูปแบบของอาเซียนนั้นยังไม่เปิดกว้างเท่าของประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีความตกลงทางอากาศ 3 ฉบับเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ ความตกลงพหุภาคีเปิดเสรีทางอากาศอย่างสมบูรณ์ในการขนส่งสิ่งของ ผู้โดยสาร และการบริการ
ความตกลงทั้งสาม สำคัญมากต่อการสร้างตลาดการบินเดียวหรือนโยบายเปิดท้องฟ้า ซึ่งเน้นสิทธิเสรีภาพที่สาม สี่ และห้า ในการขนส่งสิ่งของและผู้โดยสารระหว่างเมืองต่าง ๆ ในอาเซียนและอนุภูมิภาค เอกสารนี้ลงนามกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว “แต่เพิ่งได้รับการสัตยาบันโดยสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ” ให้มีผลบังคับใช้ได้เพียงเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งความตกลงกับจีนซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วยกเว้นกับบรูไนและอินโดนีเซียซึ่งยังมิได้รับรองพิธีสารอีก 1 ฉบับ นอกจากนั้น เพื่อขยายเครือข่ายทางอากาศ อาเซียนได้เริ่มเจรจาทำความตกลงทางอากาศกับอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ และสหภาพยุโรปด้วย
อาเซียนบัดนี้ได้เตรียมตัวพร้อมแล้วที่จะย่างก้าวไปสู่การเปิดท้องฟ้า และเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย ขั้นตอนต่อไปสมาชิกอาเซียนมีพันธะที่จะต้องปฏิบัติตามกรอบการรวมตัวเป็นตลาดการบินเดียวรับรองเมื่อปี 2554 ซึ่งครอบคลุมถึงการเปิดการบริการทางอากาศอย่างเสรี การปรับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางอากาศ ตลอดจนการบริหารเที่ยวบินให้สอดรับกัน
ประเทศไทยมีบทบาทที่แข็งขันในเวทีการบินมาโดยตลอด อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบนิเวศทางอากาศและสนามบินในโลกและภูมิภาค ทำให้ไทยจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้จากวิธีปฏิบัติอันเป็นเลิศของประเทศต่าง ๆ และนำหน้าคู่แข่งเสมอ ไทยจำเป็นที่จะต้องวางแผนไว้สำหรับอนาคตเพื่อเตรียมรับตลาดที่นับวันจะขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ สหรัฐต้องบริหารเที่ยวบินวันละประมาณ 50,000 เที่ยว โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ เช่น ฟิวชั่นฮับคาสต์ หรือโททัลเทอร์บูเลนซ์ สนามบินสุวรรณภูมิรับเที่ยวบินเพียงประมาณวันละ 800 เที่ยว ซึ่งก็เป็นปัญหาที่หนักหน่วงแล้วที่จะบริหารจัดการ
การให้สัตยาบันสารความตกลงทางการบินทั้ง 3 ฉบับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดแจ้งว่า อาเซียนมีความมุ่งมั่นที่จะเปิดท้องฟ้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาให้เป็นเสาหลักของโครงการอีอีซี จึงนับว่าจะเป็นก้าวที่สำคัญของไทยไปสู่ตลาดการบินเดียวของอาเซียน
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
