กสทช. ผนึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ออก 4 มาตรการ สกัดภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คุมเข้มเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัย เช่น ผู้มีเบอร์โทรเกิน 5 เลขหมาย, เลขหมายที่ใช้งานตามแนวชายแดน และเลขหมายที่มีการโทรออกเกิน 100 ครั้งต่อวัน ต้องมายืนยันตัวตน รวมถึงต้องถูกตรวจสอบการใช้งาน
วันที่ 25 สิงหาคม 2566 พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมาย และประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ, พล.ต.ท.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลงานด้านอาชญากรรมเทคโนโลยีได้เรียกประชุมอนุกรรมการบูรณาการแนวทางบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีโทรคมนาคม เพื่อเร่งเพิ่มมาตรการปราบปรามซิมผี บัญชีม้า สถานีโทรคมนาคมเถื่อน เสาสัญญาณตามแนวชายแดนผิดเงื่อนไข ตลอดจนกำหนดคุณลักษณะเบอร์ต้องสงสัย และสนับสนุนชุดข้อมูลการใช้ตำแหน่งที่ใช้โทรศัพท์ของกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพแก่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ กสทช. ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ตามแนวชายแดนกวาดล้างและจับกุมการลักลอบให้บริการโทรคมนาคมผิดกฎหมายบริเวณแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน การตรวจสอบสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ เสาสัญญาณของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม
พร้อมตรวจสอบทิศทางการกระจายสัญญาณบริเวณชายแดน ให้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด ถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นไม่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ตามแนวชายแดน ใช้ทรัพยากรทางเทคโนโลยีของไทย ในการหลอกลวงคนไทย โดยได้หารือเพิ่มมาตรการต่าง ๆ ที่สำคัญ ภายใต้ พรก.มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2566 ดังนี้
1.กำหนดเหตุอันควรสงสัยของหมายเลขโทรศัพท์ เช่น เบอร์ที่จดทะเบียนโดยไม่ใช่เจ้าของผู้ใช้งาน เบอร์ที่เปิดโดยบุคคลเดียวเกินกว่า 5 หมายเลข เบอร์ที่ถูกใช้งานอยู่เป็นประจำในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนและเบอร์ของบุคคลที่มีปริมาณการโทรออกมากกว่า 100 ครั้งต่อวัน เป็นต้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำระบบ กำหนดให้ผู้ใช้หมายเลขเหล่านี้เข้ามายืนยันตัวตน รวมไปถึงการตรวจสอบข้อมูลการใช้งาน
2.กำหนดชุดข้อมูลที่จำเป็น อาทิ ชื่อ-นามสกุล ของผู้จดทะเบียน, ข้อมูลการใช้โทรศัพท์, รายละเอียดพื้นที่การใช้งาน (Cell site location), พิกัดเสาสัญญาณโทรศัพท์ (Base station) อื่น ๆ และกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกเป็นข้อมูลเร่งด่วนที่ใช้ในการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายต้องนำส่งโดยเร็ว และข้อมูลที่ใช้ในการสอบสวนดำเนินคดีเชิงลึก ในลำดับถัดมา
3.กำหนดหมายเลข *179*เลขบัตรประชาชน# แล้วกดโทรออก เพื่อให้สถาบันทางการเงินตรวจสอบชื่อผู้จดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ ว่าตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารที่ขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งหรือไม่ เพื่อขจัดปัญหาซิมผี บัญชีม้า
4.กำหนดมาตรการกรณีผู้ถือครองซิมโทรศัพท์ 6-100 เลขหมาย ต้องลงทะเบียนแสดงตนภายใน 180 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ และผู้ถือครองซิมการ์ด ตั้งแต่ 101 เลขหมายขึ้นไป ลงทะเบียนแสดงตนภายใน 30 วัน ทั้งนี้อยู่ระหว่างการเสนอร่างประกาศ รวมทั้งการพัฒนารูปแบบการยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ป้องกันการสวมสิทธิแอบอ้างข้อมูลส่วนบุคคลในการลงทะเบียน
พล.ต.ท.ธัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตนซึ่งรับผิดชอบงานด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทำงานร่วมกับ กสทช.โดยใกล้ชิด เป็น Working group เพื่อกำหนดลักษณะเบอร์ต้องสงสัยและรูปแบบชุดข้อมูลที่จำเป็นในการสืบสวนสอบสวน และกำหนดระยะเวลาในการส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการให้ตำรวจได้อย่างรวดเร็วทันต่อการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด และระงับยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
พล.ต.อ.ณัฐธรฯ ยังได้ฝากเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวังในการค้นหาข้อมูลจากเว็บไซด์ต่าง ๆ และ Search Engine, โฆษณาทางแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะข้อมูลที่ปรากฏลำดับต้นๆ อาจเกิดจากการจ่ายเงินซื้อโฆษณาของกลุ่มมิจฉาชีพ โดยปลอมเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานต่าง ๆ หลอกเอาข้อมูลจากผู้หลงเชื่อ
รวมทั้งให้ระมัดระวังข้อความ SMS แนบลิงค์ ละเพจโฆษณาหลอกลวงในรูปแบบการลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐ หรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพราะอาชญากรทางเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา