เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

บาทผันผวนในกรอบ ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ

01 ก.ย. 2566 | 20:02น.
เงินบาท

เงินบาทผันผวนในกรอบ ตลาดรอจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือนสิงหาคม ล่าสุด CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 89% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 5.25-5.50 ในการประชุมวันที่ 20 ก.ย. 2566

วันที่ 1 กันยายน 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพร ายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 28 ส.ค.-1 ก.ย. 2566 ในช่วงต้นสัปดาห์ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก

หลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า แม้เงินเฟ้อของสหรัฐจะเริ่มชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดแล้ว แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่ากรอบเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% โดยเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปจนกว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงอย่างยั่งยืน

จับตาการประชุมเฟด 19-20 ก.ย.

ซึ่งในการประชุมเฟดที่จะถึงนี้ (19-20 ก.ย.) เฟดจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างระมัดระวังและเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นสำคัญ นอกจากนี้ผู้ว่าการเฟดสาขาคลีฟแลนด์ นางลอเรตตา เมสเตอร์ ยังได้กล่าวสนับสนุนว่าเฟดมีความจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อต่อไป

อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรับเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ลดลง 338,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 8.827 ล้านตำแหน่งในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2564 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 9.465 ล้านตำแหน่ง

นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยผลสำรวจของสถาบันวิจัย Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 106.1 ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 116.0 จากระดับ 114.0 ในเดือน ก.ค.

ทั้งนี้ดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ โดยถูกกดดันหลังจาก ADP เปิดเผยการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 177,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ตำแหน่ง นับเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 5 เดือน

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 2/2566 พบว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.1% ในไตรมาสดังกล่าว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 2.4% ภายหลังที่ขยายตัว 2.0% ในไตรมาสก่อนหน้า

Advertisement

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือน มิ.ย. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.1% ในเดือน มิ.ย.

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 228,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 235,000 ราย ทั้งนี้ล่าสุดนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ล่าสุด CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 89% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 5.25-5.50 ในการประชุมวันที่ 20 ก.ย. อย่างไรก็ดี นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. ของสหรัฐในวันนี้ (1/9) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 187,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือน ส.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 3.5%

 ธปท.ชี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (28/8) ที่ระดับ 35.18/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/8) ที่ระดับ 35.09/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทปรับตัวผันผวนในกรอบ ตามแรงซื้อขายของดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค. ยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวตามการใช้จ่ายในประเทศและภาคบริการ (การท่องเที่ยว) ที่ปรับดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากมีวันหยุดยาว ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นหลายหมวด ด้านมูลค่าการส่งออกลดลงตามอุปสงค์ของคู่ค้า ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหมวดพลังงานเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ ธปท.เผยว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ก.ค.ขาดดุล 0.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับที่เกินดุล 1.4 พันล้านดอลลาร์ ในเดือน มิ.ย.สำหรับมูลค่าการส่งออกในเดือน ก.ค. หดตัว 5.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่มูลค่าการนำเข้า ลดลง 12% ส่งผลให้มียอดเกินดุลการค้า 0.4 พันล้านดอลลาร์ พร้อมประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค.ยังต้องพึ่งพาการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ขณะที่ภาคการส่งออกยังมีความเสี่ยง เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนนัก

โดยระยะต่อไปต้องติดตามการชะลอของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ และผลกระทบของภาวะเอลนีโญต่อผลผลิตและราคาสินค้าเกษตร พร้อมทั้งเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบต่อไป (27 ก.ย.) มีโอกาสสูงที่จะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลงจากระดับ 3.6% ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน พ.ค. โดยมีสาเหตุหลักมาจากแนวโน้มการส่งออกฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาด

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 3485-34.29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/9) ที่ระดับ 35.01/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ชี้เศรษฐกิจยุโรปยังอ่อนแอ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (28/8) ที่ระดับ 1.0803/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/8) ที่ระดับ 1.0790/9 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ว่าทาง ECB จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงต่อไป เพื่อให้เงินเฟ้อลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายระยะกลางที่ 2%

อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากที่ข้อมูลเศรษฐกิจของยุโรป ได้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจยุโรปยังคงอ่อนแอและเปราะบาง โดยสถาบันวิจัยตลาดจีเอฟเค (GfK) เผยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเยอรมนี ปรับตัวลงในเดือน ก.ย.สู่ระดับ -25.5 จากระดับ -24.6 ในเดือน ส.ค.ต่ำกว่าระดับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ -25.0 ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ผู้บริโภคในเยอรมนีมีมุมมองในแง่ลบต่อเศรษฐกิจของประเทศและต่ออนาคตทางการเงินของตนเอง

ทางด้านสำนักงานสถิติสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนไม่เปลี่ยนแปลงที่ 5.3% ในเดือน ส.ค.เทียบกับที่คาดว่าจะลดลงสู่ 5.1% แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงานลดลงสู่ระดับ 5.3% ในเดือน ก.ค. ที้งนี้ผู้กำหนดนโยบายของอีซีบีกำลังหารือกันว่าจะหยุดพักหรือจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ซึ่งอาจจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย

และความกังวลส่วนหนึ่งก็คือ เศรษฐกิจกำลังชะลอตัวอย่างรวดเร็ว และอาจจะเผชิญกับภาวะถดถอยโดยที่แทบไม่มีแรงหนุนที่จะทำให้เกิดการฟื้นตัว ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0780-1.0945 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/9) ที่ระดับ 1.0845/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (28/8) ที่ระดับ 146.51/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุุกร์ (25/8) ที่ระดับ 146.05/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในการประชุมแจ็กสัน โฮลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงขยายตัวช้ากว่าเป้าหมายของ BOJ และนี่จึงเป็นเหตุผลที่คณะกรรมการ BOJ ยังคงเดินหน้าใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินต่อไป

อย่างไรก็ดีนายนาโอกิ หามูระ หนึ่งในกรรมการของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นโดยภาคธุรกิจในเมืองดูชิโระ ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า BOJ อาจมีข้อมูลมากเพียงพอที่จะตัดสินได้ว่าเงินเฟ้อของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2% ของ BOJ อย่างยั่งยืนหรือไม่ ซึ่งเป็นระดับที่จะทำให้ BOJ สามารถถอนนโยบายผ่อนคลายการเงินเป็นพิเศษ (ulira-loose monetary policy) ได้

โดยผ่านมานั้น แม้ว่าเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเคลื่อนไหวเหนือระดับ 2% แล้ว แต่ BOJ ก็ยังให้คำมั่นว่าจะคงนโยบายผ่อนคลายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไปจนกว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติมว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับดังกล่าวอย่างยั่งยืน โดยนายทามูระกล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อที่ระดับเป้าหมาย 2% ของ BOJ อย่างยั่งยืนนั้น เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นในขณะนี้ หลังจากบริษัทเอกชนได้หันมาปรับขึ้นราคสินค้าและค่าจ้าง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 145.22-147.36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/9) ที่ระดับ 145.47/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ