Skip to content

พาณิชย์เปิดงานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 68 คาดเงินสะพัด 3,000 ล้าน

06 ก.ย. 2566 | 15:07น.
พาณิชย์เปิดงานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 68 คาดเงินสะพัด 3,000 ล้าน

พาณิชย์ผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 15 องค์กร เปิดงานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 68 อย่างยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 40 ปี คาดเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท

วันที่ 6 กันยายน 2566 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems and Jewelry Fair) ครั้งที่ 68 โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 กันยายน 2566 ณ Hall 1-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT และสนับสนุนโดยองค์กรภาคเอกชนอีกกว่า 15 องค์กร

นายภูสิตกล่าวว่า งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะจุดหมายด้านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก ซึ่งความสำเร็จตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี และเช่นเคยในปีนี้งานบางกอกเจมส์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ซื้อและผู้ขายที่มาร่วมงาน

โดยมีผู้ประกอบการสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมาจัดแสดงสินค้าจำนวน 1,100 บริษัท พื้นที่ 2,400 คูหา จัดแสดงเต็มพื้นที่ Hall 1-8 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุด นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท

“งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair เป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จัดมาอย่างยาวนานที่สุดในเอเชีย และเป็น 1 ใน 5 งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก ถือเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการขับเคลื่อนการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ”

นายภูสิตกล่าวเสริมว่า จากจุดเด่นของประเทศไทยในด้านการเป็นแหล่งค้าอัญมณีสำคัญของภูมิภาค บวกกับความชำนาญในการปรับปรุงคุณภาพพลอยสี และแรงงานฝีมือที่มีทักษะเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่า 1.67 แสนล้านบาท เติบโตร้อยละ 11.62 โดยคาดการณ์เป้าส่งออกปี 2566 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10

ด้านนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผอ.สถาบันอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT กล่าวว่า ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าของผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ และมีไฮไลต์ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ งาน Networking Reception เพื่อสร้างพันธมิตรทางการค้าระหว่างผู้จัดแสดงสินค้าและบายเยอร์ และผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

อาทิ นิทรรศการ “The Magnificent 40-Year Journey of Brilliance” ที่นำเสนอความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ตลอดระยะเวลา 40 ปี หรือนิทรรศการ The Jewellers โซน New Faces จัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ รวมถึงกิจกรรมสัมมนาต่าง ๆ ทั้งด้านเทคนิคและการตลาด

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมคู่ขนานสำคัญจำนวนมาก ได้แก่ การจัดงานประชุม World Gold Council ซึ่งจะมีผู้ประกอบการด้านทองคําจากทั่วโลกมาร่วม

โดยในงาน การจัดงาน Networking ของสมาชิก ICA (สมาคมพลอยสีโลก) ในประเทศไทย การจัดงานประชุมและกําหนดมาตรฐานสีพลอย Corundum โดย Asia-Pacific Gemstone and Technology Standardization Alliance (AGA) การประชุมความคืบหน้าและกิจกรรมของ ASEAN Gems and Jewelry Association (AGJA)

ด้วยเหตุนี้ทำให้งานบางกอกเจมส์ นอกจากจะเป็นเวทีเจรจาการค้าแล้ว ยังเป็นแหล่งสร้างพันธมิตรและแหล่งรวมองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ แบบครบวงจร ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลกอย่างแท้จริง

ความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้เป็นผลจากการผนึกกำลังของพันธมิตรกว่า 15 องค์กร ได้แก่ สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ สมาคมค้าทองคำ สมาคมช่างทองไทย สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย สมาคมเพชรพลอยเงินทอง สมาคมผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี สมาคมผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับไทย สมาคมผู้ค้าพลอยไทย สมาคมเครื่องถมและเครื่องเงินไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมการค้าเพชรและพลอยอินเดีย-ไทย สมาคมธุรกิจทองคำ ฯลฯ