เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
World การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
Business CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
SD GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 68,400 บาท
สงป.สั่งคุมงบกำลังคนรัฐปี 70 รัดเข็มขัดบรรจุ ขรก.
Politics สงป.สั่งคุมงบกำลังคนรัฐปี 70 รัดเข็มขัดบรรจุ ขรก.
ค่าเงินบาทวันนี้ (16 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (16 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
“ข้อมูลต้องเร็วกว่าเงิน” รัฐวาง 4 ระบบกลาง ไล่เส้นเงินมิจฉาชีพ
Economic “ข้อมูลต้องเร็วกว่าเงิน” รัฐวาง 4 ระบบกลาง ไล่เส้นเงินมิจฉาชีพ
ทุ่ม 3 หมื่นล้านเวนคืนที่ดิน “บ้านหรูภูเก็ต” ตัดทางด่วนกะทู้-ป่าตอง-เมืองใหม่
Real Estate ทุ่ม 3 หมื่นล้านเวนคืนที่ดิน “บ้านหรูภูเก็ต” ตัดทางด่วนกะทู้-ป่าตอง-เมืองใหม่
DENZA Z9GT แรงจัด ตามสั่ง
Automotive DENZA Z9GT แรงจัด ตามสั่ง
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า นักลงทุนจับตารัฐบาลแถลงนโยบายสัปดาห์นี้

10 ก.ย. 2566 | 10:34น.
เงินบาท ธนบัตรไทย

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน ตามภาพรวมสกุลเงินภูมิภาคและเงินหยวน ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด นักลงทุนรอจับตาการแถลงนโยบายรัฐบาลในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ ทิศทางเงินทุนต่างชาติและค่าเงินหยวน

วันที่ 10 กันยายน 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือนที่ 35.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาททยอยอ่อนค่าลงสอดคล้องกับการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก การอ่อนค่าของเงินหยวนและสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชียท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มที่เปราะบางของเศรษฐกิจจีน ประกอบกับยังมีแรงกดดันต่อเนื่องจากสถานะขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้เงินดอลลาร์ยังมีแรงหนุนจากบอนด์ยีลด์ระยะสั้นของสหรัฐที่ขยับขึ้น และการที่ตลาดกลับมาทบทวนมุมมองที่มีต่อโอกาสความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่องอีกในการประชุม FOMC รอบที่เหลือของปีนี้ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด อาทิ ดัชนี ISM ภาคบริการเดือน ส.ค. และข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

กราฟค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 8 ก.ย. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.52 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (1 ก.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย. 2566 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 5,733 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 7,871 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 7,371 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 500 ล้านบาท)

สัปดาห์ถัดไป (11-15 ก.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 35.20-35.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายละเอียดของนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ (แถลงนโยบายวันที่ 11 ก.ย. 66) ทิศทางเงินทุนต่างชาติและค่าเงินหยวน

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อจากมุมมองผู้บริโภคเดือน ก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม ECB และตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก อัตราการว่างงาน และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้หุ้นไทยร่วงลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางหุ้นภูมิภาค โดยเผชิญแรงขายหลักจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานจากความกังวลเรื่องนโยบายลดค่าครองชีพและข่าวน้ำมันดิบรั่วไหล

อย่างไรก็ดีหุ้นไทยขยับขึ้นเล็กน้อยและเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อคืนหุ้นบิ๊กแคปบางกลุ่มเข้ามาช่วยประคอง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน หลังซาอุดีอาระเบียและรัสเซียขยายเวลาการลดกำลังการผลิตถึงสิ้นปีนี้ ขณะที่นักลงทุนยังรอติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาลในสัปดาห์หน้า พร้อม ๆ กับการประเมินแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ

กราฟตลาดหุ้นไทย

ในวันศุกร์ที่ 8 ก.ย. ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,547.17 จุด ลดลง 0.92% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 44,248.84 ล้านบาท ลดลง 26.91% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.80% มาปิดที่ระดับ 480.70 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (11-15 ก.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,540 และ 1,530 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,580 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือน ส.ค. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร