ค่าเงินบาท เงินบาท วิเคราะห์
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.25-35.80 บาทต่อดอลลาร์ หลังดัชนีดอลลาร์แตะจุดสูงสุดรอบ 6 เดือน ด้านเงินหยวนดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดรอบ 16 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะตกต่ำในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน
วันที่ 11 กันยายน 2566 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า
เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.25-35.80 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 35.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 35.08-35.64 บาทต่อดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยดัชนีดอลลาร์แตะจุดสูงสุดรอบ 6 เดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นตอบรับข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกและดัชนีภาคบริการซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคอื่น
ส่วนเงินหยวนดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดรอบ 16 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะตกต่ำในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ขณะที่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ตลาดจับตาดูว่าทางการญี่ปุ่นจะเข้าพยุงค่าเงินเยนซึ่งอ่อนค่าลงต่อเนื่องหรือไม่
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 5,733 ล้านบาท และ 7,872 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดตั้งแต่เดือน พ.ย. 65
สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ระบุว่า นักลงทุนจะติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคและยอดค้าปลีกเดือน ส.ค.ของสหรัฐ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งตลาดไม่แน่ใจว่าจะคงดอกเบี้ยในวันที่ 14 ก.ย. หรือไม่
โดยหากอีซีบีตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยหนุนค่าเงินยูโรได้ชั่วคราวและดอลลาร์อาจเข้าสู่รอบปรับฐานหลังดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินปิดในแดนบวก 8 สัปดาห์ติดต่อกัน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและค่าเงินหยวน รวมถึงแนวโน้มการปรับท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เกี่ยวกับนโยบายที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษจะเป็นประเด็นชี้นำตลาดการเงินเช่นกัน
สำหรับประเด็นในประเทศ กรุงศรี คาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เพิ่มขึ้น 0.88% ในเดือน ส.ค.จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมอาหารสดและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.79%
โดย ก.พาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ย.มีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากราคาพลังงานรวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่อาจเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงในหลายประเทศทำให้ปริมาณพืชผลการเกษตรลดลง
ทางด้านผู้ว่าการ ธปท.ระบุว่าการส่งออกฟื้นตัวช้าและรายได้จากการท่องเที่ยวต่ำกว่าที่คาด ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ใกล้ระดับที่เหมาะสมแล้ว ส่วนค่าเงินบาท ธปท.จะพยายามดูแลไม่ให้ผันผวนสูงเกินไป แต่จะไม่ฝืนทิศทางหรือกลไกตลาด