เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
World จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
Tech เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
Business เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
Business KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
Finance น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
Automotive วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
Finance ‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

วิบากกรรม “สินมั่นคงประกันภัย” 27 ก.ย. ชี้ชะตาโหวตแผนฟื้นฟูกิจการ

25 ก.ย. 2566 | 10:30น.
สินมั่นคง

วิบากกรรม “สินมั่นคงประกันภัย” 27 ก.ย. 66 ชี้ชะตาโหวตผ่านแผนฟื้นฟูกิจการ

วันที่ 25 กันยายน 2566 บริษัทประกันภัยที่โดนหางเลขจากกรมธรรม์โควิด “เจอจ่ายจบ” ถือเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย เพราะทำให้เกิดวิกฤตสภาพคล่องจนต้องปิดกิจการบริษัทประกันวินาศภัยไปกว่า 4 บริษัท

27 ก.ย. ชี้ชะตา “สินมั่นคง”

จนกระทั่งถึงกรณี บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK ที่อยู่ในกระบวนการยื่นขอฟื้นฟูกิจการ โดนตั้งผู้ทำแผนคือ “บมจ.สินมั่นคงประกันภัย” ซึ่งจะมีความชัดเจนหลังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อโหวตแผนฟื้นฟูกิจการ ในวันที่ 27 ก.ย. 2566 เวลา 09.30 น. โดยเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

หรืออีกแค่เพียง 2 วันเท่านั้น ที่จะกำหนดชะตากรรม “สินมั่นคงประกันภัย” ว่าจะสามารถเดินหน้าฟื้นฟูกิจการตามแผน คล้าย ๆ แนวทาง บมจ.การบินไทย (THAI) ได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้วต้อง “ล้มละลาย” สู่กระบวนการถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยสำนักงาน คปภ. จากภาวะ “หนี้สินล้นพ้นตัว”

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปย้อนรอยวิบากกรรม “สินมั่นคงประกันภัย”

โดย “สินมั่นคงประกันภัย” ถือเป็นบริษัทที่มีความเก่าแก่บริษัทหนึ่งในประเทศไทย เพราะอยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 72 ปี เริ่มดำเนินธุรกิจประกันภัยมาตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 2494 ถือเป็นหนึ่งในผู้นำในการรับประกันภัยรถยนต์ ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจมีผลกำไรสะสมทุกปีต่อเนื่อง จนกระทั่งมาเจอวิกฤตเคลมสินไหมโควิด “เจอจ่ายจบ”

ซึ่งตอนนั้นมีภาระจ่ายเคลมประกันโควิดกว่า 41,875 ล้านบาท แต่ได้นำเงินจากกำไรสะสมทั้งหมดมาชำระสินไหมโควิดไปกว่า 11,000 ล้านบาท แต่มียอดคงค้างของผู้ยื่นเคลมประกันโควิดอีกประมาณ 350,000 ราย คิดเป็นค่าสินไหมประมาณ 30,000 ล้านบาท

หนี้โควิดเกือบ 3 หมื่นล้าน

และจากการให้ยื่นขอรับชำระหนี้ช่วงขอยื่นฟื้นฟูกิจการ ข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 พบว่า ตอนนี้มีเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำนวนทั้งสิ้น 295,320 ราย รวมเป็นมูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนวน 29,273.52 ล้านบาท

โดยแผนฟื้นฟูกิจการ “สินมั่นคงประกันภัย” เบื้องต้นผู้ทำแผนได้มีการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์ออกเป็น 18 กลุ่ม เจ้าหนี้โควิดจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (เจ้าหนี้ค่าสินไหมโควิด เจอจ่ายจบ และ 2 in 1 ที่ยังไม่ได้รับการชำระ) และกลุ่มที่ 3 (เจ้าหนี้ค่าสินไหมโควิด เจอจ่ายจบ และ 2 in 1 ที่ได้รับการชำระแล้วบางส่วน)

โดย SMK ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯถึงการสรุปแผนการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหน้าโควิดดังนี้

จ่ายเงินสด 15%

– ส่วนที่ 1 เจ้าหนี้โควิดได้รับชำระด้วยเงินสด 15% ของหนี้เงินต้นพร้อมกัน ไม่เรียงตามลำดับก่อนหลัง
(ตามคิว) ภายใน 45 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินจากผู้ลงทุน หากบริษัทได้รับเงินจากผู้ลงทุนเพิ่มมากกว่าที่กำหนดไว้ จะนำมาชำระหนี้เพิ่มเติมให้กับเจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 ทุกรายตามสัดส่วนภาระหนี้เงินต้น (Pro Rata basis)

ทั้งนี้ผู้ร่วมลงทุนจะชำระเงินภายใน 1 ปี นับจากวันที่ศาลเห็นชอบด้วยแผน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่ใช่ความผิดของผู้บริหารแผน หรือหากผู้บริหารแผนเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มมูลค่าได้สูงขึ้นกว่าจำนวนขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ให้ผู้บริหารแผนสามารถขยายกรอบระยะเวลาออกไปได้ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดเดิม

แปลงหนี้เป็นหุ้น 85%

– ส่วนที่ 2 เจ้าหนี้โควิดได้รับชำระหนี้ด้วยหุ้นบุริมสิทธิ 85% ของหนี้เงินต้นส่วนที่เหลือ ภายใน 60 วัน
นับจากวันที่ได้รับเงินจากผู้ลงทุน (โดยหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลพิเศษจากการฟ้องร้องคดีปกครอง) หากบริษัทชนะคดีปกครอง

ดังนั้นเงินที่อาจได้รับจากการชนะคดี (หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีในศาลปกครองดังกล่าวทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผน ตามจำนวนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และภาษีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ตลอดจนชดเชยเงินขาดทุนสะสม (หากมี) จะถูกนำมาจัดสรรในรูปแบบเงินปันผลพิเศษ ให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิตามสัดส่วนจำนวนหุ้นบุริมสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่ละราย โดยให้จัดสรรให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับจากวันที่บริษัทได้รับเงินจากการชนะคดีปกครองดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่เกินจำนวน 1,000 บาท ต่อ 1 หุ้นบุริมสิทธิ

ทั้งนี้ SMK มีระยะเวลาดำเนินการตามแผนไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน หรือเว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาดำเนินการตามแผนตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย

ไตรมาส 2 สินมั่นคง มีกำไร 408 ล้าน

ดังนั้นในการประชุมวันที่ 27 ก.ย.นี้ ถือเป็นการวัดใจเจ้าหนี้ เพราะแม้จะมีเสียงสะท้อนออกมาว่าแผนดังกล่าวไม่ค่อยเป็นที่พึงพอใจของเจ้าหนี้ แต่ตามที่ “เรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์” กรรมการผู้จัดการบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า

ผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 408.26 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3,540.44 ล้านบาท หรือ +113.03% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 3,132.18 ล้านบาท 

จุดนี้คาดว่าน่าจะพอทำให้เจ้าหนี้ “ชั่งน้ำหนัก” เพื่อใช้ในการตัดสินใจโหวตแผนครั้งนี้ได้ เพราะจากกระแสข่าวที่ออกมาว่า หลายคนจะไม่โหวตแผน และไปรอรับเงินก้อนเต็มจำนวนจาก “กองทุนประกันวินาศภัย” ซึ่งยังไม่รู้เลยว่ากว่าจะถึงคิว ต้องใช้เวลากี่ปี

เตรียมพร้อมโหวตแผนฟื้นฟู

สุดท้ายอย่าลืมสำหรับการลงมติในวันประชุมเจ้าหนี้ (e-Meeting) ในวันที่ 27 ก.ย. 2566 ต้องมี e-Mail เพื่อใช้ในการลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการเข้าร่วมประชุม (1 อีเมล์ ต่อเจ้าหนี้ 1 ราย)

อย่างไรก็ตาม หลังวันที่ 27 ก.ย. 2566 หากกรณีมติที่ประชุมโหวตไม่ผ่านแผนฟื้นฟูกิจการ จะกลับมารายงานกระบวนการหลังจากนี้ให้ทราบต่อไป