เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บริษัทดังยื่นฟ้อง ‘วทานิกากรุ๊ป’ ของ ‘แพร วทานิกา’ ข้อหาผิดสัญญาจ้าง
News บริษัทดังยื่นฟ้อง ‘วทานิกากรุ๊ป’ ของ ‘แพร วทานิกา’ ข้อหาผิดสัญญาจ้าง
สมาพันธ์ SME – อบจ. เชียงใหม่ ยกระดับผู้ประกอบการสู่ตลาดสุขภาพระดับโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค สมาพันธ์ SME – อบจ. เชียงใหม่ ยกระดับผู้ประกอบการสู่ตลาดสุขภาพระดับโลก
เตือน 3 ความเสี่ยงการคลัง สศช. แนะสร้างสมดุล “วินัย-สวัสดิการ”
Finance เตือน 3 ความเสี่ยงการคลัง สศช. แนะสร้างสมดุล “วินัย-สวัสดิการ”
ภาคใต้-สงขลา เผชิญหมอกควันข้ามแดน หลังอินโดฯ พบจุดความร้อน 1.2 หมื่นจุด
เศรษฐกิจภูมิภาค ภาคใต้-สงขลา เผชิญหมอกควันข้ามแดน หลังอินโดฯ พบจุดความร้อน 1.2 หมื่นจุด
หุ้นไทยร่วง 6 วันติด SET หายกว่า 55 จุด ต่างชาติเทขายวันนี้ 7.2 พันล้านบาท
Finance หุ้นไทยร่วง 6 วันติด SET หายกว่า 55 จุด ต่างชาติเทขายวันนี้ 7.2 พันล้านบาท
เคาะ “กรุงไทย” บริหารจัดการรายได้กลาง ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า
Politics เคาะ “กรุงไทย” บริหารจัดการรายได้กลาง ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า
ก.ล.ต. ลงดาบปรับทางแพ่งผู้กระทำความผิด 3 ราย ร่วมมือปั่นราคาหุ้น NCL
Finance ก.ล.ต. ลงดาบปรับทางแพ่งผู้กระทำความผิด 3 ราย ร่วมมือปั่นราคาหุ้น NCL
BANPU ปิดดีลซื้อธุรกิจก๊าซสหรัฐ เพิ่ม 1,000 หลุมผลิต-ต่อยอดดักจับคาร์บอน
Finance BANPU ปิดดีลซื้อธุรกิจก๊าซสหรัฐ เพิ่ม 1,000 หลุมผลิต-ต่อยอดดักจับคาร์บอน
แมริออทฯ จัดโปรโมชั่นสะสมคะแนน-แพ็กเกจพิเศษ พักโรงแรมในเครือฯ ทั่วไทย
Biz Movement แมริออทฯ จัดโปรโมชั่นสะสมคะแนน-แพ็กเกจพิเศษ พักโรงแรมในเครือฯ ทั่วไทย
กาแฟพันธุ์ไทย ปั้น PUNTHAI SLOW BAR สร้างพื้นที่กาแฟไทยสู่เวทีโลก
Business กาแฟพันธุ์ไทย ปั้น PUNTHAI SLOW BAR สร้างพื้นที่กาแฟไทยสู่เวทีโลก
ดูทั้งหมด

Amazonization of Inflation

04 เม.ย. 2561 | 16:00น.

คอลัมน์ จับช่องลงทุน

โดย พูนพิชญา ปัณฑิตานนท์ ที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้ เวลธ์

สืบเนื่องจากบทความฉบับก่อนที่ผู้เขียนได้เล่าถึงเงินเฟ้อที่กำลังกลับมา อาจกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับฐาน และอาจเป็นชนวนให้เกิดขาลงรอบใหม่ของตราสารหนี้ที่อาจกินเวลานานร่วมทศวรรษ แต่ว่าในวงการตลาดทุนนั้น ย่อมมีผู้ที่เชื่อและไม่เชื่อว่าเงินเฟ้อจะกลับขึ้นไปสูง ๆ เช่นในอดีต ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

ผู้เขียนได้ค้นคว้าเพิ่มเติมและอยากนำเสนอแนวคิดอีกมุมให้ผู้อ่าน เพื่อเป็นอีกมุมมองหนึ่งเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยในบรรดาแนวคิดที่ดูมีเหตุมีผลและน่าสนใจ และผู้เขียนตัดสินใจหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นในวันนี้ คือ ประเด็น “Amazonization of Inflation” หรือถ้าให้พูดง่าย ๆ คือ เงินไม่เฟ้อเท่าที่คาด เพราะการ disrupt (ตัดตอน) ของ e-Commerce และ IOT (internet of things) ในวงการค้าปลีก ซึ่งเข้ามามีบทบาทในการซื้อสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันของคนทั่ว ๆ ไป แทนรูปแบบการจับจ่ายแบบเดิม ๆ

สำหรับนิยามคำว่า “Amazonization” ได้ถูกใช้ในหลายแขนง ตั้งแต่ในวงการการตลาด การดีไซน์เว็บไซต์ แต่ Amazonization ที่เราพูดถึงนั้น มีจุดเริ่มต้นจากนาย Bilal Hafeez, Head of EMEA Research, Nomura ที่ได้อธิบายถึงการที่เงินเฟ้อค่อย ๆ ลดลงเพราะการเข้ามาแทนที่การค้าปลีกของ e-Commerce เช่น ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon โดยเงินเฟ้อของโลกเรานั้นได้ปรับลดลงมากไปช่วง 2 ทศวรรษ

ก่อนหน้านี้ จากผลของ globalization โดยเฉพาะด้านภาคการผลิตที่มีการ out source ไปในประเทศที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่า เช่น สินค้า made in China (ในอดีต) Vietnam Bangladesh เป็นต้น แต่สำหรับยุค 2010s เป็นต้นมานั้น e-Commerce และ IOT ได้ disrupt วงจรการค้าปลีกอย่างมาก โดยเฉพาะด้านต้นทุนในการกระจายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการเสนอสินค้าแบบเดียวกันที่มีราคาถูกกว่า ที่มีจำหน่ายในห้างค้าปลีกแบบดั้งเดิม

เนื่องจากมี fixed cost จากอาคาร สถานที่ และพนักงานที่น้อยกว่า หรือแม้กระทั่งการที่เทคโนโลยีในการจัดการสินค้าคงคลังที่ลดเวลาถือสินค้าในมือผู้ขายให้น้อยที่สุด จึงทำให้มีความได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนและเวลา นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มเปลี่ยนไป สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการเปรียบเทียบสินค้าบริการจากผู้ขายเจ้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นง่ายเพียงปลายนิ้ว เทียบกับในอดีตที่ต้องตระเวนเข้าออกร้านนั้นร้านนี้เพื่อเลือกซื้อ หรือต้องเปลืองค่าโทรศัพท์และเวลาเพื่อเช็กราคาสินค้าและบริการที่ต้องการ

ตัวอย่าง เช่น หากเราต้องการเลือกตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่นสักใบ เราเพียงเข้าเว็บของ online travel agent เราก็จะได้เปรียบเทียบทั้งด้านราคา ด้านคุณภาพ (บินตรง เสิร์ฟอาหาร มีน้ำหนักกระเป๋า หรือไม่) จากทุกสายการบินที่เสนอเส้นทางดังกล่าว เป็นต้น อีกทั้งยังมีผู้ที่เคยใช้บริการอื่น ๆ

มารีวิวประกอบการตัดสินใจ เมื่อการเปรียบเทียบเกิดขึ้นง่ายก็ย่อมทำให้ผู้บริโภคเลือกจ่ายค่าสินค้าและบริการได้ถูกลงและตรงกับความต้องการมากขึ้น ผู้ให้บริการที่ขายสินค้าหรือบริการที่แพง แต่ไม่มีคุณลักษณะเฉพาะ ก็จำต้องค่อย ๆ ปรับตัวลดราคาลงมา และด้วยเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลให้ธุรกิจค้าปลีกหลายแขนงในสหรัฐและประเทศที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูง ๆ ต้องทยอยปิดตัวลง

นอกจากนี้ ผลของ e-Commerce และ IOT ที่ disrupt วงการค้าปลีกอันส่งผลต่อเงินเฟ้อนั้นก็มีการรายงานตัวเลขอย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบันตัวเลขการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของสหรัฐ อยู่ที่ระดับประมาณ 76% (จากระดับ 35% ในปี 1998) และด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าบริการผ่าน e-Commerce ที่ทำให้สินค้าและบริการหลายหมวดมีราคาลดลงต่อเนื่อง ได้ทำให้เงินเฟ้อสหรัฐลดลง 0.2% ต่อปี (ตามรายงานของ Deutsche Bank) แม้ตัวเลขดังกล่าวเหมือนจะยังไม่มากนัก แต่หากพิจารณาความเป็นจริงที่การซื้อขายออนไลน์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เพราะระบบสนับสนุนการซื้อขายออนไลน์นับวันยิ่งจะสะดวกขึ้น เงินเฟ้อจึงมีโอกาสถูกกดดันไม่ให้กลับขึ้นไปสูงดังเช่นอดีตที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่ากระบวนการ “Amazonization of Inflation” จะส่งผลแค่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านวงจรการค้าปลีก (จากรูปแบบดั้งเดิมสู่ e-Commerce) ซึ่งยังคงกินเวลานับจากนี้ไปอีกสักพักใหญ่ และอาจมีส่วนให้เงินเฟ้อไม่เร่งตัวมากเกินไปอันจะเป็นผลดีต่อการลงทุน

แต่สุดท้ายแล้ว ปัจจัยเชิงคุณภาพอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างประชากร ความนิยม วิทยาการ ความก้าวหน้าอื่น ๆ คือสิ่งที่จะมีผลต่อเงินเฟ้อในระยะยาว แต่นักลงทุนอาจลองใช้แนวคิดนี้ในการ “จับช่องลงทุน” ในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านด้านโครงสร้างการค้าปลีก และอยู่ในประเทศที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัว เช่น การลงทุนในหมวดหุ้นเทคโนโลยี (เพราะหุ้นเทคโนโลยีส่วนใหญ่นั้นเติบโตจากการ disrupt การค้าปลีก เช่น Amazon, Alibaba) ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นหุ้นของค่ายฝั่งตะวันตก หรือหุ้นเศรษฐกิจใหม่ของจีนเท่านั้น กองทุนหุ้นบางกองก็เน้นลงทุนหุ้นประเทศกำลังพัฒนาและเน้นใน sector นี้และระดับราคาก็ยังถูกกว่า ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน การเงิน