เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

MI ชี้ปัจจัยลบอื้อทุบอุตสาหกรรมโฆษณาแผ่ว สิ้นปีโต 4.4%

22 ต.ค. 2566 | 17:15น.
ป้ายโฆษณา

เอ็มไอ กรุ๊ป ชี้งบฯโฆษณาปลายปีโตแผ่ว หลังสารพัดปัจจัยลบกระหน่ำ ค่าครองชีพพุ่ง-หนี้ครัวเรือนสูง-กำลังซื้อทรุด ปัจจัยลบสงครามผสมโรง คาดสิ้นปีโตเพียง 4.4% มูลค่าตลาดรวม 8.5 หมื่นล้าน จับตาอีก 1-2 ปี เม็ดเงินสื่อดิจิทัลพลิกแซงสื่อโทรทัศน์ได้เป็นครั้งแรก

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป หรือเอ็มไอ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้จ่ายเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2566 ที่ผ่านมาเติบโตเพียง 2.57% หรืออยู่ที่ 61,848 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังคงเติบโตได้ไม่ดีนัก เนื่องจากยังคงมีปัจจัยลบอย่างต่อเนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากค่าพลังงาน หนี้ครัวเรือน ส่งผลให้คนไม่มีกำลังซื้อ อีกทั้งยังซ้ำเติมด้วยสถานการณ์จากปัจจัยภายนอกต่าง ๆอาทิ สงคราม ภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ปัจจัยบวกทางด้านการท่องเที่ยวก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

จากปัจจัยเหล่านี้ทำให้คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2566 นี้ เม็ดเงินโฆษณาจะเติบโตเพียง 4.4% หรือประมาณ 84,549 ล้านบาท และตัวเลขนี้ยังคงเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีที่คาดว่าจะเติบโต 5-8% ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อกลางปีที่ผ่านมาที่เอ็มไอ กรุ๊ป ได้เคยคาดการณ์ไว้ว่า เม็ดเงินโฆษณาในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.) มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากปัจจัยบวกยังคงน้อยและไม่แรงพอจะชดเชยปัจจัยลบต่าง ๆ ได้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังมาช้าไม่ทันการณ์

“ต้นปีเราคาดการณ์ว่า ปีนี้อย่างต่ำ น่าจะบวกสัก 8% หรือลุ้นเป็น 2 ดิจิต แต่พอกลางปีตัวเลขแย่มาก คือ บวกไม่ถึง 2% ด้วยซ้ำ แล้วตอนนี้ตัวเลขที่เราดูจากสถานการณ์ล่าสุด รวมไปถึงสถานการณ์สงคราม การก่อการร้าย ที่กระทบเข้ามา ส่วนปัจจัยบวก มีเพียงเรื่องท่องเที่ยว แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์บางเหตุการณ์ขึ้น ตัวเลขอาจมีความไม่แน่นอน ตอนนี้ เอ็มไอ กรุ๊ป ประเมินว่าจบปี 2566 บวกอยู่ที่ 4.4% ส่วนตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาในภาพรวมอาจจะอยู่ที่ประมาณ 85,000 ล้านบาทเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม สื่อหลักที่ครองสัดส่วนสูงสุด 3 อันดับแรก ยังคงเป็นสื่อโทรทัศน์ มีสัดส่วน 42.8% มูลค่า 36,199 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน เนื่องจากการถูกกระทบจากกระแสความนิยมสื่อดิจิทัล เช่น โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม วิดีโอ บริการสตรีมมิ่ง ฯลฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าในอีก 1-2 ปี หรือปี 2567-2568 เม็ดเงินในสื่อดิจิทัลจะพลิกแซงสื่อโทรทัศน์ได้เป็นครั้งแรก หลังเม็ดเงินในสื่อดิจิทัลมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 34.3% มูลค่า 28,999 ล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน

ขณะที่สื่อนอกบ้าน (out of home)มีสัดส่วน 14.3% มูลค่า 11,002 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ 18% จากปีก่อน เนื่องจากผู้คนกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ป้ายโฆษณาดิจิทัลในสถานที่ต่าง ๆ จึงมีอัตราการใช้พื้นที่มากขึ้น

นายภวัตกล่าวย้ำว่า โอกาสที่มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาจะกลับไปแตะ 100,000 ล้านบาท คงจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว ปัจจัยหลัก ๆ ค่าครองชีพเป็นหลัก คนไม่มีกำลังซื้อ ที่มีผลต่อเม็ดเงิน นอกจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยในเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่เป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่อง และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลดน้อยลง บวกกับปัจจัยภายนอกเรื่องของสงคราม เรื่องของวิกฤต เรื่องของ geopolitical

และหากย้อนหลังกลับไปเมื่อสักประมาณ 12-13 ปี จะเห็นว่าสื่อเทรดิชั่นนอลมีเดียที่ทรงพลัง เช่น โฆษณาทีวี นาทีละ 4 แสนบาท โฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์เต็มหน้า 7 แสนบาท ทำให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมทะลุแสนล้านบาทได้ แต่ที่ผ่านมาเม็ดเงินโฆษณาก็ตกลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสื่อทีวีที่จากเดิมเคยมีสัดส่วน 60% เมื่อยุคก่อนที่จะเป็นดิจิทัลก็ลดลงมาอยู่ที่ 42% ขณะที่สื่อดิจิทัลก็เริ่มเบียดขึ้นมาใกล้เคียงมากขึ้น อยู่ที่ 34.3% และอีกตัวที่ยังโตต่อเนื่องก็คือ สื่อนอกบ้าน นี่คือเหตุผลที่ว่า คำว่าแสนล้านไม่มีอีกแล้ว