เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
PIPATCHARA Musical ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
Biz Movement PIPATCHARA Musical ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
นายกฯ สั่งสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เร่งช่วยผู้รอดชีวิต
Politics นายกฯ สั่งสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เร่งช่วยผู้รอดชีวิต
“ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบเสียชีวิต 27 ราย สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งตรวจใบอนุญาต
Economic “ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบเสียชีวิต 27 ราย สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งตรวจใบอนุญาต
โจทย์ใหญ่ไฟฟ้าพันเมก EEC ดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์ 6 แสนล้าน
Economic โจทย์ใหญ่ไฟฟ้าพันเมก EEC ดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์ 6 แสนล้าน
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลง 0.18% อยู่ที่ 63,778 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลง 0.18% อยู่ที่ 63,778 เหรียญสหรัฐ
SMES ร้อง ‘กขค.’ คดีแพลตฟอร์ม โดน ‘GP-สารพัดค่าฟี’ แถมบังคับทำโปร
Business SMES ร้อง ‘กขค.’ คดีแพลตฟอร์ม โดน ‘GP-สารพัดค่าฟี’ แถมบังคับทำโปร
ดวงรายสัปดาห์ 12-18 กรกฎาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 12-18 กรกฎาคม 2569
ดูทั้งหมด

ตลาดหุ้นไทยเดือน พ.ย.“Valuation น่าดึงดูด”  

06 พ.ย. 2566 | 17:00น.

ต.ค. ย่อแรงต่อเนื่อง : สำหรับภาพรวมการลงทุนเดือนตุลาคมที่ผ่านมา SET ยังคงย่อตัวแรงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1400 จุด โดยแรงกดดันหลักมาจาก ความกังวลต่อโอกาสในการดำเนินนโยบายทางการเงินของ FED และสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ที่ยังคงยืดเยื้อ

ตลาดตอบรับปัจจัยลบไปพอควร : สำหรับความกังวลต่อโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED เราเชื่อว่าน่าจะเข้าสู่เฟสที่เริ่มจำกัดมากขึ้น โดยแม้ว่าคณะกรรมการ FED ยังคงเปิดโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีอีก 1 ครั้ง แต่สถานการณ์ปัจจุบันจะพบว่า ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในปัจจุบันที่ระดับ 5.25-5.50% ถือว่าอยู่ในระดับที่สูง และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงถัดไป

ดังนั้นในมุมมองของเราคาดมีโอกาสที่ดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะจำกัดแล้ว และจุดนี้จะเป็นปัจจัยที่ผลักดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากยิ่งขึ้น ส่วนประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เราคาดว่าเหตุการณ์ต่างๆ อาจยังยืดเยื้อต่อไป และมีหลายประเทศที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันอีกเล็กน้อย 

แต่อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุน คาดตลาดจะให้น้ำหนักต่อประเด็นนี้น้อยลงไปเรื่อยๆ คล้ายกับกรณีความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครน ซึ่งแม้ว่าจะยังดำเนินต่อไป แต่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นจะเริ่มจำกัด ดังนั้นจากปัจจัยลบต่างๆ ก็ถือว่ารับรู้ไปมากพอควรแล้ว ซึ่งคาดจะช่วยหนุนให้ตลาดมีโอกาสกลับมาฟื้นในช่วงถัดไป

กำไรกลุ่มธนาคารอยู่ในเกณฑ์ดี รอลุ้นกลุ่ม Real Sector : ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีการทยอยรายงานกำไร 3Q23 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งหากพิจารณาจาก 7 ธนาคาร จะพบว่ากำไรรวมอยู่ที่ระดับ 5.04 หมื่นล้านบาท (+10.6%y-y, -5.4%q-q) ดีกว่าตลาดคาดราว 2.4% อยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน คงต้องลุ้นกำไรในกลุ่ม Real Sector ต่อเนื่อง  

Valuation อยู่ในระดับไม่แพง : การปรับฐานของ SET ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ระดับ Forward PE ปีนี้ ลงมาเทรดที่บริเวณ 16.4 เท่า ซึ่งเริ่มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังของ SET ที่ 17.0 เท่า อีกทั้งหากมองไปข้างหน้า จะพบว่า SET เทรดบน Forward PE ปีหน้าเพียง 14.7 เท่า ยิ่งสะท้อนว่า SET ณ ปัจจุบันมี Valuation ในระดับที่น่าลงทุน โดยเราเชื่อว่ากำไรตลาดในปีหน้าจะมีทิศทางขยายตัวขึ้น ผสานกับด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่คาดมีโอกาสชะลอตัวลง ทำให้ Earnings Yield Gap จะกว้างมากขึ้น ถือเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น 

ยิ่งกลัว ยิ่งน่าสะสม : คาด SET เดือนพฤศจิกายน ลุ้นฟื้นตัว กรอบ 1350-1450 จุด หลังตลาดตอบรับเชิงลบไปมากแล้ว จนทำให้Valuation ของ SET เข้าสู่ระดับที่น่าดึงดูดมากขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยเน้นกลุ่มที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตดี, Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจ รวมทั้งภาพรวมธุรกิจผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายไปแล้ว โดยสำหรับหุ้นเด่นประจำเดือนนี้ ได้แก่ AH, ERW, KBANK, MASTER และ SAWAD

5 หุ้นเด่น ประจำเดือนพฤศจิกายน 2023 

  1. AH (45.0) : คาดกำไรเติบโตเด่นขานรับการที่ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกที่สำคัญ ผสาน EV ที่เติบโตเป็นแรงหนุนเพิ่มเติม ขณะที่ Valuation เทรดเพียง 5.3x ปันผล 5.6%
  2. ERW (6.2*) : คาดกำไร 3Q23 ขยายตัวเด่น y-y และทรงตัวสูง q-q อีกทั้งยังจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องทั้ง y-y, q-q ในช่วง 4Q23 จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจท่องเที่ยว
  3. KBANK (154.0*) : คาดแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวขึ้น ผสานกับรายได้ดอกเบี้ยที่ยังปรับขึ้นดี ตาม NIM และ สินเชื่อที่ปรับขึ้น ขณะที่ Valuation ยังอยู่ระดับที่ไม่แพง
  4. MASTER (79.5) : คาดกำไร 3Q23 เติบโตทำสถิติใหม่ จากการเริ่มรับรู้ห้องผ่าตัดใหม่ 10 ห้อง ผสานกับลูกค้าที่ทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และแผนการ M&P ที่จะช่วยหนุนภาพระยะกลาง-ยาว
  5. SAWAD (54*) : คาดกำไร 3Q23 จะขยายตัวทั้ง q-q และ y-y จากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโต ขณะที่ Valuation อยู่ในระดับที่ไม่แพง

*ราคาเป้าหมายจาก Bloomberg Consensus

บทความโดย นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ
นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์