เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เบื้องหลังความสำเร็จ ไทบ้าน เดอะซีรีส์

18 พ.ย. 2566 | 11:43น.
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ
ผู้เขียน ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่

วันนี้รายได้หนังเรื่อง “สัปเหร่อ” กำลังมุ่งสู่ 800 ล้านบาท เป็นปรากฏการณ์และสร้างกระแสอีสานซอฟต์พาวเวอร์ไปทั่วประเทศ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนอ่านเรื่องราวที่บอกเล่าโดย “โต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ผู้สนับสนุนและเบื้องหลังความสำเร็จของ “ไทบ้าน เดอะซีรีส์”

โต้ง สิริพงศ์ ขึ้นเวทีเสวนากับ “สรกล อดุลยานนท์” (หนุ่มเมืองจันท์) ในหัวข้อ “กรณีศึกษา ISAN Soft Power ไทบ้านเดอะซีรีส์” ในงานสัมมนา “Thailand 2024 Beyond Red Ocean” จัดโดยประชาชาติธุรกิจ พร้อมเล่าย้อนเรื่องราวของไทบ้าน ว่า เมื่อ 6 ปีก่อน น้อง ๆ กลุ่มนี้มาขอทุนทำหนัง พวกเขามีฝัน รวมเงินกันทำทีเซอร์

เขาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กและมาขอทุน ภายใน 1 สัปดาห์มีคนดู 1 ล้านวิว ทั้งที่บูสต์โพสต์จากการกดผิดไปแค่ 500 บาท แสดงว่าเฟซบุ๊กต้องมีอะไรสักอย่าง แต่เราก็ยังไม่ได้เชื่อว่าแฟนเพจของเขามีพลัง ผมเลยคิดคำขึ้นมาและให้เขาโพสต์ต่อหน้า “อกหัก แต่บอกเมียไม่ได้” ปรากฏว่า 10 นาที 7,000 ไลก์ 3,000 แชร์ จึงรู้ว่าเพจของเขามีพลังจริง

สุดท้ายผมให้ทุนพวกเขา 2 ล้านบาท พร้อมบอกว่า ลองไปคิดดูว่าทำได้ไหม สัปดาห์หน้าค่อยมาคุย ปรากฏว่าเขาตอบตกลงแบบไม่คิด ทันทีที่ให้เงินไป ผมมีโจทย์ คือ ต้องถ่ายทำในศรีสะเกษ เพราะอยากให้คนดูแล้วมาเที่ยว แต่คิดว่าขาดทุนแน่ เพราะไม่มีความชำนาญในธุรกิจนี้

ซึ่งน้อง ๆ ไทบ้านกลับบอกว่า คนอีสานมีจำนวนมากสุดในประเทศไทย เกือบครึ่งของประเทศ เราเลยคิดว่าเริ่มต้นจากขาดทุนและค่อย ๆ มีกำไร ถ้าสุดท้ายหนังไม่ทำเงินในโรง แต่ลงในเฟซบุ๊กและมี 1 ล้านคนมาดู ถือว่าวิวละ 2 บาท เป็นค่าโฆษณาให้จังหวัดเรา

ไม่คิดว่าไทบ้านจะมาถึงวันนี้

แค่คิดว่าไม่ขาดทุนก็โอเคแล้ว สรุปไทบ้าน เดอะซีรีส์ ภาคแรกที่ลงทุนไป 2 ล้านบาท มีรายได้ 40 ล้านบาท และคนก็เริ่มอยากรู้จัก อยากไปเที่ยว เราก็ทำเหมือนเกาหลีเลย เอาสแตนดี้นักแสดงไปตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ ได้โฆษณาจังหวัดของเราด้วย

วันที่สัปเหร่อแตะ 100 ล้านบาท มีค่ายหนังต่าง ๆ ถามว่าโฆษณาไปเท่าไร เลยถามกลับว่าเวลาเขาโฆษณาเท่าไร เขากระซิบว่า 30 ล้านบาทในแต่ละเรื่อง ผมเลยบอกไปว่าเราใช้ 30,000 บาท ยิงแอดโซเชียลอย่างเดียว ช่วงโควิดลำบากมาก ภาคนี้เลยไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง การติดบิลบอร์ดโฆษณาโรงหนังทั่วประเทศต้องใช้เงินครึ่งหนึ่งของค่าโปรดักชั่นหนัง ซึ่งมันมากเกินไป เรามั่นใจว่าแฟนคลับเราแข็งแรง

ความสำเร็จของหนังเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่ากระแสมีส่วนสำคัญ แต่สัปเหร่อผมคิดว่าดีด้วยเนื้อเรื่อง มันเป็นหนังของคนธรรมดาที่ไม่ได้มีปาฏิหาริย์ เหมือนไม่ได้มาดูดารา แต่ดูชีวิตเพื่อน ดูตัวเอง ดูชีวิตคนคนหนึ่ง

สัปเหร่อเป็นเรื่องที่ 6 และจะมีอีก 3 เรื่องในจักรวาลนี้ เราทำไป สร้างคนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้มีนักแสดงหน้าใหม่และสามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ ในระหว่างเส้นเรื่องแต่ละภาค ก็จะดูว่าตัวละครไหนโดดเด่นขึ้นมา เช่น หนังเกาหลีบางเรื่องนางรองสวยและน่าสงสารกว่านางเอก เราเอาคอนเซ็ปต์นี้มาใช้กับ “หมอปลาวาฬ” มีคนอินถึงกับแต่งเพลงมาให้ “บ่เป็นหยัง เค้าเข้าใจ” เราซื้อมาด้วยเงิน 15,000 บาท และวันนี้ 154 ล้านวิวแล้ว

กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง

ตอนแรกไม่ได้คิดเรื่องป่าล้อมเมือง แต่สถานการณ์บีบบังคับ ตอนแรกจะฉายแค่โรงในภาคอีสาน แต่ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ภาคแรกกลับเกิดปรากฏการณ์โรงแตก หนังไปต่อได้ จึงใช้กลยุทธ์ใหม่ซึ่งเราไม่มีงบฯโฆษณาเหลือแล้ว จึงใช้วิธีที่คุ้นเคยคือการยิงแอดเฟซบุ๊ก ต่อยอดกระแสจากภาคอีสาน 2-3 วันแรก

เราเลือกยิงแอดแถบภาคตะวันออกและชานเมืองกรุงเทพฯ เพราะชาวอีสานอาศัยอยู่มาก ยิงไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าสำเร็จ โรงหนังในกรุงเทพฯต้านกระแสไม่ไหวก็รับมาฉาย แต่กลางเมืองจริง ๆ ยังไม่มี จะฉายบริเวณบางพลี บางเเค บางกะปิ หรือย่านรังสิต เป็นต้น เป็นปรากฏการณ์โรงแตกรอบ ๆ กรุงเทพฯ และเกิดเป็นป่าล้อมเมือง

พอภาค 2 ก็เริ่มมีคนรู้ว่ามีหนังแบบนี้ เรามีที่ฉายมากขึ้น จนกระทั่งโดนคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กบว.) แบนในภาค 2.2 เนื่องจากมีฉากที่พระร้องไห้ฟูมฟายเพราะแฟนตาย จึงถูกเซ็นเซอร์ทั้ง ๆ ที่หนังกำลังจะฉายแล้ว ถึงขนาดว่ามีแฟนคลับมารอดูอยู่หน้าโรงแล้ว สุดท้ายภาค 2.2 ก็กลายเป็นกระแสและทำรายได้ 100 ล้านบาท

ซอฟต์พาวเวอร์ ขึ้นอยู่กับมุมมอง

ตอนแรกไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำคือซอฟต์พาวเวอร์ แค่ต้องการนำที่เที่ยวศรีสะเกษเข้าไปในหนัง ดู “กวน มึน โฮ” และอยากไปเที่ยวเกาหลี เลยมีความรู้สึกว่าถ้าทำหนังแบบนี้แล้วมีคนอยากมาเที่ยวศรีสะเกษจะเป็นอย่างไร ภาคอื่น ๆ ผมมั่นใจว่าคือซอฟต์พาวเวอร์ท่องเที่ยวศรีสะเกษ แต่สัปเหร่อเราไปถ่ายที่ทุ่งนา เมรุวัด จึงไม่มั่นใจว่ามันคือซอฟต์พาวเวอร์หรือไม่ แต่แฟนคลับบอกว่าเขาดูสัปเหร่อเเล้วอยากไปเที่ยวศรีสะเกษ ฉากข้าวจี่ที่ยายเอาให้หลานกิน เป็นข้าวจี่ไหม้ ๆ คนคอมเมนต์ว่าดูแล้วอยากกินข้าวจี่ แสดงว่ามันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ แม้เราไม่ได้ตั้งใจ

“สำหรับสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นซอฟต์พาวเวอร์แน่นอน คือมันทำให้คนที่ดูหนังเรื่องนี้เขากลับมาคิดถึง ‘สถาบันครอบครัว’ เวลาเขาดูอะไรแบบนี้แล้วเขามีความภาคภูมิใจในบ้านเกิด มันจะมีแรงที่บอกเขาว่า วันที่เขาประสบความสำเร็จ เขาต้องกลับไปพัฒนาบ้านเขา เรื่องนี้เป็นความสำเร็จสูงสุดของหนังเรื่องสัปเหร่อ”

รัฐต้องช่วยต่อยอดความฝัน

รัฐบาลชุดนี้มีความพยายามที่จะผลักดันสัปเหร่อไปยังต่างประเทศ ผมบอกน้อง ๆ ว่า อย่าเพิ่งไปเซ็นสัญญากับค่ายอื่น โดยเฉพาะเรื่องการออกไปประกวด เพราะรัฐบาลจะช่วย จะไปในนามตัวเองหรือนามทีมชาติ แน่นอนน้อง ๆ พูดเหมือนกันว่า นามทีมชาติ และรัฐบาลบอกว่าไม่ใช่สัปเหร่อเรื่องเดียว ต้องเอาหนังไทยเรื่องอื่น ๆ ไปด้วย สิ่งนี้สร้างความภูมิใจให้คนทำหนัง

สำหรับรัฐบาลอื่น ๆ ที่ผ่านมา เคยไปถามว่าทำไมการได้เงินสนับสนุนสร้างหนังถึงยากนัก เพราะเขาไปกำหนดโจทย์ว่าหนังควรเป็นแนวไหน เท่ากับความคิดของคนทำหนังถูกจำกัด ผมว่ามันคับแคบไป

ฝากถึงกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ ถ้าจะกำหนดว่าให้การสนับสนุนหนังแบบไหน อยากให้เขาสอดแทรกอะไรที่ส่งเสริมประเด็นทางเศรษฐกิจ สังคม อย่าไปกำหนดโจทย์ยาก ช่วยให้เขาได้ต่อยอดความฝัน อย่าไปบล็อกความคิดเขา