เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ดูทั้งหมด

วิธีออกจากน่านน้ำสีเลือด

22 พ.ย. 2566 | 15:17น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ดิษนีย์ นาคเจริญ

กลาง พ.ย. 2566 “ประชาชาติธุรกิจ” จัดสัมมนาครั้งที่ 5 ครั้งสุดท้ายของปี 2566 ในหัวข้อ Thailand 2024 Beyond Red Ocean โดย 2 ใน 7 วิทยากรที่มาถ่ายทอดประสบการณ์คือ 2 แบรนด์ดัง “โทฟุซัง-นันยาง”

แบรนด์หนึ่งอายุ 12 ปี อีกแบรนด์อยู่มาแล้ว 70 ปี ทั้งคู่อยู่ในธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดแบบน่านน้ำสีเลือด (red ocean) แต่ว่ายทวนน้ำไปหาน่านน้ำสีน้ำเงิน (blue ocean) ทำให้แบรนด์อยู่รอด และเติบโตมาได้

“สุรนาม พานิชการ” ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ โทฟุซัง บอกว่า การหา blue ocean คือหาตลาดที่ยังไม่มีใครทำสำหรับเขาคือ “น้ำเต้าหู้” แบบที่ขายในตลาดตอนเช้า เป็นรสชาติที่คุณพ่อชอบ แต่เมื่อลงมือทำพบว่าไม่ง่าย ทำให้ต้องอยู่ในห้องแล็บถึง 11 เดือน กว่าจะพัฒนาสินค้าออกมาขายได้

“คุณพ่อชอบให้ไปซื้อน้ำเต้าหู้ที่ตลาด เสียเวลาตอนเช้า มากเลยคิดว่าถ้าทำน้ำเต้าหู้แบบที่พ่อชอบในสเกลอุตสาหกรรมได้ก็น่าจะมีตลาด หลังคิดค้นพัฒนาอยู่นาน 11 เดือนก็ทำออกมาได้ เป็นน้ำเต้าหู้พาสเจอไรซ์ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีใครทำ”

การ “พาสเจอไรซ์” คือการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิที่ไม่สูงมากทำให้อายุของสินค้าค่อนข้างสั้น ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ที่ 10 วัน ช่วงแรกน้ำเต้าหู้ “โทฟุซัง” จึงมีอายุ 10 วัน ต่อมาพัฒนาเป็น 15 วัน และ 20 วัน ปัจจุบันอยู่ได้ถึง 40 วันจึงส่งไปขายต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ได้

จากยอดขาย 3 ล้านกว่าบาทปีแรก เข้าสู่ปีนี้ 2566 ปีที่ 12 น่าจะปิดปีได้ด้วยยอดขายที่ 850 ล้านบาท

การเติบโตก้าวกระโดดจาก 30 เป็น 60 เป็น 170 เป็น 200 กว่าล้านบาท และกว่า 800 ล้านบาทได้นั้น มาจากการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อหา new S-curve ใหม่ ๆ

“สุรนาม” บอกว่า S-curve ตัวที่สองของโทฟุซังคือ การออกรสชาติใหม่ ใส่ฟองเต้าหู้, เม็ดแมงลัก ล่าสุดมีรสฟักทองญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วน S-curve ตัวที่ 3 เพิ่มเรื่อง “ฟังก์ชั่น” เข้าไป เช่น โปรตีนสูง ทำให้ปัจจุบัน “โทฟุซัง” มีมาร์เก็ตแชร์ 90% ในตลาดน้ำเต้าหู้แบบพาสเจอไรซ์

จุดสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจ และรู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไรได้ แต่การจะอยู่ใน “บลูโอเชี่ยน” ได้ “สุรนาม” บอกว่าต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกลงไปกว่าปกติ

ด้าน “ดร.จักรพล จันทวิมล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เล่าถึงสินค้าของบริษัทว่า มีรองเท้า 2 แบบ คือรองเท้าผ้าใบนันยางและรองเท้าแตะช้างดาว

ลูกค้ากว่า 80% ของรองเท้าผ้าใบนันยาง คือเด็กนักเรียนมัธยมฯ ซึ่งจะอยู่ในตลาดนี้ได้ต้องปรับตัวตลอดเวลา เพราะการแข่งขันสูงมาก ด้วยว่าในแต่ละปีจะมีเด็กเรียนจบชั้นมัธยมฯ 6 ร่วม ๆ 1 ล้านคน จึงต้องหาลูกค้าใหม่ทุกปี

“การแข่งขันเป็นซีโร่ซัมเกม ผู้ชนะมักกวาดเรียบ ถ้าดูพฤติกรรมการซื้อรองเท้านักเรียนในไทยจะพบว่าแม้แต่ละคนจะซื้อครั้งละ 2 คู่ คือ รองเท้านักเรียนและรองเท้าพละก็มักเลือกยี่ห้อเดียว ผู้เล่นทุกรายจึงทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ช่วง back to school เม.ย.-พ.ค. เพื่อชิงลูกค้ามาให้ได้”

ยังไม่รวมอีกความท้าทายจากปัญหาประชากรที่ลดลงทุกปี ในอดีตมีเด็กเกิดปีละ1 ล้านคน แต่ปีที่ผ่านมาเหลือ 5 แสนคน หายไปถึงครึ่งนึง ถ้าไม่ทำอะไรอีก 7 ปีตลาดจะหายไป

ด้วยความที่แคแร็กเตอร์ “นันยาง” ในสายตาผู้ปกครองดูไม่เป็นเด็กดีเท่าไร จึงมีซับแบรนด์ “นันยาง Have Fun” เพิ่มโอกาสในการขายจับกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่ห่วงเรื่องพัฒนาการของลูก และต้องการรองเท้าที่นุ่มและเบา โดยใส่นวัตกรรม “เชือกยืดหยุ่น” เข้าไปทำให้ลดการสัมผัสเชื้อโรคได้จึงสร้างการเติบโตในช่วงโควิดที่ทุกอย่างไม่ดีได้

ส่วนรองเท้าแตะ “ช้างดาว”ขยายไปจับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอาศัยกระแสฮิตใส่กางเกงช้างแล้วต้องใส่รองเท้าช้างดาวด้วย มีการนำสินค้าไปให้คนขับรถตุ๊กตุ๊กแจกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลองใส่ และขยับไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ เช่น พระสงฆ์ ด้วย “ช้างดาว munk” เป็นต้น

“นันยาง” อยู่มา 70 ปีเหมือน “ปลา” ที่แอบซ่อนตามซอก ไม่ต้องเร็ว ไม่ต้องใหญ่ ไม่เล็ก ไม่ช้า แต่เป็น “ปลาที่ไม่ตาย มีน้ำตรงไหนก็ว่ายไปได้”

ทั้ง “สุรนาม และ จักรพล” เชื่อเหมือนกันว่า การจะฝ่าน่านน้ำสีเลือด ออกมาหา “บลูโอเชี่ยน” ได้ต้องมี 3 สิ่งคือ 1.ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดและทำได้ดี 2.ทำในสิ่งที่คู่แข่งทำไม่ได้ และ 3.ทำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

beyond RED OCEAN นันยาง โทฟุซัง