เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
Finance EXIM BANK ผุดมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม สินเชื่อ 1 แสน ดอกเบี้ย 2% เสริมสภาพคล่อง
KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
Finance KTC กำไร Q3 โต 8.9% แตะ 2,125 ล้านบาท คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
Tech เปิดนวัตกรรมเครือซีพี CP Innovation Exposition 2026 สร้างอิมแพ็ค 3หมื่นล้านบาท  
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ เพิ่มดีกรีคุม “ชอร์ตเซล” ขู่ลงโทษโบรกฯไม่ร่วมมือ

22 พ.ย. 2566 | 07:28น.
ชอร์ตเซล

ตลาดหลักทรัพย์ฯเต้นเพิ่มดีกรีคุม “ชอร์ตเซล-โปรแกรมเทรดดิ้ง” บี้โบรกฯต้องรายงานธุรกรรมชอร์ตเซลผ่านบัญชี “omnibus” ยิบ หวังสกัดจับ “naked short sell” ไม่ส่งหลักฐานใน 15 วัน เจอบทลงโทษ พร้อมตั้งทีมตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ ตลท.ถกนัดพิเศษ ชี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ “uptick rule”

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ได้นิ่งนอนใจในการกำกับดูแลธุรกรรมชอร์ตเซลและการซื้อขายด้วยโปรแกรมเทรดดิ้ง

โดยจะมีแนวทางการยกระดับการกำกับดูแลเพิ่มเติมด้วยกัน 3 ส่วน คือ 1.ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยกระดับการตรวจสอบบัญชีประเภท omnibus account (บัญชีที่มีผู้ลงทุนร่วมกันหลายคนภายใต้บัญชีเดียวกัน) ซึ่งมีการซื้อขายผ่านโปรแกรมเทรดดิ้ง

ทั้งนี้ แนวปฏิบัติที่ผ่านมาจะให้ส่งหลักฐานผ่านบริษัทสมาชิกมาพิสูจน์ว่า ลูกค้าที่มีการชอร์ตผ่านบัญชี omnibus มีหุ้นอยู่ในมือหรือไม่ ซึ่งจะพบปัญหาในการเข้าไปตรวจสอบที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน

ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงกำหนดเป็นแนวปฏิบัติให้กับบริษัทหลักทรัพย์สมาชิก กรณีหากไม่สามารถส่งหลักฐานมาพิสูจน์ถึงการมีหุ้นไว้ในครอบครองก่อน จะสั่งขายภายในระยะเวลา 15 วัน ตลาดหลักทรัพย์ฯจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่า คือธุรกรรม naked short sell และจะดำเนินการทางวินัยกับบริษัทสมาชิกดังกล่าว

“จะมีคณะกรรมการวินัยพิจารณาลงโทษ ทั้งปรับเงิน, ภาคทัณฑ์, ตักเตือน, ระงับการซื้อขาย ขึ้นอยู่กับความผิดของการกระทำเพื่อความร้ายแรงของการกระทำความผิดนั้น ๆ”

นายรองรักษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ตลท.ได้ส่งหนังสือเวียนไปยังบริษัทหลักทรัพย์สมาชิก และที่ไม่ใช่สมาชิก รวมถึงคัสโตเดียน ให้ช่วยกำกับดูแลการซื้อขายชอร์ตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ตลท.กำหนดแล้วด้วย

รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล
รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล

2.จะทบทวนความเท่าเทียมและความเป็นธรรมในการซื้อขาย ระหว่างผู้ที่ทำการซื้อขายผ่านโปรแกรมเทรดดิ้งและไม่ใช่โปรแกรมเทรดดิ้ง โดยจะจำแนกประเภทตามผู้ลงทุนกลุ่มต่าง ๆ (รายย่อย, สถาบัน และต่างชาติ) โดยจะศึกษาเทียบเคียงจากต่างประเทศ

และ 3.จะมีการตั้งคณะทำงานพิเศษที่เป็น external investigator ให้เข้ามาช่วยทำการตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะต่อกระบวนการทำงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการกำกับดูแลธุรกรรม naked short sell และโปรแกรมเทรดดิ้ง

โดยเบื้องต้นจะมีผู้แทนจากตลาดหุ้น NASDAQ และผู้แทนจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เข้ามาอยู่ในคณะทำงานชุดนี้ เพื่อเสนอแนะว่าการตรวจจับ naked short ในปัจจุบันควรจะมีมาตรการอะไรที่จะสามารถทำได้ดีขึ้นอีก

ส่วนกรณีสำนักงาน ก.ล.ต. มีหนังสือกำชับและข้อเสนอแนะ ในเรื่องการทบทวนกฎเกณฑ์ราคาเกี่ยวกับธุรกรรมชอร์ตเซล (price rule) โดยให้ปรับจาก zero plus tick (ชอร์ตเซลราคาจะต้องไม่ต่ำกว่าราคาตลาด) มาเป็น uptick rule (ชอร์ตเซลราคาจะต้องสูงกว่าราคาตลาด) นั้น

รองผู้จัดการ ตลท.กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เรียกประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ (บอร์ด ตลท.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยบอร์ดมีข้อสรุปว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ uptick rule เพราะเห็นว่ายังไม่มีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดผลกระทบที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงของดัชนี (SET Index) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยมาโดยตลอด นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 1.8 แสนล้านบาท”

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ถือว่า ตลท.รับฟังเสียงนักลงทุน โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมชอร์ตเซลที่มีลักษณะ naked short มากขึ้น อย่างไรก็ดี แนวทางส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจสอบ ไม่ได้เป็นการไปสกัดกั้นระงับยับยั้ง

“หมายความว่า ตลท.จะต้องหาความจริงก่อน ถึงจะหาทางสกัดกั้นยับยั้ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะดำเนินการหรือไม่ แต่นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ในเวลานี้ ต้องการมาตรการที่ช่วยสกัดกั้นยับยั้ง และที่น่าสนใจก็คือ มาตรการที่สำนักงาน ก.ล.ต.เสนอ หรือการกลับมาใช้มาตรการ uptick แต่ ตลท.ยังไม่ดำเนินการ จึงค่อนข้างน่าผิดหวัง”

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ก.ย.-ต.ค.) ติดลบ 12% ขณะที่ MSCI World Index ติดลบ 7% โดยตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. MSCI World Index ฟื้นขึ้นมาแล้ว 6-7% แต่ SET Index บวกขึ้นมาแค่ 2% เท่านั้น แสดงว่ามีบางอย่างที่เป็นอุปสรรคในการฟื้นตัวของหุ้นไทย ขณะที่เวลาปรับตัวลง ก็ลงมากกว่า แต่ฟื้นได้น้อยกว่า

“เมื่อตลาดหลักทรัพย์ฯไม่มีมาตรการยับยั้ง จึงน่าจะทำให้บรรยากาศลงทุนไม่เปลี่ยนแปลง คือ ซบเซาเหมือนเดิม เพราะรายย่อยไม่กล้าที่จะลงทุน”