ย้อนไทม์ไลน์ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5 รัฐบาล ตั้งแต่ทักษิณ-ประยุทธ์ หลังครม.เตรียมถกอัพเพิ่มในรอบ 9 ปี คาดปรับฐานเฉพาะคนบรรจุใหม่
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการพลเรือนได้รับมอบหมายจากนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้ศึกษาความเหมาะสม และเป็นไปได้ แนวทาง กรอบระยะเวลา และผลกระทบของการปรับอัตราเงินเดือนสำหรับกลุ่มข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ยืนยันว่า ขึ้นเงินเดือนข้าราชการแน่ รอฟังรายละเอียดหลัง ครม.เคาะ 28 พ.ย.
“การประชุมดังกล่าวได้พิจารณารายละเอียดครั้งสุดท้ายว่าอะไรที่ทำได้ในเวลานี้ อะไรที่ยังทำไม่ได้ และอะไรที่จะทำต่อไปในอนาคต แต่จะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการแน่นอน ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตนขอนำเสนอเรื่องนี้เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ก่อน เพราะ ครม.มอบหมายให้ตนกำกับดูแลและนำเรื่องกลับมาเสนอที่ประชุมภายใน 1 เดือน”
เมื่อถามว่า จะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการระดับใดบ้าง และขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์ นายปานปรีย์กล่าวว่า ขอให้รอดูรายละเอียดหลังจาก ครม.ให้ความเห็นชอบ
รัฐบาลทักษิณ ขึ้นเงินเดือน 2 ครั้ง
ข้อมูลของสำนักงาน ก.พ. ระบุถึงการการปรับเงินเดือนข้าราชการในรอบ 10 ปี ในช่วงเวลา 2547-2558 โดยปี 2547 ซึ่งเป็นยุครัฐบาลที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ มีพระราชกฤษฎีกาการปรับเงินเดือนของข้าราชการ ซึ่งเป็นการปรับจากพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นการปรับเงินเดือนของข้าราชการเข้าสู่โครงสร้างบัญชีเงินเดือนใหม่จากของเดิมปี 2538
โดยปรับเพิ่มในอัตราร้อยละ 3 เท่ากันทุกอัตราสําหรับข้าราชการทุกประเภท ทำให้เงินเดือนต่ำสุดอยู่ที่ 4,230 บาท สูงสุดที่ 61,850 บาท
บัญชีเงินเดือนปี 2547 นั้น มีการแบ่งเป็น 5 บัญชี คือ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนแบบเก่ากำหนดระดับไว้ 12 อันดับด้วยกัน ได้แก่ อันดับ ท.1-ท.11 และ บ.11 ประกอบด้วยบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม 14 ระดับ
ตั้งแต่ พ.1-พ.2 ป.1-ป.3 น.1-น.9 บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ 14 ระดับเช่นกัน นั่นคือ พ.1-พ.2 ป.1-ป.3 ส.1-ส.9
บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง เช่น ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ที่ปรึกษารองประธานรัฐสภา ฯลฯ บัญชีอัตราตำแหน่งและเงินเดือนข้าราชการการเมือง เช่น นายกฯ รองนายกฯ รัฐมนตรีว่าการ
การปรับบัญชีเงินเดือนครั้งที่ 2 เป็นการปรับเพิ่มเงินของระดับตําแหน่งในแต่ละประเภท เกิดขึ้นในปี 2548 เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ในช่วงรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เช่นกัน และมีการปรับเพิ่มในอัตราร้อยละ 5 เท่ากันทุกอัตราสำหรับข้าราชการทุกประเภท โดยเงินเดือนต่ำสุดอยู่ที่ 4,450 บาท สูงสุดที่ 64,950 บาท และเงินเดือนนายกรัฐมนตรี 69,220 บาท
ปรับครั้งที่ 3 เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร 2549
การปรับบัญชีเดือนครั้งที่ 3 ปี 2550 เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะ ยึดอำนาจจากนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ได้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2550
โดยปรับเพิ่มในอัตราร้อยละ 4 เท่ากันทุกอัตราจาก พ.ร.ก.ฉบับก่อนสําหรับข้าราชการทุกประเภท เงินเดือนต่ำสุดอยู่ที่ 4,630 บาท สูงสุดที่ 67,550 บาท
รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ปี 2551 เป็นการปรับบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ ครั้งที่ 4 โดยมีการกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 (ไม่เกี่ยวกับของข้าราชการทหาร ตำรวจ ฯลฯ) จากเดิมระบบการกำหนดตำแหน่งงานใช้ ซี เป็นตัวแบ่ง (common level) ในทุกระดับเป็นมาตรฐานกลางเดียวกันทั้งระบบข้าราชการ ตั้งแต่ระดับ 111 เป็นการกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ และเงินเดือนขั้นสูง
โดยหลักการของการขึ้นเงินเดือนในระบบแท่งนี้ ให้มีการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือน โดยให้พิจารณาตามผลการปฏิบัติราชการ โดยมีการปรับขึ้นร้อยละ 5 เท่ากันทุกประเภท เงินเดือนต่ำสุดอยู่ที่ 4,870 บาท สูงสุดที่ 69,810 บาท
ปรับครั้งที่ 5 ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์
ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2554 โดยเงินเดือนต่ำสุดอยู่ที่ 4,870 บาท สูงสุดที่ 69,810 บาท เช่นเดียวกัน โดยเป็นการกำหนดฐานเงินเดือนขั้นต่ำสูงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนสามัญ
ปรับครั้งล่าสุด 9 ปีที่แล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
การปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการครั้งที่ 6 ในรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558
โดยเงินเดือนต่ำสุดอยู่ที่ 7,410 บาท สูงสุดที่ 76,800 บาท ครอบคลุมข้าราชการและพนักงานราชการทุกประเภท ครอบคลุม 1.98 ล้านคน ใช้งบ 22,900 ล้านบาท
ครม.เตรียมถก คาดปรับเฉพาะคนบรรจุใหม่
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 3/66
นายดนุชากล่าวถึงการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการว่า คงต้องรอติดตามว่าจะนำเสนอเข้ามายังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) หรือในสัปดาห์หน้าหรือไม่ เบื้องต้นเชื่อว่าการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการไม่ใช่การขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ
“อย่างไรก็ตาม การขึ้นเงินเดือนคาดว่าจะไม่ใช่ขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ แต่อาจดูไปที่ระดับข้าราชการเข้าใหม่แรกบรรจุ ที่มีฐานเงินเดือนอาจจะต่ำเมื่อเทียบเงินเดือนภาคเอกชน แต่ทั้งหมดคงต้องรอรายละเอียดและวิธีการเข้า ครม.ก่อน แต่ในแง่การช่วยยืนยันว่าจะไม่ได้ทำทั้งระบบ” นายดนุชากล่าว