เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

สงครามการค้าสหรัฐ-จีน จุดจบของ “ดับเบิลยูทีโอ” ?

18 เม.ย. 2561 | 20:55น.

หลายคนแสดงความคาดหวังว่า องค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่จะช่วยคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ที่ก่อตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ไม่ให้ลุกลามออกไปจนกลายเป็นสงครามการค้า ที่จะสร้างความเสียหายให้ไม่เพียงเฉพาะกับคู่กรณี แต่หมายถึงเศรษฐกิจการค้าโดยรวมของทั้งโลกอีกด้วย

ผู้ที่แสดงความคาดหวังดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ไม่เพียงแต่ตัวแทนของจีนจะเรียกร้องซ้ำ ๆ หลายครั้งให้สหรัฐอเมริกาหันมาใช้กลไกระงับข้อพิพาทของดับเบิลยูทีโอ แทนที่การประกาศใช้มาตรการขึ้นพิกัดอัตราภาษีศุลกากรด้วยตัวเองเท่านั้น สหรัฐอเมริกาเองยังยื่นเรื่องต่อ “องค์กรระงับข้อพิพาท” (ดีเอสบี) หน่วยงานสำคัญของดับเบิลยูทีโอ เรียกร้องให้ลงโทษจีนในกรณีการละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย

ที่สำคัญก็คือ กรณีพิพาททางการค้า ถ้าดับเบิลยูทีโอไม่แก้ แล้วใครจะเป็นคนแก้ ?

แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศระดับคร่ำหวอดหลายคนไม่เชื่อว่า ความคาดหวังดังกล่าวจะเป็นความจริง เหตุผลหลักก็คือ สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีมาตั้งแต่ต้นว่า ไม่เคยยอมรับบทบาทของดับเบิลยูทีโอเอาเลย ค่อนไปในทางเป็นปฏิปักษ์ด้วยซ้ำไป

ทรัมป์เคยแสดงทรรศนะต่อดับเบิลยูทีโอเอาไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดี พูดถึงเอาไว้ในระหว่างการหาเสียงหลายครั้งว่า ดับเบิลยูทีโอ คือความล้มเหลวในระดับ “หายนะ” และขู่กลาย ๆ ด้วยซ้ำไปว่า จะให้สหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก

และประกาศชัดว่า สหรัฐอเมริกามี “สิทธิเต็มที่” ต่อการเพิกเฉยคำตัดสินชี้ขาดของดีเอสบี ซึ่ง “ล่วงละเมิดต่อผลประโยชน์” ของสหรัฐอเมริกา

ดังนั้นในสายตาของผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงมองความพยายามของรัฐบาลอเมริกันที่อ้างว่า การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าของตนนั้นเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ เพราะสินค้าที่ถูกขึ้นพิกัดอัตราภาษีเหล่านั้นกระทบต่อ “ความมั่นคงของชาติ” จึงไม่ต่างอะไรกับการโยนระเบิดลูกใหญ่เข้าใส่ดับเบิลยูทีโอนั่นเอง

แล้วทำไมสหรัฐอเมริกา ถึงได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อดีเอสบี ?

ปีเตอร์ ไมตรี อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเคยทำงานอยู่กับดับเบิลยูทีโอมายาวนานถึง 20 ปี มองความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า เป็นวิธีการ “มาตรฐาน” ของทรัมป์ ในการปฏิบัติต่อบรรดาองค์กรระหว่างประเทศทั้งหลาย ตั้งแต่กรณีองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เรื่อยไปจนถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นั่นคือทั้งไม่ให้ความเชื่อถือ ไม่ให้ความสำคัญ ต่อองค์กรระหว่างประเทศเหล่านี้ ยกเว้นในกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะได้รับประโยชน์เท่านั้น จึงให้คุณค่า ให้ความสำคัญ

การยื่นเรื่องต่อดีเอสบี เป็นการ”ใช้ประโยชน์” จากดับเบิลยูทีโออย่างเต็มที่ เพื่อแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่สหรัฐอเมริกากระทำทั้งหมดไม่ได้เป็นการต่อสู้กับดับเบิลยูทีโอ และเป็นคนละเรื่องกับการอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติโดยสิ้นเชิง ถือเป็นการ “ใช้อาวุธทุกชนิด” เท่าที่สามารถจะใช้ได้เพื่อให้ได้ชัยชนะ รวมถึงการทำงานภายในระบบที่ใช้กันอยู่ แต่ในเวลาเดียวกันก็พร้อมที่จะไม่แยแสกฎเกณฑ์ใด ๆ ถ้าจำเป็นขึ้นมาซึ่งนั่นก่อให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า อนาคตของดับเบิลยูทีโอจะลงเอยในสภาพไหน ถ้าหากสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

ไม่ยอมรับกฎ กติกา ขององค์กรระหว่างประเทศ ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทำหน้าที่ออกกฎและกำกับดูแลให้การค้าโลกมีความเสมอภาคและเป็นธรรม ?

เอ็ดเวิร์ด อัลเดน นักวิชาการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการค้าระหว่างประเทศของสภาเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ซีเอฟอาร์) องค์กรทางวิชาการในวอชิงตัน เขียนบทความแสดงความคิดเห็นออกมาในทันทีที่มีการประกาศขึ้นพิกัดอัตราภาษีโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ เมื่อ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า วันที่สหรัฐประกาศดังกล่าว คือ วันที่ดับเบิลยูทีโอเดินทางมาถึงจุดจบ

อัลเดนชี้ให้เห็นว่า ทางการสหรัฐอเมริกาอ้างว่า มาตราว่าด้วยความมั่นคงของชาติในกฎหมายการค้าระหว่างประเทศนั้น เป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้เอง ซึ่งหมายความว่า เมื่อใดก็ตามที่ประเทศใดก็ตามอ้างเอาเหตุผลด้านความมั่นคงมาใช้ เพื่อออกมาตรการใด ๆ ทางการค้า มาตรการใด ๆ ดังกล่าวนั้นถือว่า ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

และระบุต่อไปว่า หากดีเอสบีของดับเบิลยูทีโอชี้ขาดออกมาว่า การดำเนินการของสหรัฐอเมริกาถูกต้องแล้ว ด้วยเหตุผลตามที่สหรัฐอเมริกาอ้าง ต่อไปดับเบิลยูทีโอก็ต้องอนุญาตให้ทุกประเทศขึ้นภาษีตามอำเภอใจได้ตลอดเวลา เมื่อใดก็ได้ตามที่ประเทศนั้น ๆ ต้องการ ด้วยการอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าหากชี้ขาดออกมา ปฏิเสธคำร้องของสหรัฐอเมริกา แล้วสหรัฐปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำชี้ขาดของดับเบิลยูทีโอ ไม่เพียง “องค์กรระงับข้อพิพาท” จะอยู่ไม่ได้ แม้แต่ความเชื่อถือและคุณค่าของดับเบิลยูทีโอก็จะพังทลาย และแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

อนาคตของดับเบิลยูทีโอขึ้นอยู่กับว่า จีนและสมาชิกอื่น ๆ รวมทั้งสหภาพยุโรป แสดงปฏิกิริยาต่อความอึดอัด คับข้องใจของสหรัฐอเมริกาที่จะเกิดขึ้นอย่างไร และพร้อมที่จะปรับตัว รอมชอม เพื่อให้ดับเบิลยูทีโอ และระบบการค้าพหุภาคีที่ทำให้เศรษฐกิจโลกรุ่งเรืองในช่วงที่ผ่านมา ยังอยู่รอดต่อไปหรือไม่

ไม่ว่าจะเป็นไปในกรณีใด ทั้งอัลเดน และปีเตอร์ เห็นตรงกันว่า ดับเบิลยูทีโอจะยังคงรูปร่างเป็นองค์กรสำหรับการค้าระหว่างประเทศอยู่เหมือนเดิมไปอีกระยะหนึ่ง คงไม่สิ้นสุดไปในเร็ววัน

แต่ชัดเจนว่า สถานการณ์ในเวลานี้แหลมคมและอันตรายอย่างยิ่งแล้ว