เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
Interview คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
Finance ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
Automotive Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
‘การกุศล’ สะท้อนรัฐล้มเหลว? ไทยพึ่งเงินบริจาค แต่ต่างชาติพึ่งระบบสวัสดิการ
Politics ‘การกุศล’ สะท้อนรัฐล้มเหลว? ไทยพึ่งเงินบริจาค แต่ต่างชาติพึ่งระบบสวัสดิการ
คปภ. เผยเคลมประกันภัยพิบัติทะลุ 1,000 ราย เร่งจ่ายใน 15 วัน ดัน AI ประเมินเสียหาย
Finance คปภ. เผยเคลมประกันภัยพิบัติทะลุ 1,000 ราย เร่งจ่ายใน 15 วัน ดัน AI ประเมินเสียหาย
ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
Automotive ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
Finance คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ดูทั้งหมด

BITE SIZE : ลดหย่อนภาษี ปีภาษี 2566 ค่าใช้จ่ายอะไรใช้ลดหย่อนได้บ้าง

06 ม.ค. 2567 | 11:00น.
Prachachat BITE SIZE ลดหย่อนภาษี 2566
Prachachat BITE SIZE
โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

เปิดศักราชใหม่ 2567 นี้ สิ่งหนึ่งที่คนไทยหลาย ๆ คนต้องทำแน่นอน คือ การยื่นภาษี ซึ่งเป็นไปตามวงรอบการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา ทั้งแบบ ภ.ง.ด.90 และแบบ ภ.ง.ด.91 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปี

โดยหลายคนอาจจะกำลังอยู่ในช่วงเตรียมยื่นภาษี และเตรียมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกัน โดยเฉพาะเหล่ามนุษย์เงินเดือน

แล้วมีอะไรที่ควรรู้ก่อนยื่นภาษี และลดหย่อนภาษีกัน

Prachachat BITE SIZE สรุปให้ฟัง

ใครต้องยื่นภาษี ?

การยื่นภาษีและเสียภาษี จริง ๆ เป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องยื่น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องยื่น

ตามกฎหมายกำหนดให้คนไทยมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมายทุกปี เมื่อมีรายได้ตามเกณฑ์ ดังนี้

กรณีโสด (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

  • มีเงินเดือนเกิน 120,000 บาทต่อปี
  • มีเงินเดือน และรายได้อื่น ๆ ถ้าเกิน 60,000 บาทต่อปี

กรณีสมรส (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

  • มีเงินเดือนเกิน 220,000 บาทต่อปี
  • มีเงินเดือน และรายได้อื่น ๆ ถ้าเกิน 120,000 บาทต่อปี

ทั้งนี้ รายได้ 2 แบบนี้ จะยื่นภาษีต่างประเภทกัน

  • ถ้ามีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91
  • ถ้ามีรายได้จากทางอื่นด้วย ไม่ว่าจะขายของ ทำงานฟรีแลนซ์ เงินปันผลหุ้น-กองทุน ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90

สำหรับรอบของการยื่นภาษี ส่วนใหญ่จะยื่นปีละ 1 ครั้ง ช่วงมกราคม-มีนาคมของปีถัดไป และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรมสรรพากร ขยายเวลาการยื่นแบบภาษีให้สิ้นสุดช้าลง 1 สัปดาห์ หากยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมสรรพากร

เปิดค่าใช้จ่าย ลดหย่อนภาษีได้

ในปีภาษี 2566 มีรายการลดหย่อนภาษีเยอะมาก ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย การออม การลงทุน จนถึงมาตรการของรัฐอย่าง “ช้อปดีมีคืน” โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ภาษีส่วนตัวและครอบครัว

ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท

กฎหมายกำหนดให้ผู้เสียภาษีสามารถใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาท โดยผู้เสียภาษีจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนนี้ได้ทันทีที่ทำการยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้ประจำปี (ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91)

ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท

กฎหมายกำหนดให้คู่สมรสสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ

  • สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1 คน
  • ต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายกำหนด
  • คู่สมรส (สามีหรือภรรยา) ต้องเป็นผู้ไม่มีเงินได้ หรือรายได้ในปีนั้น ๆ
  • ในกรณีที่สามีและภรรยามีเงินได้ทั้งคู่ กฎหมายอนุญาตให้ยื่นภาษีรวมกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีคู่สมรสได้

ค่าลดหย่อนบุตร คนละ 30,000-60,000 บาท

กฎหมายกำหนดเงื่อนไขการใช้สิทธิค่าลดหย่อนบุตร 2 ข้อคือ

  • ค่าลดหย่อนบุตรชอบด้วยกฎหมาย สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรชอบด้วยกฎหมายคนละ 30,000 บาท และ
  • หากมีบุตรคนที่ 2 ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุตรได้คนละ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบุตรบุญธรรม สำหรับผู้ที่มีบุตรบุญธรรม หรือมีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุตรได้สูงสุด 3 คน และจะต้องเป็นบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

เงื่อนไขการใช้สิทธิค่าลดหย่อนบุตร

  • บุตรจะต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี
  • ในกรณีที่บุตรมีอายุ 21-25 ปี บุตรจะต้องศึกษาอยู่ในระดับ ปวส.ขึ้นไปเท่านั้น
  • บุตรจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ยกเว้นกรณีเงินปันผล)

ค่าลดหย่อนบิดามารดา คนละ 30,000 บาท

แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

1. ค่าลดหย่อนบิดามารดาตัวเอง : กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่เลี้ยงดูพ่อแม่ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ได้คนละ 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ

  • จะต้องเป็นพ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพ่อแม่ที่แท้จริงเท่านั้น
  • พ่อ-แม่ จะต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
  • พ่อ-แม่ จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา สำหรับคนมีพี่น้อง

ในกรณีที่มีพี่น้องและต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา เราแนะนำให้พูดคุยกับพี่หรือน้องให้ชัดเจนว่า ใครจะเป็นผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีพ่อแม่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ค่าลดหย่อนบิดามารดาสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถยื่นขอใช้สิทธิซ้ำกันได้

และการใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ จะต้องใช้หนังสือรับรองการหักค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (ลย.03) พร้อมให้พ่อแม่เซ็นชื่อกำกับเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีด้วย

2. ค่าลดหย่อนบิดามารดาคู่สมรส : ในกรณีที่คุณดูแลพ่อแม่คู่สมรส กฎหมายกำหนดให้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีพ่อแม่คู่สมรสได้คนละ 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า

  • จะต้องเป็นพ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพ่อแม่ที่แท้จริงเท่านั้น
  • พ่อ-แม่ จะต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
  • พ่อ-แม่ จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • คู่สมรสต้องไม่มีรายได้ และครอบครัวฝั่งคู่สมรสจะต้องไม่มีใครใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่
  • ต้องใช้หนังสือรับรองการหักค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (ลย.03) พร้อมให้พ่อแม่เซ็นชื่อกำกับเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีด้วย

ทั้งนี้ ค่าลดหย่อนบิดามารดา สามารถใช้สิทธิรวมกันได้สูงสุด 4 คน และกรณีมีพ่อ-แม่บุญธรรม ไม่สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนได้

ค่าลดหย่อนผู้พิการ หรือทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท

หากเป็นผู้ดูแลหรืออุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คนละ 60,000 บาท โดยมีเอกสารที่ต้องใช้เป็นหลักฐานคือ

  • บัตรประจำตัวผู้พิการ หรือใบรับรองแพทย์
  • เอกสารรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูผู้ทุพพลภาพ (ลย.04)

ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร

ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตรสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท และจะต้องเป็นค่าฝากครรภ์และคลอดบุตรที่จ่ายตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ต้องเป็นค่าฝากครรภ์ หรือคลอดบุตร ที่จ่ายให้กับสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน
  • ในกรณีที่ตั้งครรภ์ปีนี้ คลอดปีหน้า สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามปีที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60,000 บาท
  • ในกรณีที่ต้องยื่นภาษีทั้งสามีและภรรยา กฎหมายกำหนดให้ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตรเป็นของภรรยา แต่หากภรรยาไม่มีรายได้ในปีภาษีนั้น ๆ สามีจึงจะสามารถใช้สิทธิฝากครรภ์และคลอดบุตรได้
    ใช้ใบเสร็จรับเงิน และใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐานในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

กลุ่มที่ 2 ประกันและการลงทุน

ค่าลดหย่อนประกันสังคม

เงินสมทบประกันสังคมในปี 2566 จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท (หมายเหตุ : จำนวนเงินสมทบประกันสังคมอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากมีการประกาศปรับลดเงินสมทบประกันสังคมในอนาคต)

เบี้ยประกันชีวิต

ในกรณีที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิตในช่วงปีที่ผ่านมา สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายตลอดทั้งปีมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยจะต้องเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป และทำกับบริษัทประกันในประเทศไทยเท่านั้น

เบี้ยประกันสุขภาพ

ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้มี 2 กรณีคือ

1. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพตนเอง : สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายมาตลอดทั้งปี ได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับค่าเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิต จะต้องไม่เกิน 100,000 บาท และจะต้องเป็นประกันสุขภาพในกลุ่มต่อไปนี้

  • ประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาล เนื่องจากอาการเจ็บป่วยและอาการบาดเจ็บ ชดเชยทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรืออาการบาดเจ็บ
  • ประกันอุบัติเหตุ ที่ให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
  • ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
  • ประกันสุขภาพระยะยาว (Long Term Care)

2. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา : สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และพ่อแม่จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องให้พ่อแม่มีอายุครบ 60 ปี

เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และสามารถใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท และจะต้องเป็นประกันบำนาญที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ทำและจะต้องทำกับบริษัทประกันในประเทศไทยเท่านั้น

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใด ๆ ก็ได้ อาทิ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ และสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี ตามที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท และมีเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดังนี้

  • ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก และสามารถขายได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  • ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อกองทุน RMF แต่จะต้องทำการซื้อต่อเนื่องทุกปี
  • สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ใหม่ได้ในปีที่เริ่มลงทุน ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป

กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)

กองทุนรวมเพื่อการออม SSF หรือ Super Saving Fund สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใด ๆ ก็ได้ อาทิ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ และสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท และมีเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดังนี้

  • ต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ปี นับจากวันที่ซื้อกองทุน
  • ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อกองทุน SSF และไม่ต้องซื้อกองทุนต่อเนื่องทุกปี
  • สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ภายในปี 2563-2567

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./กองทุนสังเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี ตามที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดปีละ 13,200 บาท และเมื่อรวมกับกองทุน RMF, กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนสังเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, เบี้ยประกันบำนาญ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ทั้งนี้ กองทุนรวม RMF SSF มีประกันบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุน กบข. หรือกองทุนการออมแห่งชาติ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ รวมกันสูงสุด 5 แสนบาท

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG fund)

สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องจ่ายภาษี ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ไม่นับรวมกับกองทุนการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ โดยมีเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมดังนี้

  • ต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 8 ปี นับจากวันที่ซื้อกองทุน
  • สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ในปี 2566-2575

กลุ่มที่ 3 อสังหาริมทรัพย์

สามารถนำดอกเบี้ยที่เกิดจากการซื้อที่อยู่อาศัยมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ในกรณีที่ซื้อแบบกู้ร่วม สิทธิลดหย่อนภาษีจะเฉลี่ยตามจำนวนคนร่วมกู้ โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ

  • สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับการซื้อที่อยู่อาศัยกี่หลังก็ได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • ต้องใช้เอกสารรับรองการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่เจ้าหนี้ออกให้ เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีด้วย

กลุ่มที่ 4 เงินบริจาค

เงินบริจาคการกุศล

ลดหย่อนได้สูงสุด 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน โดยมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ลดหย่อนภาษี 1 เท่า กรณีบริจาคลดหย่อนภาษีทั่วไป
  • ลดหย่อนภาษี 2 เท่า กรณีบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา พัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ ตามหน่วยงานและวิธีที่กรมสรรพากรกำหนด

ทั้งนี้ การลดหย่อนภาษีทั้ง 2 แบบ สามารถใช้สิทธิรวมกันได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

เงินบริจาคพรรคการเมือง

สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

กลุ่มที่ 5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เงินลงทุนวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

ลดหย่อนตามจริง สูงสุด 100,000 บาท โดยต้องเป็นการลงทุนหรือลงหุ้นในธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมภายในข้อกำหนดของ พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 และหากเป็นการลงทุนในหุ้น มีข้อบังคับให้ต้องถือหุ้นจนกว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้น ๆ จะเลิกกิจการ

มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” 2566

มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” เป็นการลดหย่อนภาษีปี 2566 จากการใช้จ่ายจริงสูงสุด 40,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าและบริการพร้อมออกใบกำกับภาษี ซึ่งมีมาตรการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 15 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา แบ่งเป็น

1. ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวนไม่เกิน 30,000 บาทแรก จะต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษหรือใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร

2. ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ จำนวนไม่เกิน 10,000 บาทที่เหลือ จะต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น

สำหรับสินค้าประเภทหนังสือ e-Book และสินค้า OTOP จะต้องใช้ใบเสร็จรับเงินด้วย

ส่วนค่าสินค้าและบริการบางชนิดที่ไม่เข้าร่วมมาตรการ ได้แก่

  • ค่าซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ซื้อยาสูบ
  • ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
  • ค่าซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร
  • ค่าบริการจัดนำเที่ยว
  • ค่าที่พักในโรงแรม
  • ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต
  • ค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว
  • ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย

เช็กข้อมูล รายการลดหย่อนภาษี ทำอย่างไร ?

เนื่องจากในหนึ่งปี สิทธิลดหย่อนภาษี มีเยอะมาก และในปัจจุบัน กรมสรรพากร กำหนดให้หลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทประกัน กองทุนรวมต่าง ๆ หรือแม้แต่มูลนิธิ องค์กรการกุศลต่าง ๆ ที่รับบริจาคผ่านระบบ e-Donation นำส่งข้อมูลเพื่อการลดหย่อนภาษีได้โดยตรง ไม่ต้องขอเอกสารยืนยันอีกต่อไป

โดยกรมสรรพากร มีระบบที่ชื่อว่า “My Tax Account” เพื่อให้ผู้เสียภาษี สามารถตรวจสอบข้อมูลการยื่นภาษีได้ ตั้งแต่รายได้ รายการลดหย่อนภาษี จนถึงประวัติการยื่น และตรวจสอบสถานะการยื่น การขอคืนภาษี

การเข้าใช้งาน My Tax Account สามารถทำได้โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร จากนั้นเลือกเมนู My Tax Account เข้าสู่ระบบด้วยรหัสเข้าระบบ E-filing เดิม หรือจะเข้าผ่านระบบ Digital ID ต่าง ๆ ดังนี้

  • แอป ThaID (ไทยดี)
  • แอปเป๋าตัง
  • ระบบ NDID ของธนาคารต่าง ๆ ก็สามารถเข้าใช้งานได้เลย

ระบบ My Tax Account ของกรมสรรพากร สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทั้งเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าลดหย่อนต่าง ๆ ทั้งค่าเลี้ยงดู ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เบี้ยประกัน เงินออมกองทุนการออม เงินลงทุนกองทุนต่าง ๆ และการบริจาคผ่าน e-Donation ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ จะขึ้นในระบบได้ ต่อเมื่อคุณให้ความยินยอมบริษัท องค์กรต่าง ๆ ส่งข้อมูลแก่กรมสรรพากรโดยตรง

นอกจากนี้ ยังสามารถดึงข้อมูลรายการลดหย่อนภาษีที่ปรากฎในระบบ My Tax Account ไปยังระบบ E-filing เพื่อใช้ยื่นแบบภาษีได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ก่อนยื่นภาษีทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนยื่น จะได้ไม่พลาดและโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

ติดตาม Prachachat BITE SIZE EP.36 ได้ที่ https://youtu.be/cfToaD1g144

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จ่ายภาษี ภาษี ลดหย่อนภาษี