เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ดูทั้งหมด

ชัยธวัช อัด รัฐบาลรวมการเฉพาะกิจแชร์อำนาจ จัดงบฯ​แบ่งกันกินแบ่งกันใช้

03 ม.ค. 2567 | 14:02น.
ชัยธวัช ตุลาธน

ชัยธวัชอภิปรายงบ 67 สวยหรู แต่สะเปะสะปะ ไร้ยุทธศาสตร์ เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ สะท้อนรัฐบาลรวมการเฉพาะกิจ แบ่งกันกินแบ่งกันใช้

วันที่ 3 มกราคม 2567 ที่รัฐสภา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลนำเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธาน

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ฟังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง อ่านคำแถลงประกอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ทำให้นึกถึงบรรยากาศวันที่นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพราะเต็มไปด้วยข้อความสวยหรูทุกด้าน และนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้านี้ก็มาอ่านเช่นนี้ เอาภารกิจของทุกหน่วยงานมาเรียบเรียงแล้วบอกว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร แล้วผลเป็นอย่างไร สวยหรูเหมือนที่แถลงไว้หรือไม่

สวยหรู แต่สะเปะสะปะ

วันที่ 11 กันยายน 2566 วันที่นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายก็บรรยากาศแบบนี้ เพิ่มเติมคือมีตัวเลขรวมมาให้ในแต่ละยุทธศาสตร์ แต่หากไปดูเนื้อในแล้วกลับเลื่อนลอย จับต้องไม่ได้ สะเปะสะปะ ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีลำดับความสำคัญ โดยในวันนั้นนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและระบุว่า ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤต 3 ด้านคือ เศรษฐกิจ รัฐธรรมนูญ และความขัดแย้งในสังคม และเพื่อแก้ปัญหา สร้างความพร้อม และวางรากฐานอนาคตให้กับคนไทยทุกคน

รัฐบาลมีกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน ได้แก่ กรอบระยะสั้น รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง ประกอบกับการเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว

เหล้าเก่า ขวดใหม่ ไส้ในโครงการเดิม ๆ

ส่วนกรอบระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลจะเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชนผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน ซึ่งในวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฝ่ายค้านได้อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ไม่เหมือนกับที่เคยหาเสียงเอาไว้ หรือไม่มีความชัดเจน ไม่มีรูปธรรมที่จับต้องได้ แต่วันนั้นนายกรัฐมนตรีบอกว่า ให้รอดูแผนรายกระทรวงจะมีความชัดเจนแน่นอน

เมื่อตามไปดูแผนรายกระทรวงก็พบว่ามีปัญหาคือ ไม่ได้มีตัวชี้วัดชัดเจน ไม่สามารถวัดความสำเร็จของนโยบายได้จริง หรือไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายทางนโยบาย เมื่อมาดูไส้ในของแผนงานเหล่านั้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นโครงการเดิม ๆ ที่กระทรวงทำอยู่แล้วทุกปี เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ บ้างก็ยัดโครงการประจำของกระทรวงเข้ามาในแนวนโยบายที่รัฐบาลจะทำ ค่อนข้างปะปนกันระหว่างสิ่งที่รัฐบาลใหม่จะทำ กับสิ่งที่เป็นงานประจำที่หน่วยงานทำอยู่แล้วทุกปี

งบฯตัดถนน โครงการวิเศษ

แม้กระทั่งนโยบายที่บอกว่า จะให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งน่าจะต้องทำประชามติถึง 1-2 ครั้งในปีนี้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ตั้งงบฯเอาไว้รอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของบฯไป 2,000 ล้านบาท แต่ได้มาแค่ประมาณ 1,000 ล้าน

ส่วนนโยบายดิจิทัลวอลเลตที่ตอนแถลงนโยบายบอกว่า จะไม่กู้ จะบริหารจากงบฯปกติ แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่า ไม่มีการตั้งงบฯใด ๆ ไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 67 เราคงต้องว่า รัฐบาลจะสามารถเสนอ พ.ร.บ.เงินกู้เข้าสู่สภาได้หรือไม่

“หากเราดูภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ จะพบว่าเป็นงบประมาณแบบเบี้ยหัวแตก สะเปะสะปะ ไม่มียุทธศาสตร์ เหมือนทำงานอย่างไม่มีวาระเป้าหมายชัดเจน บางเรื่องหน้าปกอาจจะดูดี แต่พอเข้าไปดูไส้ในแล้ว พบว่าไม่ได้ยึดโยงกับเป้าหมายทางนโยบาย ส่วนใหญ่เป็นโครงการเดิม ๆ แต่เอามาเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนปกใหม่แบบมั่ว ๆ โครงการเก่า ๆ เดิม ๆ แต่เอามาโยงให้เข้ากับเป้าหมายใหม่ แถมนับรวมทุกรายจ่ายแล้วมาเคลมว่าเป็นงบฯ สำหรับการลงทุนใหม่ของรัฐบาลใหม่ ที่ชอบทำกันมากที่สุดคือ งบตัดถนน กลายเป็นโครงการวิเศษที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกยุทธศาสตร์” นายชัยธวัชกล่าว

โครงการใหม่มีน้อย

นายชัยธวัชกล่าวว่า และเราพบว่ามี 200 โครงการใหม่ จากทั้งหมด 2,000 โครงการ ซึ่งโครงการใหม่ส่วนใหญ่เกิดจากหน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้นมาก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่ เป็นโครงการที่หน่วยงานราชการเสนอขึ้นมา ไม่ใช่การผลักดันเพื่อขับเคลื่อนวาระใหม่ของรัฐบาล โครงการใหม่จริง ๆ ที่สะท้อนวาระของรัฐบาลจึงมีน้อยมาก รวมถึงมีการคาดการณ์รายได้เกินจริงประมาณแสนล้านบาท เพื่อที่จะเพิ่มแผนรายจ่ายได้สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน กลับตั้งงบฯรายจ่ายที่ต้องใช้แน่ ๆ หรือคาดการณ์ได้ว่าต้องจ่ายไว้ไม่พอ เช่น บำเหน็จบำนาญ เงินเดือนราชการ งบฯสวัสดิการ นโยบายเพิ่มเงินเดือนราชการ 10%  ค่าชดเชยภาษีรถ EV ค่าไฟชดเชยหนี้ กฟผ. จากนโยบายลดค่าไฟ งบฯซอฟต์พาวเวอร์ที่โฆษณาไว้ว่าจะลงงบฯ กว่า 5,000 ล้าน สุดท้ายก็ต้องปัดไปเป็นรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังในปีถัดไป และปัดเป็นงบฯกลาง

ด้วยสถาพเช่นนี้ เราจึงมองไม่เห็นวาระเป้าหมายของรัฐบาลผ่านการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ แน่นอนว่าการจะบรรลุนโยบายเป้าหมายนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเยอะเสมอไป เป็นนโยบายที่ไม่ใช่งบประมาณ หรือ non-budget policy ได้ เช่น รัฐบาลแถลงนโยบายเร่งด่วนว่าจะสร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินด้วยการฟื้นฟูหลักนิติธรรม แต่วันนี้ไม่แน่ใจแล้วว่ารัฐบาลกำลังจะทำให้สถานการณ์เรื่องระบบนิติธรรม นิติรัฐเลวร้ายลงไปอีกหรือไม่

เพราะสังคมกำลังถูกตอกย้ำให้อยู่กับกระบวนการยุติธรรมแบบสองมาตรฐาน ถูกตอกย้ำว่าพวกเราต้องยอมรับอยู่ในกฎหมาย หรือเรือนจำที่มีไว้ใช้สำหรับประชาชนสามัญที่ไม่ได้มีอำนาจ บารมี หรือเงินทองเท่านั้น

รัฐบาลรวมการเฉพาะกิจ

นายชัยธวัชกล่าวว่า ปัญหาของ พ.ร.บ.งบประมาณยังสะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ ที่เรามองไม่เห็นวาระเป้าหมายของรัฐบาลผ่านการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นว่า เอาเข้าจริงแล้วรัฐบาลชุดนี้เป็นเพียงรัฐบาลรวมการเฉพาะกิจที่ไม่ได้มีวาระเป้าหมายทางนโยบายที่จะขับเคลื่อนร่วมกัน เป็นการรวมการเฉพาะกิจเพื่อแบ่งปันอำนาจกัน แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ชั่วคราว

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงเห็นการจัดตั้ง ครม.แบบผิดฝาผิดตัวเต็มไปหมด เพราะไม่ได้แบ่งงานกันตามวาระเป้าหมาย แต่แบ่งกันตามโควตาทางการเมือง วางเจ้ากระทรวงไม่ถูกกับงาน พรรคแกนนำรัฐบาลที่ควรจะมีเป้าหมายในการผลักดันเรือธงให้ได้ก็ไม่ได้วางคนไปบริหารกระทรวง กรม หรือหน่วยงานอย่างบูรณาการ

ดังนั้น เราจึงเห็นการแถลงนโยบายของรัฐบาล การกำหนดแผนงานรายกระทรวง ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณอย่างที่ได้กล่าวมา วันนี้จากที่เคยบอกว่าคิดใหญ่ทำเป็น บางวันก็กลายเป็นคิดไปทำไป คิดสั้นไม่คิดยาวบ้าง  หรือไม่ก็คิดอย่างทำอย่างก็มี

“หากการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้จะมีวาระร่วมกันจริง ๆ ก็คงเป็นวาระเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทางอำนาจของชนชั้นนำ เพราะสภาวะการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ได้แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่า นี่เป็นการรวมตัวกันเพื่อรักษาสภาวะเดิมของสังคมไทยเอาไว้ เป็นการรวมตัวกันเพื่อพยายามฝืนความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย เป็นการรวมตัวกันเพื่อปกป้องพลังทางสังคมแบบจารีต และต่อต้านพลังทางสังคมใหม่ ๆ ที่ต้องการอนาคตที่ดีกว่านี้” นายชัยธวัชกล่าว

ร่วมสมาคมอำนาจเก่า

ก่อนรัฐประหารปี 2549 สังคมไทยได้เห็นโอกาสความพยายามรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นความหวังแห่งความเปลี่ยนแปลง ผู้นำทางการเมืองขณะนั้นเล็งเห็นว่า หากประเทศจะเจริญก้าวหน้ากว่านี้ได้ จำเป็นต้องปฏิรูปงบประมาณ ปฏิรูประบบราชการ และกระบวนการกำหนดนโยบายเดิมที่ล้าสมัยและไม่มีประสิทธิภาพ ขณะนั้นจึงได้เห็นความพยายามเปลี่ยนระบบงบประมาณ ที่เดิมงบส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยระบบราชการตามกระทรวงต่าง ๆ และเปลี่ยนเป็นมุ่งเน้นตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอย่างแท้จริง

ทว่า หลังรัฐประหาร 2549 เป็นต้นมา ระบบราชการและจารีตได้กลับเข้ามาควบคุมสังคมไทยอีกครั้ง เราจึงไม่เห็นเจตจำนงและความพยายามของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งพยายามปฏิรูปรัฐไทยอย่างจริงจังอีก สาเหตุเพราะพลังการเมืองที่เป็นพลังใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันได้กลับไปร่วมสมาคมเป็นส่วนหนึ่งกับอำนาจเก่าแล้ว

วอนรัฐบาลเปิดใจฟัง

ร่าง พ.ร.บ.นี้สะท้อนสภาวะทางการเมืองที่เป็นจริงอันนี้ พวกเราในฐานะฝ่ายค้าน สุดท้ายอยากสื่อไปยังรัฐบาลว่า เราไม่สามารถอยู่กันแบบเดิมได้อีกแล้ว รัฐบาลทราบดีหลังรัฐประหารสองครั้ง ระบบรัฐราชการรวมศูนย์ของไทยกลับมาอีกครั้ง รวมศูนย์มากขึ้น เอาเฉพาะรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ แทนที่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กลับมีบุคลากรเพิ่มขึ้น 5 แสนคน จนมีภาระรายจ่ายที่เกี่ยวข้องคิดเป็น 40% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายฯ

พวกเราไม่อยากเห็นความไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป แม้เป็นฝ่ายค้านก็พร้อมสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลในการปฏิรูประบบราชการ ระบบงบประมาณ เพราะมีความสำคัญในการสร้างอนาคตของพวกเรา 3 วันต่อจากนี้ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่  สส.อย่างซื่อตรง สร้างสรรค์ ขอให้ฝ่ายบริหาร ฝ่ายรัฐบาลเปิดใจรับฟังความเห็นและข้อวิจารณ์ด้วย หวังว่าการอภิปรายจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้เราจะผิดหวังกับร่าง พ.ร.บ.งบฯ ฉบับนี้อย่างถึงที่สุดก็ตาม