เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน แต่ยังขาดความหวัง จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน แต่ยังขาดความหวัง จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
หอมดอกพิกุลร่วงจากแดนใต้ “ถนนไปสู่แหลมทอง” โดยไชยยศ ปิ่นประดับ
Biz Movement หอมดอกพิกุลร่วงจากแดนใต้ “ถนนไปสู่แหลมทอง” โดยไชยยศ ปิ่นประดับ
ดูทั้งหมด

วิเคราะห์ สี จิ้นผิง เยือน 3 ประเทศในยุโรป ดีลอะไร มีนัยสำคัญอย่างไรบ้าง

10 พ.ค. 2567 | 17:57น.
สี จิ้นผิง เอ็มมานูเอล มาครง

สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีนเดินทางเยือนยุโรป ฝรั่งเศส เซอร์เบีย และฮังการี ในวันที่ 6-10 พฤษภาคม ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหภาพยุโรปกำลังตึงเครียดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกของจีนที่ถล่มตลาดยุโรปจนสหภาพยุโรปต้องเปิดการสอบสวนและกำลังเตรียมตั้งกำแพงภาษี ซึ่งจะประกาศมาตรการและอัตราภาษีใหม่ในเร็ว ๆ นี้

การเดินทางของ สี จิ้นผิง ในห้วงเวลานี้ แม้ว่าจะมีวาระทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศต่าง ๆ ที่เยือน คือ วาระครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและฝรั่งเศส ครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตกับฮังการี และครบรอบ 25 ปี ที่นาโตทิ้งระเบิดใส่สถานทูตจีนในกรุงเบลเกรดของเซอร์เบียในระหว่างสงครามเซอร์เบียกับโคโซโว

แต่นัยสำคัญก็เป็นความพยายามที่จะส่งสัญญาณถึงอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในยุโรป และพยายามให้คนในประเทศจีนเห็นว่าตัวเขาเองยังมีความสำคัญในเวทีโลก อีกทั้งยังมีนัยถึงความพยายามที่จะทำให้ลดความแน่นแฟ้นของความร่วมมือระหว่างยุโรปและสหรัฐ โดยใช้การเปิดกว้างทางการค้าและตลาดเป็นตัวขับเคลื่อนหลักเพื่อที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับยุโรป แล้วพยายามทำให้ความเชื่อใจที่สหรัฐมีต่อยุโรปลดน้อยลง

ในวันที่ 6 พฤษภาคม วันแรกที่ สี จิ้นผิง เดินทางถึงฝรั่งเศส เขากล่าวยกย่องความสัมพันธ์จีน-ฝรั่งเศส ว่า เป็น “แบบจำลองสำหรับประชาคมโลกในแง่ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายระหว่างประเทศที่มีระบบสังคมที่แตกต่างกัน” โดยชี้ถึงปฏิญญาจีน-ฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้วว่าด้วย “ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับโลก” ซึ่งรัฐบาลจีนสนับสนุนนโยบายเอกราชทางยุทธศาสตร์ของสหภาพยุโรป หรือ “European Strategic Autonomy” ซึ่งเป็นนโยบายที่จะเป็นอิสระและลดการพึ่งพากลุ่มประเทศมหาอำนาจของโลก โดยเฉพาะสหรัฐ

สี จิ้นผิง และเอ็มมานูเอล มาครง ขณะเยือนฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2024
เอ็มมานูเอล มาครง และภริยา กับ สี จิ้นผิง และภริยา ระหว่างการเยือนฝรั่งเศสของสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Aurelien Morissard/ Pool via REUTERS)

จีนกับฝรั่งเศสได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกัน 18 ฉบับ ครอบคลุมด้านต่าง ๆ เช่น การบิน เกษตรกรรม การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน การพัฒนาสีเขียว และความร่วมมือของวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs)

เหล่านี้เป็น “ยาหอม” ที่สี จิ้นผิง โปรยให้ฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม มีการรายงานว่า เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กดดัน สี จิ้นผิง ตลอดการเยือนฝรั่งเศสให้จีนลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับจีน ซึ่งในปี 2023 สหภาพยุโรปขาดดุลจีน 292,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยให้บริษัทยุโรปในจีนเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น และให้รัฐบาลจีนจ่ายเงินอุดหนุนผู้ส่งออกของจีนน้อยลง ไปจนถึงให้ สี จิ้นผิง ใช้อิทธิพลกดดัน วลาดิมีร์ ปูติน (Vlardimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซียให้ยุติสงครามในยูเครน

มาครงเชิญ เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เข้าร่วมการประชุมไตรภาคีจีน-ฝรั่งเศส-สหภาพยุโรป ร่วมกับตัวเขาเองและสี จิ้นผิง ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในกรุงปารีส ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำความสามัคคีของสหภาพยุโรปในการเรียกร้องให้ธุรกิจยุโรปเข้าถึงตลาดจีนได้มากขึ้น และเพื่อพูดคุยข้อร้องเรียนของยุโรปเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสีเขียวของจีน อีกทั้งผลักดันให้ สี จิ้นผิง ควบคุมการขายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีให้แก่รัสเซีย ซึ่งสี จิ้นผิง ไม่ได้ยอมรับกับประเด็นเหล่านี้เท่าใดนัก

สี จิ้นผิง และเอ็มมานูเอล มาครง ขณะเยือนฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2024
เอ็มมานูเอล มาครง และสี จิ้นผิง ระหว่างการเยือนฝรั่งเศสของ สี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Aurelien Morissard/Pool via REUTERS)

วันเดียวกันนั้น ในการประชุมสภาธุรกิจที่สำคัญในกรุงปารีส สี จิ้นผิง ให้คำมั่นว่าจะยกระดับมิติทางเศรษฐกิจและการค้าของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างจีน-ฝรั่งเศส พร้อมเปิดตลาดจีนให้กว้างขึ้น เพื่อสร้างโอกาสมากขึ้นให้กับบริษัทจากฝรั่งเศส ยุโรปและประเทศอื่น ๆ พร้อมเรียกร้องให้จีนและฝรั่งเศสร่วมกันต่อต้านความพยายามเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางธุรกิจให้เป็นประเด็นทางการเมือง อุดมการณ์หรือความมั่นคง

ประธานาธิบดีจีนออกจากฝรั่งเศสในวันที่ 8 พฤษภาคม เดินทางไปประเทศเซอร์เบีย ซึ่งเขาได้รับการต้อนรับอย่างอลังการจากประธานาธิบดี อเล็กซานดาร์ วูซิซ (Aleksandar Vučić) ของเซอร์เบีย

ประธานาธบดีเซอร์เบียได้ลงนามในวิสัยทัศน์ของสี จิ้นผิง เกี่ยวกับ “ชุมชนระดับโลกที่มีอนาคตร่วมกัน” และพวกเขายกย่อง “ความร่วมมืออันแข็งแกร่ง” พร้อมประกาศเน้นย้ำว่าข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ของจีนกับเซอร์เบียที่จัดทำเมื่อปีที่แล้ว จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ และมีการทำสัญญาทางเศรษฐกิจอื่น ๆ อีก

บรรยากาศการต้อนรับ สี จิ้นผิง เยือนเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2024
บรรยากาศการต้อนรับ สี จิ้นผิง เยือนเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Djordje Kojadinovic/REUTERS)

สำหรับการเยือนประเทศสุดท้าย “ฮังการี” ในวันที่ 9 พฤษภาคม สี จิ้นผิง กล่าวยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับยุโรปตะวันออก ว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของจีน

เขาลงนามข้อตกลงกว่า 10 ฉบับที่ให้คำมั่นว่าจีนจะลงทุนด้านรถไฟ ถนน และพลังงานในฮังการีเพิ่มอีก เพื่อให้ฮังการีเป็นประตูของจีนในการเข้าสู่ยุโรป ในขณะที่นายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) ของฮังการี ซึ่งให้การสนับสนุนเขาในการตอบโต้ข้อกล่าวหาจากชาติตะวันตกว่าจีนผลิตสินค้าล้นเกินความต้องการของตลาด ก็กำลังมองหาแหล่งเงินทุนเช่นกัน หลังจากที่ได้รับเงินลงทุนหลายพันหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากบริษัทจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

ทารา วาร์มา (Tara Varma) นักวิจัยอาคันตุกะ (Visiting Fellowship) ของสถาบันคลังสมอง “บรูกกิงส์” (Brookings Institution) ในสหรัฐอเมริกาวิเคราะห์ว่า สำหรับสี จิ้นผิง การเยือนครั้งนี้มีความสำคัญภายในประเทศ เพราะเขาต้องการแสดงให้ชาวจีนเห็นว่าเขายังคงได้รับการต้อนรับอย่างดีในยุโรป ขณะเดียวกันสีพยายามส่งเสริมความทะเยอทะยานของมาครงในเรื่องนโยบายเอกราชทางยุทธศาสตร์ของยุโรป ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีอยู่แล้วในการเยือนจีนของมาครงเมื่อปีที่แล้ว

วาร์มาวิเคราะห์ว่า สี จิ้นผิง ตีความว่า “เอกราชทางยุทธศาสตร์” (strategic autonomy) คือการที่ยุโรปหันหลังให้สหรัฐ และขยับไปเป็นพันธมิตรกับชาติอื่น ๆ โดยเฉพาะจีน ซึ่งไม่ตรงกับการตีความของฝรั่งเศสหรือยุโรป เพราะวิสัยทัศน์ของชาวยุโรปเกี่ยวกับเอกราชทางยุทธศาสตร์คือ มุ่งหวังให้ยุโรปสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินการต่าง ๆ ได้มากขึ้น ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงและการป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกับรัฐบาลสหรัฐ ในทางตรงกันข้าม เป้าหมายของสี จิ้นผิง คือการผลักดันให้เกิดช่องว่างระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป และเพื่อแสดงให้เห็นว่าสหรัฐกับยุโรปมีความเป็นเอกภาพอย่างจำกัดต่อประเด็น “จีน”

สำหรับมาครง วาร์มามองว่า ผลตอบแทนที่มาเขาจะได้รับอาจต่ำกว่าที่ตัวเขาคาดหวังไว้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าหรือนโยบายต่างประเทศ มาครงไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจโน้มน้าวให้สี จิ้นผิง ลดความสนิทสนมและการสนับสนุนปูตินลง แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสีจะทำอย่างที่มาครงต้องการ

ประธานาธิบดีฮังการี ต้อนรับสี จิ้นผิง เยือนฮังการี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2024
ประธานาธิบดีฮังการี ต้อนรับสี จิ้นผิง เยือนฮังการี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Zoltan Mathe/Pool via REUTERS)

สอดคล้องกับที่นักการทูตยุโรปคนหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ (Reuters) ว่า สี จิ้นผิง เป็น “ผู้ชนะ” ของการเยือนครั้งนี้ด้วยการ “ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเขาในฐานะ ‘ผู้ปกครองโลก’ ซึ่งชาวตะวันตกขอร้องให้เขาแก้ปัญหาของยุโรปในประเทศยูเครน”

เชอร์ลีย์ หยู (Shirley Yu) นักเศรษฐศาสตร์การเมืองและนักวิจัยอาวุโสของวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School of Economics : LSE) ในสหราชอาณาจักรกล่าวกับอัลจาซีรา (Al Jazeera) ว่า ทั้งเรื่องการค้าและเรื่องรัสเซียเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเจรจาต่อรองได้สำหรับจีน มาครงไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จใด ๆ ในเรื่องเหล่านี้

ถึงอย่างนั้นก็ตาม เธอชี้ว่า การเยือนครั้งนี้เป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ส่วนตัวของมาครงกับสี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของมาครงในการทำให้ฝรั่งเศสเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของประเทศมหาอำนาจโลกที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ทั้งหมด

เธอบอกว่า มาครงมีวิสัยทัศน์อย่างหนึ่งที่เหมือนกันกับสี นั่นคือวิสัยทัศน์ต่อเรื่องการครองอำนาจนำของสหรัฐ ซึ่งพวกเขามองว่าโลกไม่เหมือนเดิมแล้ว ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสหรัฐจะต้องยอมรับหรือยอมจำนนต่อระเบียบโลกแบบหลายขั้ว โดยรองรับผลประโยชน์และข้อกังวลของมหาอำนาจใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งการเยือนอินเดียกับบราซิลครั้งล่าสุดของมาครงเป็นอีกหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นว่าฝรั่งเศสต้องการจะอยู่ในระดับแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงระดับโลกดังกล่าวนี้

อเล็กซานดาร์ วูซิซ ประธานาธิบดีเซอร์เบีย ต้อนรับ สี จิ้นผิง เยือนเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2024
อเล็กซานดาร์ วูซิซ ประธานาธิบดีเซอร์เบีย ต้อนรับ สี จิ้นผิง เยือนเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Zorana Jevtic/REUTERS)

นอกจากนี้ เธอแสดงความเห็นว่า สี จิ้นผิง กระตือรือร้นในการรื้อฟื้นสงครามเย็นในฐานะผู้เล่นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เธอชี้ว่า ด้วยการสนับสนุนทางเศรษฐกิจของจีน ทำให้พื้นที่รอบนอกของสหภาพยุโรปสามารถกลายเป็นผู้เล่นทางเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรปได้มากขึ้น โดยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และเป็นผู้ส่งมอบห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง

ส่วนในมุมมองของนักวิชาการจีน ซุย ฮงเจียน (Cui Hongjian) ศาสตราจารย์จากสถาบันศึกษาธรรมาภิบาลระดับภูมิภาคและระดับโลก (Academy of Regional and Global Governance) ของมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง (Beijing Foreign Studies University) บอกกับโกลบอลไทม์ส (Global Times) ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่า การเยือนยุโรปครั้งนี้ของประธานาธิบดีจีนประสบความสำเร็จอย่างมากในแง่ของการบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจและการค้า สะท้อนให้เห็นจากการยกระดับและการขยายตัวของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการระหว่างค้าจีน-ฝรั่งเศสบนพื้นฐานที่มีอยู่แต่เดิมอยู่แล้ว

อ้างอิง :

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง