Skip to content

ระเบียบแนะนำตัว สว. ส่อวุ่น ศาลปกครอง จ่อพิจารณาเพิกถอน 5 ปม

21 พ.ค. 2567 | 14:29น.
ระเบียบแนะนำตัว สว. ส่อวุ่น ศาลปกครอง จ่อพิจารณาเพิกถอน 5 ปม

ตุลาการผู้แถลงคดีชงองค์คณะศาลปกครองเพิกถอน 5 ปมแนะนำตัว แจกเอกสารได้เฉพาะในกลุ่ม-แนะนำตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามใช้วิชาชีพสื่อเอื้อประโยชน์ ชี้ไม่สอดคล้องสังคมเลือกปฏิบัติ จำกัดสิทธิเสรีภาพเกิดเหตุ

วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย บรรณาธิการสำนักข่าวประชาไท และนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพวก ยื่นฟ้องของให้เพิกถอนระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567

โดยในการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกนี้ตุลาการเจ้าของสำนวนได้อ่านสรุปข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนให้คู่กรณีฟัง โดยคู่กรณีไม่ ประสงค์ที่จะแถลงปิดคดีจากนั้นองค์คณะได้ให้ตุลาการผู้แถลงคดี ซึ่งเป็นตุลาการนอกองค์คณะ แถลงความเห็นส่วนตัวที่ไม่มีผลผูกพัน ต่อการพิจารณาวินิจฉัยขององค์คณะ

โดยตุลาการผู้แถลงคดีเห็นว่า คดีพิพาทนี้อยู่ในอำนาจที่ศาลปกครองจะพิจารณาวินิจฉัย และผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประสงค์จะลงสมัคร สว. จึงเป็นผู้ที่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีได้ ส่วนระเบียบ กกต. ที่ผู้ฟ้องคดีขอให้มีการเพิกถอน ซึ่งประกอบไปด้วยข้อ 5, 7, 8, 11(2)(5) นั้น

ข้อ 5 ที่กำหนดว่าให้ผู้ประสงค์ที่จะสมัครรับเลือกเป็น สว.สามารถแนะนำตัวตามระเบียบนี้ได้นับแต่วันที่ระเบียบฉบับนี้มีผลใช้บังคับเห็นว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาทั้ง สว. มาตรา 36 ซึ่งเป็นฐานอำนาจที่ กกต. ใช้ออกระเบียบดังกล่าว ไม่ได้ให้อำนาจ กกต. ออกระเบียบมาบังคับให้ผู้ที่ประสงค์จะลงสมัคร ถ้าบังคับจะต้องมีการกำหนดไว้อย่างชัดแจ้ง การออกระเบียบ การออกระเบียบข้อดังกล่าวจึงเป็นการใช้อำนาจนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด

ส่วนข้อ 7 ที่กำหนดให้ผู้สมัครใช้เอกสารแนะนำตัวมีขนาดไม่เกิน A4 ระบุข้อความเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว รูปถ่ายของผู้สมัคร ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงาน ในกลุ่มที่ลงสมัครเท่านั้นไม่เกิน 2 หน้า

เห็นว่า การแนะนำตัวของผู้สมัคร นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ตัวผู้สมัคร ยังจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมที่จะได้ผู้ที่มาทำหน้าที่ แทนปวงชนชาวไทย การที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 21 กำหนดห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่ เปิดเผยรายชื่อผู้สมัคร โดยกำหนดให้ภายใน 5 วันนับแต่วันสิ้นสุด ระยะเวลาการรับสมัครให้ผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ถึงแยกเป็นรายกลุ่ม ทุกกลุ่มในเขตอำเภอ อย่างน้อยต้องระบุอาชีพอายุผู้สมัคร เพื่อให้ประชาชนได้ทราบเป็นการทั่วไปนั้น แต่ประชาชนก็จะทราบเพียงอาชีพและข้อความแนะนำตัว ของผู้สมัครเท่านั้น

โดยเป็นประวัติการศึกษา การทำงานไม่เกิน 5 บรรทัด บนกระดาษขนาด A4 เท่านั้นแม้จะมีความเสมอภาค ไม่เพิ่มภาระเกินสมควรแก่เหตุ แต่การที่ผู้สมัครไม่รู้จักกัน การกำหนดใช้เอกสารไม่เกิน 2 หน้า ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมเป็นการตัดโอกาสในการแนะนำตัวของผู้สมัคร และประชาชนที่จะได้รับทราบข้อมูล จึงเห็นว่าข้อ 7 ของระเบียบดังกล่าว โดยเฉพาะข้อความว่า ไม่เกิน 2 หน้า และในกลุ่มที่สมัครเท่านั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนข้อ 8 ที่ให้ผู้สมัครสามารถแนะนำตัวผ่านวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ข้อความตามเอกสารแนะนำตัวของผู้สมัครตามข้อ 7 และเผยแพร่ต่อผู้สมัครอื่นในการเลือกเท่านั้น เมื่อวินิจฉัยแล้วว่าข้อความในข้อ 7 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงให้เพิกถอนข้อความตามข้อ 7 ในข้อ 8

ส่วนข้อ 11 (2) ที่กำหนดให้ ผู้ประกอบวิชาชีพทางวิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชนสื่อโฆษณา นักร้องพิธีกรใช้ความสามารถ หรือวิชาชีพดังกล่าวเพื่อประโยชน์ต่อการแนะนำตัวนั้น เห็นว่าผู้สมัครในกลุ่มอื่นอาจจะใช้วิชาชีพของตนในการเอื้อประโยชน์ให้ได้รับเลือก สว.ได้ การที่ กกต.ออกระเบียบจำกัด เฉพาะ 2 กลุ่มนี้ จึงไม่อาจบรรลุวัตถุประสงค์ของความเท่าเทียม และเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพเกินกว่าเหตุเป็นการเลือกปฏิบัติ

สำหรับข้อ 11(3) ที่ห้ามผู้สมัครแจกเอกสารเกี่ยวกับการแนะนำตัวโดยวิธีการวาง หรือติดประกาศในที่สาธารณะนั้น เห็นว่า การที่ กกต. กำหนดวิธีการแนะนำตัว ให้ผู้สมัครสามารถแนะนำตัวผ่านอิเล็กทรอนิกส์ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงได้ แต่ไม่ได้กำหนดวิธีการแนะนำตัวอื่นเช่นการติดป้าย หรือวางเอกสาร ทำให้ผู้สมัคร หรือผู้ช่วยเหลือผู้สมัครที่ไม่มีความพร้อม ที่จะแนะนำตัวผ่านอิเล็กทรอนิกส์ สามารถดำเนินการโดยวิธีการอื่นได้ การกำหนดของ กกต. จึงเป็นการสร้างภาระเกินพอสมควรให้กับผู้สมัคร ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมเป็นการเลือกปฏิบัติ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนข้อ 11 (5) ที่ห้ามผู้สมัครแนะนำตัวทางวิทยุ โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียงสื่อสิ่งพิมพ์และห้ามให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนั้น เห็นว่าข้อกำหนดดังกล่าวบังคับใช้กับผู้สมัครทุกกลุ่มอาชีพชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ตุลาการผู้แถลงคดีจึงเห็นว่า องค์คณะควรพิจารณาสั่งเพิกถอนระเบียบดังกล่าวในข้อ 5, 7 เฉพาะข้อความว่า “ในกลุ่มที่สมัครเท่านั้น และไม่เกิน 2 หน้า” ในระเบียบว่าด้วยการแนะนำตัวฉบับแรก ข้อความที่ “ไม่เกิน 2 หน้าในระเบียบฉบับที่ 2” และข้อ 8, 11(2)(3) นับแต่ระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้ ศาลได้แจ้งคู่กรณีว่าจากนี้ ทางองค์คณะจะได้ประชุมพิจารณาและจัดทำคำพิพากษา และนัดคู่กรณีฟังคำพิพากษาในวันที่ 24 พฤษภาคม เวลา 13.00 น.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลปกครอง สว.