ยิ่งชีพ เปิดวิธีบล็อกฮั้วซื้อ สว.67 ปลุกผู้สมัครโหวตพลิกเกมแก้รัฐธรรมนูญ

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ

การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) คราวนี้มีความสลับซับซ้อนที่สุดในโลก และยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นการเลือกตั้ง “ระบบปิด” คนทั่วไปที่ไม่ได้ลงสมัครเข้าเป็น สว.แทบไม่มีโอกาสรับรู้ความเป็นไป

แต่อีกด้าน มีความพยายามของนักการเมือง-พรรคการเมือง ส่งคนเข้าไปร่วมชิงเก้าอี้ สว. เพื่อกำหนดเกมการเมืองผ่าน สว.ผนึกกำลังกับ สส.

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) เป็นหนึ่ง “หัวหอก” กระตุ้นให้คนหันมาสนใจการเลือก สว. 200 คน

ถามเหตุผลสำคัญว่าทำไมคนไทยต้องตื่นตัวกับการเลือก สว.ครั้งนี้ ประเมินสถานการณ์การเมืองในทางดีสุด-แย่ที่สุด หลัง 200 สว.เข้าสู่สภาถ้า สว.ถูกซื้อได้

เลือก สว.เปลี่ยนการเมือง

“ยิ่งชีพ” เริ่มต้นบอกเหตุผลว่า ทำไม “คนไทย” ถึงต้องตื่นตัวกับการเลือก สว. ว่า สว.เป็นองค์กรที่สำคัญมาก บางเรื่องมีอำนาจและสำคัญกว่า สส. โดยเฉพาะการแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ และการเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ อย่าง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ตุลาการศาลปกครองสูงสุด, กกต. และ ป.ป.ช. ซึ่ง สว.เป็นคนเลือก สส.ไม่ได้มีส่วนร่วมเลย

Advertisment

ถ้าเราสนใจความเป็นไปของบ้านเมือง อนาคตของบ้านเมือง อยากเห็นการเมืองที่ดีกว่า สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ดีกว่านี้ อยากเห็นการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องสนใจที่ สว. เพราะเป็นโอกาสสำคัญที่สุด

เลือกไขว้ = ใช้ดวง

แต่วิธีการเลือก สว.แบบเลือกไขว้ ตั้งแต่ระดับอำเภอ 20 กลุ่ม ไปสู่ระดับจังหวัด และสูตรการเลือกระดับประเทศ กลายเป็นการเลือกที่ดูซับซ้อนที่สุดในโลก “ยิ่งชีพ” คิดคำตอบแล้วบอกว่า เขา (ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ) ต้องการให้ สว.ไม่เหมือนเลือก สส. ต้องการที่จะให้พลังแบบกลุ่มจัดตั้งของพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลในระดับจังหวัด ไม่สามารถส่งคนของตัวเองเข้ามาได้ง่ายนัก

สิ่งที่เขากลัวคือ “สภาผัวเมีย” สส.เป็นสามี ส่งภรรยาเป็น สว. หรือส่งน้อง น้องเขย น้องสะใภ้ จึงทำอะไรก็ได้ให้มันคอนโทรลไม่ได้ ไม่ว่าผู้มีอิทธิพลขนาดไหนก็คอนโทรลระบบนี้ไม่ได้

แต่พอออกระบบแล้วจึงเป็นระบบที่ใช้ดวงเยอะ และ สว.จากระบบนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของใครอย่างจริงจัง ไม่ได้เป็นตัวแทนของอำเภอ ของจังหวัด สุดท้ายขึ้นอยู่กับการเลือกระดับประเทศ

Advertisment

ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อทำลายกระบวนการจัดตั้งแต่ก็ทำลายความเชื่อมโยง ความชอบธรรมจากประชาชนไปด้วย

ไม่ใช่ประชาธิปไตย

แบบนี้ใช่ประชาธิปไตยไหม “ยิ่งชีพ” ตอบทันทีว่า “ลำบาก… จริง ๆ เป็นกระบวนการที่ทำให้คนมีส่วนร่วมได้นะ ถ้ากระบวนการนี้เปิดกว้าง เช่น ไม่จำกัดอายุผู้สมัคร ไม่คิดเงินผู้สมัครเยอะ และรัฐบาล กกต.ช่วยกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้คนเข้าใจกระบวนการนี้ ให้คนเข้าไปสมัครให้เยอะที่สุด”

“และคนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ให้คนสมัครเป็นล้าน ๆ คน ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ใกล้เคียงกับประชาธิปไตยได้บ้าง”

“แต่ในรายละเอียด..มันไม่ใช่ คุณสมบัติการเป็น สว.ก็ยากมาก อายุ 40 ปี ห้ามเป็นข้าราชการ ห้ามเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ห้ามถือหุ้นสื่อ ห้าม ๆ ๆ สุดท้ายก็เหลือผู้สมัครไม่มาก พอระเบียบ กกต.ออกมาห้ามหาเสียง ห้ามต่าง ๆ ก็ตัดความรับรู้ของประชาชนส่วนใหญ่ออกไปจากสมการการเลือก สว. ถ้าจะถกเถียงว่าเป็นประชาธิปไตย คงต้องพูดกันยาว เป็นการเลือก สว.ระบบปิดแน่นอน”

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

เปิดวิธีบล็อก-ฮั้ว

ส่วนวิธีการ “ฮั้ว” ยิ่งชีพ กล่าวว่า มีการจัดตั้งหลายกลุ่ม หลายสาย หลายวิธี เช่นการนัดไปกินข้าวกัน การไปคุยกันในห้องปิด มีการรวบรวมรายชื่อผ่านแพลตฟอร์มหลายแบบ มีการนัดในกลุ่มไลน์เยอะมาก มีการนัดกันติดเข็มกลัดเวลาไปเลือก มีการขายเข็มกลัด

แต่ผมไม่คิดว่าวิธีพวกนี้ได้ผลเลย ยกเว้นว่าสามารถคอนโทรลคนได้ 500 ในจังหวัด และ 5 หมื่นคนในประเทศ อันนี้จะชัวร์ว่ามีโอกาสสูงจะได้รับเลือก สว. แต่การบล็อกที่น่ากลัวคือการซื้อในปลายทาง ยิ่งปลายเท่าไหร่ ยิ่งน่ารังเกียจ

อันดับแรก ถ้ามีเงินและอยากมี สว.เป็นของตัวเอง ไม่ต้องลงสมัครเลย รอดูว่าใครจับสลากผ่านรอบนี้ได้ มาแบบไม่มีอุดมการณ์ก็ค่อยเอาเงินไปให้เขา 20-30 ล้าน ให้เขามาเป็น สว.ของเรา ไม่ต้องไปลงสนามตั้งแต่แรก แค่รอดูว่า 200 คนสุดท้ายคือใครแล้วค่อยเอาเงินไปซื้อ

โอเค..ถ้า 200 คนสุดท้ายเป็นคนที่ซื้อไม่ได้ มีอุดมการณ์ 100 คน ส่วนคนที่ซื้อได้ 100 คน ถ้า 100 ต่อ 100 สภาพอไปได้ แต่ถ้าซื้อได้ 150 คน สว.คงไม่ต่างจากชุดที่ผ่านมา

ดังนั้น พอเราเห็นเกมแบบนี้ เราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ไม่ได้คาดหวังว่า สว.จะเชี่ยวชาญที่สุดในกลุ่มนั้น หรือได้รับการยอมรับในระดับอำเภอ หรือจังหวัด เพราะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้องถูกเลือกในระดับประเทศ

เราจึงขอ สว.ที่แน่วแน่ในอุดมการณ์ อุดมการณ์ตรงข้ามกับเราก็ได้ แต่ขอให้สุดท้ายคุณเป็นคนที่มั่นใจในอุดมการณ์ของตัวเอง และพอเข้าไปถึง นั่งเก้าอี้แล้ว ซื้อไม่ได้ โหวตตามความเชื่อของตัวเอง คิดอย่างไรโหวตตามนั้น อย่าถูกซื้อ อย่ารับผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น
อยากเห็นแค่นี้

ไม่แย่ไปกว่า 5 ปีที่แล้ว

คาดการณ์จุดเปลี่ยนการเมืองไทยแบบเลวร้ายที่สุด-ดีที่สุด ยิ่งชีพกล่าวว่า เลวร้ายที่สุดคือถูกซื้อ มีแต่คนซื้อได้ แต่ผมเชื่อว่ากระบวนการเลือก สว.ปีนี้จะได้คนหลากหลายอยู่แล้ว หลากหลายทั้งที่มา หลากหลายทั้งจังหวัด หลากหลายทั้งอาชีพ หลากหลายเพศ หลากหลายอุดมการณ์ทางการเมืองแน่นอน

แต่กลัวแค่ว่าเขาจะไปขายให้ตอนหลัง อันนี้ก็กลัวที่สุด คือถ้าได้คนที่ฟลุก ๆ จับสลาก โหวตมั่วแล้วได้เข้ามา พวกนี้ซื้อง่าย เหมือน สส.ปัดเศษที่จับสลากได้หมายเลขต้น ๆ แล้วได้เป็น สส. เขารู้สึกไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร เพราะคนไม่ได้เลือกเขาเยอะ ดังนั้น เมื่อเข้าสภามาพวกนี้โดนซื้อหมดเลย

ส่วนดีที่สุด โหวตครั้งแรกปลายปีนี้ ให้เราจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ขอ สว. 67 คนที่จะไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าใด ๆ แล้วปลายปีนี้ก็น่าจะต้องโหวตเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้มี สว.มากเพียงพอที่ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับโดยประชาชน

ถ้า สว.ถูกคุมได้ โครงสร้างการเมืองจะบิดเบี้ยวแค่ไหน “ยิ่งชีพ” มองว่า “ข่าวดีนะ… คิดว่าไม่แย่ไปกว่าที่ผ่านมา สว.ทั้งสภาเห็นแทบจะเหมือนกันหมดเสมอ และเห็นไปในทางที่เอนเอียงไปทางผู้ที่มีอำนาจ ผู้มีอำนาจอยากได้อะไรก็ได้ อยากเอาคนนี้มาเป็น ป.ป.ช.ไม่ตรวจสอบรองนายกรัฐมนตรีเลยก็ได้”

“คนนี้ดูหน้าตาเป็นฝ่ายตรงข้ามไม่เป็นหรอก ไม่ให้ดำรงตำแหน่งอะไรเลยก็สั่งได้ รัฐธรรมนูญไม่ให้แก้ก็สั่งได้ ก็จะเป็นแบบนี้ เป็นเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา ข่าวดีคือผมคิดว่ามันไม่แย่ลง”