ผู้เขียน : พงศ์เทพ เทพกาญจนา
สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน สว. มีอำนาจหน้าที่เกือบเท่ากับ สส. ทั้งยังมีอำนาจหน้าที่บางอย่างซึ่ง สส. ไม่มี เช่น การให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการในองค์กรอิสระต่าง ๆ รวมทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติบนพื้นฐานของความไม่ต้องการให้อำนาจอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริงกำหนดให้ สว. มาจากการเลือกกันเองของผู้สมัครภายใต้ระบบการเลือกที่ซับซ้อน ประหลาด และส่วนหนึ่งเหมือนการเสี่ยงโชค
ผู้สมัครซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี เท่านั้นมีสิทธิเป็นผู้เลือกและถูกเลือก โดยต้องเสียค่าสมัคร 2,500 บาท และต้องเลือกว่าจะสมัครในกลุ่มใดซึ่งมีอยู่ 20 กลุ่ม โดย กกต. กำหนดการรับสมัครระหว่างวันที่ 20 ถึง 24 พฤษภาคม 2567 ชาวไทยอายุ 40 ปี ขึ้นไปมีประมาณ 33 ล้านคน คนที่มาสมัครอย่างมากก็เพียงหลักแสน แต่ผู้ที่ได้รับเลือกจะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย
ระบบการเลือก สว.
การเลือกแบ่งเป็น 3 ระดับ คือระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ แต่ละระดับมีการเลือก 2 รอบ รอบแรกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันเลือกกันเอง รอบที่สองกลุ่มต่าง ๆ จะถูกจับสลากว่าแต่ละกลุ่มอยู่ในสายใดซึ่งมีไม่เกิน 4 สาย และผู้สมัครมีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นซึ่งอยู่ในสายเดียวกัน ดังนี้
1.ระดับอำเภอ 928 อำเภอ ซึ่งจะเลือกในวันที่ 9 มิถุนายน 2567
รอบแรก – ผู้สมัครมีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มตนเองได้ 2 คน แต่จะเลือกเพียง 1 คน ก็ได้ และเลือกตัวเองก็ได้
ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงเป็นที่ 1 ถึง 5 ของแต่ละกลุ่มเข้ารอบต่อไป บางกลุ่มอาจมีผู้เข้ารอบน้อยกว่า 5 คน ก็ได้ สำหรับกลุ่มที่มีผู้สมัครหรือมาแสดงตนในวันเลือกไม่เกิน 5 คน เข้ารอบต่อไปโดยอัตโนมัติ การสมัครในกลุ่มที่มีผู้สมัครน้อยเป็นประโยชน์ในขั้นตอนนี้
รอบแบ่งสาย – จับสลากแบ่งสายไม่เกิน 4 สาย ให้จำนวนกลุ่มเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมากที่สุด แต่ละสายไม่เกิน 5 กลุ่ม และไม่น้อยกว่า 3 กลุ่ม
ผู้สมัครที่อยู่ในสายเดียวกันมีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นได้กลุ่มละ 1 คน แต่ไม่มีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกับตน
ผู้ได้คะแนนสูงเป็นที่ 1 ถึง ที่ 3 ของแต่ละกลุ่มเข้ารอบไปสู่ระดับจังหวัด โดยทั้งประเทศจะมีผู้เข้ารอบไม่เกิน 55,680 คน (928 อำเภอ x 20 กลุ่ม x 3)
2.ระดับจังหวัด 77 จังหวัด ซึ่งจะเลือกในวันที่ 16 มิถุนายน 2567
รอบแรก – ผู้สมัครมีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มตนเองได้ 2 คน แต่จะเลือกเพียง 1 คน ก็ได้ และเลือกตัวเองก็ได้ แบบเดียวกับการเลือกรอบแรกในระดับอำเภอ
ผู้ได้คะแนนสูงเป็นที่ 1 ถึง 5 ของแต่ละกลุ่มเข้ารอบต่อไป บางกลุ่มอาจเข้ารอบน้อยกว่า 5 คน ก็ได้ สำหรับกลุ่มที่มีผู้เข้ารอบจากระดับอำเภอหรือมาแสดงตนในวันเลือกไม่เกิน 5 คน เข้ารอบต่อไปโดยอัตโนมัติ ดังนั้น การสมัครในกลุ่มที่มีผู้สมัครน้อยอาจเป็นประโยชน์ในขั้นตอนนี้ด้วย โดยเฉพาะจังหวัดที่มีอำเภอน้อย
รอบแบ่งสาย – จับสลากแบ่งสายไม่เกิน 4 สาย แบบเดียวกับระดับอำเภอ จังหวัดใดมีผู้เข้ารอบมาสู่ระดับจังหวัดไม่เกิน 5 กลุ่ม ไม่ต้องแบ่งสาย
ผู้สมัครที่อยู่ในสายเดียวกันมีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นได้กลุ่มละ 1 คน แต่ไม่มีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกับตน แบบเดียวกับรอบแบ่งสายในระดับอำเภอ
ผู้ได้คะแนนสูงเป็นที่ 1 และที่ 2 ของแต่ละกลุ่มเข้ารอบไปสู่ระดับประเทศ โดยทั้งประเทศจะมีผู้เข้ารอบไม่เกิน 3,080 คน (77 จังหวัด x 20 กลุ่ม x 2) โดยแต่ละกลุ่มมีผู้เข้ารอบไม่เกิน 154 คน (77 จังหวัด x 2)
3.ระดับประเทศ ซึ่งจะเลือกในวันที่ 26 มิถุนายน 2567
รอบแรก – ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มซึ่งมีจำนวนไม่เกินกลุ่มละ 154 คน มีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มตนเองได้ 10 คน โดยจะเลือกน้อยกว่า 10 คน ก็ได้ และเลือกตัวเองก็ได้
ผู้เข้ารอบคือ ผู้ได้คะแนนสูงเป็นที่ 1 ถึง ที่ 40 ของแต่ละกลุ่ม บางกลุ่มอาจไม่ถึง 40 คน แต่ต้องได้ 20 คน ขึ้นไป มิฉะนั้นต้องให้ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกในกลุ่มนั้นเลือกกันเองใหม่ให้ได้ 20 คน
จำนวนผู้เข้าไปรอบแบ่งสายรวมไม่เกิน 800 คน (20 กลุ่ม x 40) บุคคลเหล่านี้คือผู้ชี้ชะตาว่าใครจะได้เป็น ส.ว.
รอบแบ่งสาย – จับสลากแบ่งสายไม่เกิน 4 สาย แบบเดียวกับระดับอำเภอ ผลก็คือผู้สมัครแต่ละสายมีจำนวนรวมไม่เกิน 200 คน
ผู้สมัครที่อยู่ในสายเดียวกันมีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นได้กลุ่มละ 5 คน แต่ไม่มีสิทธิเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกับตน ผลก็คือผู้ได้รับเลือกเป็น สว. ในแต่ละสายจะมาจากการเลือกของผู้สมัครกลุ่มอื่นในสายเดียวกันซึ่งมีจำนวนรวมไม่เกิน 160 คน
ผู้ได้คะแนนสูงเป็นที่ 1 ถึง 10 ของแต่ละกลุ่มได้รับเลือกเป็น สว. ส่วนที่ 11 ถึง 15 เป็นสำรอง
ตามระบบการเลือกที่พิสดารข้างต้น การที่ผู้สมัครจะผ่านการเลือกในรอบต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการเลือกอำเภอ จังหวัดและกลุ่มที่สมัคร โชคในการจับสลากแบ่งสายว่ากลุ่มของตนอยู่ในสายใดและการจัดการซึ่งหลายอย่างขัดต่อกฎหมายแต่ยากที่ กกต.จะจับได้ไล่ทัน แม้แต่การซื้อเสียงในการเลือกตั้งซึ่งจับได้ง่ายกว่าเพราะผู้รับเงินมีจำนวนมาก กกต.ก็ยังดำเนินคดีได้ไม่กี่รายเท่านั้น
ประเภทผู้สมัคร สว.
ขอแบ่งผู้สมัคร สว. เป็น 3 ประเภท ดังนี้
- ผู้สมัครเพื่อจะได้มีสิทธิเลือกคนที่ตนเห็นว่าเหมาะสมเป็น สว. โดยตนเองไม่ประสงค์เป็น สว. เลย ผู้สมัครประเภทนี้มีน้อยเพราะจะมีกี่คนที่ยอมเสียค่าสมัคร 2,500 บาท เสียเวลาไปสมัครและไปเลือก และส่วนใหญ่ได้ใช้สิทธิเลือกรอบแรกระดับอำเภอครั้งเดียวแล้วก็ตกรอบไป
- ผู้สมัครที่ประสงค์จะเป็น สว. ซึ่งควรจะมีจำนวนมากที่สุด
- ผู้สมัครที่มาจากการจัดตั้งเพื่อให้ตนเองและ/หรือผู้สมัครอื่นในเครือข่ายของผู้ที่จัดตั้งได้รับเลือกเป็น สว. ผู้จัดตั้งจะส่งผู้สมัครที่อยู่ในเครือข่ายกระจายไปตามกลุ่มต่าง ๆ ในจังหวัดที่เป็นเป้าหมายให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้สมัครในเครือข่ายของตนผ่านเข้าสู่การเลือกระดับประเทศ หากผู้สมัครประเภทนี้มีมากกว่าผู้สมัครประเภทที่ 2 ผลงานของวุฒิสภาชุดที่ 2 ก็คงไม่ต่างจากผลงานของวุฒิสภาชุดแรกที่เพิ่งครบวาระไป
ยุทธศาสตร์ในการสมัครและการลงคะแนนเลือก
การเลือกระดับจังหวัดไม่ว่าจังหวัดเล็กหรือจังหวัดใหญ่ แต่ละกลุ่มมีผู้ที่ผ่านเข้าไปสู่การเลือกในระดับประเทศเท่ากัน คือกลุ่มละ 2 คน ผู้ที่สมัครในจังหวัดเล็กและมีอำเภอน้อย โดยเฉพาะถ้าสมัครในกลุ่มที่มีผู้สมัครน้อย จึงมีโอกาสผ่านเข้าไปสู่การเลือกระดับประเทศมากกว่าผู้ที่สมัครในจังหวัดใหญ่ซึ่งการแข่งขันสูง หากมีผู้สมัครในกลุ่มใดในจังหวัดใดไม่เกิน 2 คน เพียงได้คะแนนรอบแบ่งสายในระดับจังหวัดเพียงคนละ 1 คะแนน ผู้สมัครเหล่านี้ก็จะผ่านเข้าไปสู่การเลือกระดับประเทศทันที
ด้วยเหตุนี้กฎหมายจึงห้าม กกต. หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยรายชื่อผู้สมัครและจำนวนผู้สมัครแต่ละกลุ่มจนกว่าจะพ้นระยะเวลาการรับสมัคร หากฝ่าฝืนมีโทษถึงจำคุก แต่เชื่อได้เลยว่าในระบบแบบไทย ๆ ความลับย่อมไม่เป็นความลับ ดังนั้นจะมีผู้สมัครจำนวนหนึ่งไปสมัครในวันสุดท้ายของการรับสมัครเพื่อรอฟังข้อมูลการสมัครที่อาจรั่วออกมาก่อน
การเลือกจังหวัดและอำเภอที่สมัครมีผลต่อการได้รับเลือกเป็น สว. และผู้สมัครมีสิทธิสมัครได้อำเภอเดียว ผู้สมัครจึงต้องประเมินให้ดีว่าลงสมัครในจังหวัดใดและอำเภอใดที่ตนมีโอกาสผ่านเข้าไปสู่การเลือกตั้งระดับประเทศมากที่สุด อำเภอที่ผู้สมัครมีสิทธิเลือกได้แก่ อำเภอที่เกิด อำเภอที่มีชื่อหรือเคยมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือทำงานหรือเคยทำงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี และอำเภอที่เคยศึกษาในสถานศึกษาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยสามารถเลือกอำเภอที่จะสมัครได้ในหลายจังหวัด
ผู้สมัครส่วนใหญ่มีคุณสมบัติสมัครได้หลายกลุ่ม การเลือกกลุ่มที่สมัครมีผลต่อโอกาสของผู้สมัครในการได้รับเลือกเป็น สว. มากกว่าการเลือกอำเภอที่สมัครด้วยซ้ำ เพราะมีผลทั้งในการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ ผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันแม้จะมีสิทธิเลือกกันเองในรอบแรกของการเลือกทุกระดับ แต่ก็ต้องแข่งขันกันเองด้วย
ดังนั้นเป็นไปได้ที่ผู้สมัครจำนวนหนึ่งจะลงคะแนนเลือกตนเองเพียงคนเดียวในการเลือกรอบแรกทั้งสามระดับ เพราะการเลือกผู้สมัครอื่นจะลดโอกาสของตนในการเข้ารอบต่อไป แต่ผู้สมัครซึ่งอยู่ต่างกลุ่มกันไม่ได้แข่งขันกัน ในการเลือกรอบแบ่งสายผู้สมัครจึงสบายใจในการเลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการที่ตนจะได้รับเลือก
การแนะนำตัวผู้สมัคร
การแนะนำตัวผู้สมัครเป็นคำที่เริ่มใช้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 เพียงเพื่อแยกให้เห็นว่าการรณรงค์เลือกตั้งของ สส. กับ สว. ต่างกัน โดย สส. ใช้คำว่าหาเสียง ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครจะรณรงค์อย่างไรก็ได้เว้นแต่ที่กฎหมายห้าม ส่วน สว. ใช้คำว่าแนะนำตัว ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครจะรณรงค์ได้เฉพาะตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติเท่านั้น แต่เมื่อออกกฎหมายลูกและใช้กันต่อเนื่องมาจนถึงการเลือก สว. ครั้งนี้ กลับไปจำกัดการแนะนำตัวให้บอกได้แต่ข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานและประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครเท่านั้น ด้วยข้อมูลที่จำกัดจึงยากที่ผู้เลือกไม่ว่าจะมีความบริสุทธิ์ใจในการเลือกเพียงใดจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดได้
ปัญหาของผู้สมัครในการลงคะแนนเลือกรอบแบ่งกลุ่ม
ก่อนวันเลือกในแต่ละระดับ ผู้สมัครส่วนใหญ่มีเวลาศึกษาข้อมูลของผู้สมัครในกลุ่มเดียวกับตนพอสมควร แต่คงไม่ใด้ให้ความสนใจกับผู้สมัครกลุ่มอื่นเท่าใด โดยเฉพาะในระดับประเทศซึ่งมีผู้สมัครรวมถึงประมาณ 3,000 คน เมื่อผู้สมัครเข้าถึงรอบแบ่งสายในทุกระดับและต้องเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นทันที ผู้สมัครเหล่านี้มีข้อมูลที่จำกัดยิ่งในการเลือกผู้สมัครกลุ่มอื่น
ดังนั้นจึงยากที่จะตัดสินใจเลือกให้ได้คนที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ผู้สมัครจำนวนหนึ่งซึ่งไม่ได้หวังเพียงจะเป็น สว. แต่หวังจะดำรงตำแหน่งประธานหรือรองประธานวุฒิสภาหรือประธานกรรมาธิการด้วย ก็อาจไม่เลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่มีความเหมาะสมยิ่งเพราะเกรงจะเป็นคู่แข่งของตนในอนาคต
ผู้สมัครที่ไม่ได้มาจากการจัดตั้งใช้เหตุผลใดในการเลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นเป็นเรื่องควรทำวิจัยภายหลังการเลือก แต่พอคาดได้ว่าส่วนใหญ่จะเลือกคนรู้จักคุ้นเคยและคนที่ตนอยากให้เข้าไปทำงานในสภาร่วมกับตน
กกต.จะควบคุมอย่างไรให้การเลือก สว. สุจริตและเที่ยงธรรม
วุฒิสภามีบทบาทสำคัญตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นย่อมมีคนจำนวนหนึ่งพยายามจัดการให้คนในเครือข่ายของตนเข้าไปเป็น สว. โดยกระทำการที่ขัดต่อกฎหมายและเอาเปรียบผู้สมัครอื่น วิธีหนึ่งที่ กกต.จะตรวจสอบการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายได้คือ การวิเคราะห์ข้อมูลการลงคะแนนของผู้สมัครในทุกระดับซึ่งจะแสดงให้เห็นว่ามีแบบแผนการลงคะแนนที่ผิดปกติ ส่อว่ามีการจัดตั้งหรือไม่ หากพบความผิดปกติ ก็ต้องใช้อำนาจของ กกต.ตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด