กกต.นัดถกสื่อ ข้อห้ามในการแนะนำตัว การเลือก สว. ชี้ผู้สมัครห้ามแนะนำตัวผ่านสื่อ ห้ามให้สัมภาษณ์นักข่าว
วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นัดสื่อมวลชนชี้แจงการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายหลังพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือก สว.มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายแสวงได้ส่งข้อความแจ้งผ่านกลุ่มไลน์ผู้บริหารสำนักงาน กกต. ระบุว่า ในวันที่ 14 พฤษภาคม ได้นัดคุยกับสื่อแบบด่วน มีวัตถุประสงค์เพื่อบอกสื่อว่า จะทำหน้าที่อย่างไรช่วงมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือก สว. แต่เหตุผลที่นัดสื่ออีกประการหนึ่ง คือ เรื่องประชาชนยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับเรื่องการเลือก สว.
เท่าที่ประมวลมาคือ จะได้ สว.แบบไหน จะทำจบใน 60 วันหรือไม่ หรือให้ สว.รักษาการต่อไป กกต.จะบริหารโรดแมปและสถานการณ์อย่างไร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สังคมต้องการความมั่นใจว่า กกต.จะจัดการกับ 3 ข้อสังเกตข้างต้นอย่างไร โจทย์ของสำนักงาน คือต้องสื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ จึงนัดสื่อมาเพื่อสื่อให้ประชาชนทราบอย่างกว้างขวางต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ที่ประชุม กกต.ได้เห็นชอบกำหนดวันรับสมัครและกำหนดวันเลือก สว.ดังต่อไปนี้ 1.กำหนดวันรับสมัครรับเลือก สว.ไว้ 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-24 พ.ค. 67 เวลา 08.30-16.30 น. ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือก ระดับอำเภอกำหนด ไม่เว้นวันหยุดราชการ
หลังจากปิดวันรับสมัคร กกต.จะตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ใช้เวลา 5 วัน จากนั้น กกต.จะประกาศรายชื่อผู้สมัคร ถัดจากวันรับสมัครนั้น 20 วัน เป็นการเลือกระดับอำเภอ คือวันที่ 9 มิถุนายน 2567 หลังจากนั้นภายใน 7 วัน จะเป็นการเลือกระดับจังหวัด คือวันที่ 16 มิถุนายน 2567 และเป็นการเลือกระดับประเทศ ภายใน 10 วัน คือวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ตามแผน กกต.กำหนดจะประกาศผลการเลือก สว.ให้ได้ภายในวันที่ 2 กรกฎาคม 2567
สำหรับข้อห้ามเรื่องการ “แนะนำตัว” ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 กำหนดไว้ว่า
ข้อ 10 ห้ามผู้สมัคร หรือผู้ช่วยเหลือผู้สมัครนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการแนะนำตัว
ข้อ 11 นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีผลใช้บังคับไปจนถึงวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือก ห้ามผู้สมัครหรือผู้ช่วยเหลือผู้สมัครแนะนำตัวในกรณีดังต่อไปนี้
1. กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
2. ผู้ประกอบอาชีพทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน หรือสื่อโฆษณา เช่น นักแสดง นักร้อง นักดนตรี พิธีกร เป็นต้น ใช้ความสามารถ หรือวิชาชีพดังกล่าว เพื่อเอื้อประโยชน์ในการแนะนำตัว
3. แจกเอกสารเกี่ยวกับการแนะนำตัวโดยวิธีการวาง โปรยหรือติดประกาศในที่สาธารณะ
4. แนะนำตัวโดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง หรือปลุกระดมก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในพื้นที่
5. แนะนำตัวทางวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง เคเบิลทีวี หรือสื่อสิ่งพิมพ์ รวมถึงการให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน นักข่าว หรือสื่อโฆษณาซึ่งเผยแพร่ผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
6. จงใจไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบนี้
ข้อ 12 ห้ามผู้สมัครยินยอมให้ผู้สมัครอื่น กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เข้ามาช่วยเหลือผู้สมัครไม่ว่ากรณีใด ๆ
ด้านแหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่า “ที่ไม่ให้แนะนำตัวผ่านวิทยุ ทีวี สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อโฆษณา ก็เพราะเป็นกฎหมายที่ใหม่มากและเป็นธรรมกับทุกคน การเลือกตั้ง สส.ฉบับนี้เขียนเพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องการใช้เงินในการโฆษณา แนะนำตัวเอง เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน”
สำหรับการแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว.2567 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 มีผลบังคับใช้ วันที่ 27 เมษายน 2567 แหล่งข่าวระบุว่า นิยามในการแนะนำตัว คือ การบอก การชี้แจง และการแจกเอกสาร เพื่อให้ผู้สมัครคนอื่นรู้จัก โดยกำหนดไว้เฉพาะตัวผู้สมัครอื่นเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมี 4 เรื่องที่พึงระวังที่ศาลฎีกาวางแนวคำวินิจฉัยไว้ 1.ห้ามแนะนำตัวโดยบอกว่าจะจ่ายเงินค่าสมัครให้ ผิดแน่ เพราะมีการให้เงินหรือทรัพย์สิน 2.การแนะนำตัวโดยสัญญาว่าจะมีการลงคะแนนแลกเปลี่ยนกัน 3.การฮั้วลงคะแนน 4.การลงสมัครโดยไม่มีคุณสมบัติ
สำหรับเอกสารแนะนำตัว ตัวเอกสารหมายถึงกระดาษ หรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการแนะนำตัว
ส่วนการแนะนำตัวโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การแนะนำตัวที่กระทำขึ้นผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพื่อแนะนำตัวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แก่ผู้สมัครอื่นในการเลือก
เท่ากับว่า ผู้สมัครจะสามารถเผยแพร่ หรือให้ข้อมูลได้โดยเฉพาะผู้สมัครอื่นเท่านั้น ซึ่งใช้เอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร เอกสารต้องมีขนาดไม่เกินเอ 4 หรือขนาด 210 มิลลิเมตร X 297 มิลลิเมตร ระบุข้อความเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว ใส่รูปถ่ายของผู้สมัคร ประวัติการศึกษา และประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครเท่านั้น ไม่เกิน 2 หน้า
วิธีการอิเล็กทรอนิกส์ คือ ต้องดำเนินการด้วยตัวเองโดยใช้ข้อความแนะนำตัว อาทิ ข้อมูลส่วนตัว ประวัติการทำงาน รูปถ่ายการศึกษา ซึ่งผู้สมัครสามารถ “ตั้งกลุ่มไลน์” เพื่อแนะนำตัวระหว่างผู้สมัครกันเองได้
นายปภังกร บ้านกลาง หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวน และพรรคการเมือง กกต.เชียงใหม่ กล่าวระหว่างกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ “การดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จังหวัดเชียงใหม่ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า
“วิธีการอิเล็กทรอนิกส์ คือ ต้องดำเนินการด้วยตัวเองโดยใช้ข้อความแนะนำตัว อาทิ ข้อมูลส่วนตัว ประวัติการทำงาน รูปถ่ายการศึกษา ซึ่งผู้สมัครสามารถ “ตั้งกลุ่มไลน์” เพื่อแนะนำตัวระหว่างผู้สมัครกันเองได้ เพราะเป็นไปตามระเบียบการแนะนำตัวข้อ 8 ที่ให้แนะนำตัวผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่พึงระวังเรื่องการแลกคะแนน หรือการให้ทรัพย์สินอื่นใด”