เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GRAND แจ้งเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ พร้อมเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น เหตุไม่ครบองค์ประชุม
Finance GRAND แจ้งเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ พร้อมเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น เหตุไม่ครบองค์ประชุม
“พิพัฒน์” เร่งไฮสปีดไทย-จีน เร่งสร้างถึง”หนองคาย” ดันกรุงเทพ-โคราชเปิดปี’73
Politics “พิพัฒน์” เร่งไฮสปีดไทย-จีน เร่งสร้างถึง”หนองคาย” ดันกรุงเทพ-โคราชเปิดปี’73
คกก. จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
Politics คกก. จัดการประชุม IMF-World Bank เผยความคืบหน้า 3 อนุฯ เตรียมพร้อม 12-18 ต.ค. นี้
ครม.อนุมัติ ขยายเวลาลด VAT เหลือ 7% อีก 1 ปี สรรพากรชี้ช่วยเศรษฐกิจไทยขยายตัว
Politics ครม.อนุมัติ ขยายเวลาลด VAT เหลือ 7% อีก 1 ปี สรรพากรชี้ช่วยเศรษฐกิจไทยขยายตัว
“เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
Politics “เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
เศรษฐกิจภูมิภาค ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
Finance UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
Finance SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
Politics กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
KKP ชี้บ้านมือสอง พระเอกพยุงตลาดอสังหา คนแห่ซื้อ ราคาเอื้อมถึง ทำเลกทม.-ปริมณฑลมาแรง
Real Estate KKP ชี้บ้านมือสอง พระเอกพยุงตลาดอสังหา คนแห่ซื้อ ราคาเอื้อมถึง ทำเลกทม.-ปริมณฑลมาแรง
ดูทั้งหมด

“พัชรวาท” ถกโรดแมปลดก๊าซเรือนกระจก ปี 2573

21 พ.ค. 2567 | 17:37น.

“พัชรวาท” ถกโรดแมป ลดก๊าซเรือนกระจก ตามกรอบปี 2573 เพื่อเร่งเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอนกับทุกภาคส่วน พร้อมเคาะแผน เข้าถึงกลไกทางการเงินระหว่างประเทศ กำชับทุกหน่วยงานเร่งมือเต็มที่

วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 1/2567 ที่มีพลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
ชี้เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในทุกสาขา ภายในปี พ.ศ. 2573

จากการยกระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากเดิมร้อยละ 20-25 เทียบกับกรณีปกติ เป็นร้อยละ 30 (ดำเนินการเอง) และร้อยละ 40 หากได้รับการสนับสนุนระหว่างประเทศ ตามร่างแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ที่ได้มีการเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร ร้อยละ 0.7

โดยมุ่งเน้นการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ร้อยละ 22.5 ภาคขนส่ง ร้อยละ 8.2 ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 0.3 ภาคของเสีย ร้อยละ 1.6

ทั้งนี้ ผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 60.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการดำเนินงาน เนื่องจากยังห่างจากเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ดำเนินการเองอีก 2 ใน 3 ส่วนพลตำรวจเอกพัชรวาท กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงานอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด

ทั้งนี้ ในส่วนของการขอรับการสนับสนุนระหว่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้จัดทำและพร้อมเผยแพร่กรอบการขอรับการสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศ ขั้นตอนและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) เพื่อเป็นเครื่องมือให้ทุกภาคส่วนใช้ในการขอรับการสนับสนุนเงินต่อไป ซึ่ง กนภ.ได้ให้ความเห็นชอบในการประชุมครั้งนี้ด้วยแล้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุม กนภ.ได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

(1) เห็นชอบในหลักการร่างแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน คมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม เกษตร และของเสีย จะนำไปปฏิบัติ
เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ร้อยละ 30-40 จากกรณีปกติภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)

โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอร่างแผนปฏิบัติการต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาตามขั้นตอนการนำเสนอแผนระดับที่ 3 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

(2) เห็นชอบต่อร่างรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการรายสาขาปี พ.ศ. 2564 ซึ่งแสดงให้เห็นความก้าวหน้าในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2564
รวม 60.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) จากเป้าหมายประมาณ 184.8 MtCO2eq ในปี พ.ศ. 2573 (กรณีดำเนินการเอง) โดยมอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นำไปประกอบการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปี (Biennial Transparency Report : BTR) ฉบับที่ 1

(3) เห็นชอบในหลักการต่อร่างบันทึกความตกลง (Letter of Agreement) และเอกสารโครงการ (Project Document) ของโครงการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 1 (BTR1) และรายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ร่วมกับรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (NC5/BTR2) เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนลงนามในเอกสารดังกล่าว

และเร่งจัดทำรายงาน BTR ฉบับที่ 1 ซึ่งจะต้องส่งให้สำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567

(4) สำหรับโครงการของการเคหะแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยสีเขียวประหยัดพลังงานได้เห็นชอบในหลักการต่อร่างบันทึกความตกลงโครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตร
ต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติ นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอน

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบ (5) ร่างกรอบการพิจารณาขอรับการสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และ (6) ร่างขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอโครงการ
ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว เพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วนในการเข้าถึงแหล่งเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) เพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ