เปิดนโยบาย ‘พัชรวาท’ สั่งกรมโลกร้อน เร่งแก้ปัญหาโลกเดือด

พัชรวาท วงษ์สุวรรณ

‘พัชรวาท’ มอบนโยบาย 5 เรื่องเร่งแก้ปัญหาโลกเดือด ลุยจัดทำแผนลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อม เดินหน้าประชาพิจารณ์กฎหมายเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถึง 26 ก.พ. 67

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความเป็นห่วงถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และที่สำคัญประเทศไทยเป็นประเทศที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว

โดยได้มอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานในการจัดการและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามที่ได้ประกาศไว้ ดังนี้

พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช
พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช

1. จัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC ที่กำหนดจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ร้อยละ 30-40 จากกรณีปกติ ภายในปี พ.ศ.2573 ใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาพลังงาน คมนาคมขนส่ง การจัดการของเสีย กระบวนการทางอุตสาหกรรม และเกษตร

โดยในแผนได้บรรจุแผนงานการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกรายสาขาภายใต้ขีดความสามารถของประเทศ รวมถึงใช้กลไกความร่วมมือและการสนับสนุนระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยี ใช้กลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีส (หรือ Article 6) ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่รวดเร็ว เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ โดยเตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ในเดือนเมษายน 2567

2. ปรับปรุงแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย โดยกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต ให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

3. ผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ และมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ กลไกราคาคาร์บอน เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำและยั่งยืน

“ขณะนี้กฎหมายอยู่ในช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะระหว่างวันที่ 14 ถึง 26 กุมภาพันธ์ 2567 ทั้งนี้ กรมอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอแนะเชิงเทคนิคต่อการจัดทำอนุบัญญัติภายใต้กรอบกฎหมายดังกล่าวคู่ขนาน เพื่อเร่งเสนอ คณะรัฐมนตรี ภายในกลางปี 2567 นี้”

4. ส่งเสริมให้เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ “เครือข่าย ทสม.” เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเครือข่าย ทสม. ในระดับพื้นที่

ปัจจุบันมีเครือข่าย ทสม. ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพ เข้าร่วมโครงการกว่า 20 พื้นที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ซึ่งมีแผนงานที่สำคัญ ได้แก่ การสร้างองค์ความรู้ ความตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเสริมสร้างศักยภาพของเครือข่าย ทสม. เกี่ยวกับการลดก๊าซเรือนกระจก การส่งเสริมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกด้วยการมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่องค์ความรู้

5. การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรภายในกรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (BMWK) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และพร้อมในปี 2567 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมายที่ได้ประกาศไว้