กกต.ไม่เลื่อนเลือก สว. เดินหน้าเลือกไขว้ตามกำหนดเดิม ในระดับอำเภอ 9 มิถุนายน
วันที่ 7 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวว่าที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาว่าจะเลื่อนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกไปจากวันที่ 9 มิถุนายน ออกไปก่อน โดยใช้อำนาจตามมาตรา 35 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561
เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง จากการที่ศาลปกครองกลางส่งคำโต้แย้งผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 6 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 212 ว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่
โดย กกต. 7 คน ได้ประชุมในเวลา 11.00 น. เพื่อหารือในประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย 4 มาตรา ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีการเลือก สว.ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่ โดยเลื่อนออกไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
กระทั่งเวลา 13.00 น. ที่ประชุม กกต.มีมติให้เดินหน้าการเลือก สว.ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนต่อไป พร้อมกับแจ้งไปยัง กกต.แต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ยืนยันการเลือกตั้งยังเป็นไปตามกำหนดเดิม
จากนั้นนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแถลงว่า เราจะเลือกวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ตนเคยพูดเสมอว่าสิ่งที่ กกต.ทำกับผู้สมัครหรือประชาชน คือเราอยากได้ สว.ตามที่กฎหมายกำหนด แต่ กกต.ทำคือการรักษากระบวนการให้ได้เป้าหมายอยากที่เราอยากจะได้ ระหว่างทางถ้ากระบวนการไม่เรียบร้อย เป้าหมายไม่ต้องพูด มันกระทบแน่
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเราได้นำมาวิเคราะห์ เมื่อดูจากเหตุผลรวม ๆ ศาลบอกว่ายังไม่ปรากฏความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง คือสิ่งที่เอกสารของศาลรัฐธรรมนูญระบุ รวมถึงเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ยังไม่ใช่เหตุจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามกฎหมายมาตรา 104 ของรัฐธรรมนูญ
มาตรา 132 ของรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดให้เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงองค์กรอิสระว่ามีประเด็นไหนขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านขั้นตอนนี้มาแล้ว และ ณ วันนี้เราปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ออกโดยชอบของรัฐสภา
“ส่วนกรณีข้างหน้ามีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ กกต.คงใช้อำนาจหน้าที่ที่มีแก้ไขปัญหาเหล่านี้” นายแสวงกล่าว