เมเจอร์…ปิดทุกจุดอ่อน ตอบทุกไลฟ์สไตล์ “คอหนัง”
คอลัมน์ จับกระแสตลาด
เคลื่อนไหวค่อนข้างมากสำหรับโรงหนังเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ทั้งการเปิดตัวนวัตกรรม “ซัมซุง แอลอีดี ซีนีม่า” (Samsung LED Cinema) พร้อมทั้งจับมือค่ายหนังมาร์เวลทำแคมเปญการตลาดต่อเนื่องทั้งปี เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจโรงหนัง
“นิธิ พัฒนภักดี” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโรงภาพยนตร์ปีนี้จะโตต่อเนื่องจากปีก่อน เพราะมีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เข้าฉายตลอดปี ซึ่งเฉพาะ Avenger ที่เข้าฉายในเครือเมเจอร์ก็สร้างรายได้มากกว่า 400 ล้านบาทแล้ว
นอกจากนี้ยังมีหนังอีกหลายเรื่องทั้งหนังไทยและต่างประเทศที่จ่อคิวเข้าฉาย ขณะเดียวกันเมื่อคอนเทนต์ภาพยนตร์มีความแข็งแกร่งขึ้น ในส่วนของโรงภาพยนตร์เองก็ต้องปรับตัวมากขึ้น โดยเล่นกับไลฟ์สไตล์ เน้นสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ชมเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ฐานลูกค้าเดิมของเมเจอร์ โดยเฉพาะบัตรเอ็มเจเนอเรชั่นที่มีฐานสมาชิก 4.5 ล้านราย เพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
“ปีนี้เมเจอร์ขยับตัวค่อนข้างเยอะ เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนเร็ว โดยมี 2 เป้าหมายใหญ่ เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่บริษัท คือ การกระตุ้นให้ฐานลูกค้าเดิมเข้ามาใช้บริการถี่ขึ้นผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดที่หลากหลาย และการขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ๆ”
สำหรับการกระตุ้นให้ฐานลูกค้าเดิมเข้ามาใช้บริการถี่ขึ้นนั้น “นิธิ” บอกว่า จะมีการทำแคมเปญการตลาดร่วมกับลูกค้า (แบรนด์) มากขึ้น ทั้งการให้ส่วนลด แลกแต้ม รวมถึงการทำโลคอลมาร์เก็ตของแต่ละสาขาตามด้วยการเพิ่มบริการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง
ล่าสุดได้เปิดโรงภาพยนตร์สำหรับเด็กแห่งแรกในไทยที่ “เมกา ซีนีเพล็กซ์ บางนา” ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยมีหมู่บ้านมากกว่า 290 แห่ง และสถาบันการศึกษา รวมถึงศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็ก โดยได้พันธมิตรผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก โคโดโม ร่วมสนับสนุนในฐานะสปอนเซอร์หลัก ภายใต้ชื่อ “Kodomo kids cinema” เจาะกลุ่มเด็กอายุ 5-12 ปี เน้นสร้างประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
“การเปิดโรงเด็กแห่งนี้เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ที่นิยมพาลูก ๆ ไปสัมผัสประสบการณ์นอกห้องเรียน โดยเมเจอร์เตรียมภาพยนตร์แอนิเมชั่นหลากหลายแนวไว้ให้เลือกกว่า 20 เรื่องต่อปี และมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 2-3 โรงปีนี้”
สำหรับภายในโรงภาพยนตร์เด็กนี้จะประกอบไปด้วย การบริการเครื่องเล่น Playland ดินแดนแห่งความสุข พร้อมบ่อลูกบอลหลากหลายสีสัน และสไลเดอร์สำหรับก่อนชมภาพยนตร์ จำนวน 84 ที่นั่ง ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 200-250 บาทต่อที่นั่ง และ double sofa bed คู่ละ 500 บาท
อีกทั้งมีแผนจะเพิ่มบริการใหม่ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่ด้วย เช่น การออกบัตรสิทธิประโยชน์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ห้องแต่งหน้า ที่จอดรถ เป็นต้น หวังขยายฐานลูกค้าในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น
“นิธิ” กล่าวต่อว่า บริษัทยังเพิ่มมูลค่าให้แก่โรงหนัง ด้วยการเปลี่ยนเก้าอี้ด้านหน้าโรงภาพยนตร์ให้เป็นโซฟา เพิ่มความสะดวกสบาย สามารถนอนชมภาพยนตร์ได้ในราคาเท่าเดิม เริ่มทดลองสาขาแรกที่พารากอนซีนีเพล็กซ์ไปแล้ว และได้ผลตอบรับที่ดี จึงมีแผนจะขยายต่อไปยังสาขาอื่น ๆ ในอนาคตด้วย เพื่อปิดจุดอ่อนเก้าอี้ด้านหน้าในโรงภาพยนตร์ที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม
ในส่วนภาพรวมโรงภาพยนตร์เมเจอร์ปีนี้คาดว่ารายได้จะมีการเติบโตที่ดี และสิ้นปีจะเปิดโรงเพิ่มเป็น 800 โรง จากปัจจุบันมี 728 โรง ใน 139 สาขา
เรียกว่าปีนี้เมเจอร์ขยับแบบทุกทิศทุกทาง เพื่อจับทุกไลฟ์สไตล์ผู้ชมแบบไม่หยุด พร้อมปิดทุกจุดอ่อนเพื่อสร้างการเติบโต