เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
Uncategorized ‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด รอปัจจัยใหม่ชี้นำ

21 มิ.ย. 2567 | 17:34น.
dollar money

ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด รอปัจจัยใหม่ชี้นำ หลังผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 65.6 ในเดือน มิ.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องเกาะติดคดีการเมือง เหตุส่งผลสะเทือนต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

วันที่ 21 มิถุนายน 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 17-21 มิถุนายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (17/6) ที่ระดับ 36.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/6) ที่ระดับ 36.74/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากนักลงทุนพากันถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในฝรั่งเศส ก่อนที่ค่าเงินดอลลาร์จะปรับตัวอ่อนค่าลง หลังถูกกดดันจากผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่ลดลงต่ำกว่าคาดในเดือน มิ.ย.

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน มิ.ย.ปรับลดลง

โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 65.6 ในเดือน มิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 71.5 จากระดับ 69.1 ในเดือน พ.ค. แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.3% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีก (18/96) ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากปรับตัวลง 0.2% ในเดือน เม.ย. และมีการเปิดเผยว่า สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ หลังจากลดลง 0.1% ในเดือน มี.ค.

นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีการเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากไม่เปลี่ยนแปลงในเดือน เม.ย. หรือปรับตัวขึ้น 0.0% และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายปี

นอกจากนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NNHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 2 จุดสู่ระดับ 43 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดรับตั้งแต่เดือน ม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 46 โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงมุมมองทั่วไปที่เป็นลบ ขณะเดียวกันสมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (NBA) ของสหรัฐ เผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในสัปดาที่แล้ว หลังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวลง โดยจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 1.6% ในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน มี.ค. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเพื่อการจำนองแบบคงที่ระยะเวลา 30 ปี สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 766,550 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 6.94% จากระดับ 7.03% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าระดับ 7% เป็นครั้งแรก

ปัจจัยในประเทศ จับตา “คดีการเมือง”

สำหรับปัจจัยภายในประเทศคำร้องยุบพรรคก้าวไกลยังคงเป็นคดีที่จะต้องติดตาม โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การกระทำของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 แล้วใช้เป็นนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ซึ่งล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลภายใวันจันทร์ (17/6) และมีกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันอังคาร (18/6) ซึ่งอาจจะกระทบต่อค่าเงินบาทให้เคลื่อนไหวผันผวนในระยะสั้นได้

ทั้งนี้ ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาคดี ม.112 ภายหลังทนายยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว วงเงิน 500,000 บาท พร้อมยึดหนังสือเดินทางและหลักประกันทำสัญญาห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ศาลนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 ส.ค.

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณา คดี 40 สว.ยื่นถอดถอนนายกฯเศรษฐา ทวีสิน 10 ก.ค.นี้ โดยความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศดังกล่าว สะเทือนถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอลงจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ 60.5 จาก 62.1 ในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวล เสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.66-36.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/6) ที่ระดับ 36.63/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ธนาคารกลางจีนคงอัตราดอกเบี้ย

ขณะที่ปัจจัยในภูมิภาค ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ะยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีนไว้ที่ระดับ 2.50% ในวันจันทร์ (17/6) สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยธนาคารกลางจีนได้คงอัตราดอกเบี้ย MLF ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางมีความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน เมื่อพิจารณาจากสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งการที่ธนาคารกลางเผชิญกับแรงกดดันในการปกป้องเงินหยวนไม่ให้อ่อนค่าลงอีก

นอกจากนั้น ในวันศุกร์จีนประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีและ 5 ปี โดยดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีของจีนเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง ทั้งนี้ ในปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีของจีนอยู่ที่ระดับ 3.45% และ LPR ประเภท 5 ปีอยู่ที่ระดับ 3.95%

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (17/6) ที่ระดับ 1.0699/1.0702 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่อนข้างทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/6) ที่ระดับ 1.0690/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาหลุดระดับ 1.0700 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศส

ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่มีแผนการที่จะหารือกันเรื่องการเข้าซื้อพันธบัตรฝรั่งเศสอย่างฉุกเฉิน และอีซีบียังมองว่าเป็นหน้าที่ของนักการเมืองฝรั่งเศสในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนเอง อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นภายหลังนางมารีน เลอ เปน ผู้นำพรรคเนชั่นแนล แรลลี่ (National Rally) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด กล่าวว่า ตนพร้อมทำงานร่วมกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง หากพรรคคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งในครั้งนี้

ซึ่งความเคลื่อนไหวของนางเลอ เปน ทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล หลังจาก ปธน.มาครงประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พร้อมกับจัดการเลือกตั้งใหม่ซึ่งจะมีขึ้น 2 รอบในวันที่ 30 มิ.ย. และ 7 ก.ค.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผย ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรป หรือ EC ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า อิตาลีเป็นประเทศที่มีการขาดดุลงบประมาณสูงสุดใน EU โดยอิตาลีมีการขาดดุลงบประมาณเทียบเท่ากับ 7.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ขณะที่ฮังการีขาดดุล 6.7% ของ GDP อย่างไรก็ดี ค่าเฉลี่ยการขาดดุลงบประมาณของ EU อยู่ที่ระดับ 3.5% ของ GDP

สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ได้แก่ การประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ ในอังกฤษ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0868-1.0761 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/6) ที่ระดับ 1.0692/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

บีโอเจไม่มั่นใจเงินเฟ้อจะแตะ 2% อย่างยั่งยืน

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (21/6) ที่ระดับ 157.44/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวเมื่อเทียบระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/6) ที่ระดับ 157.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายอุเอดะที่กล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันอังคาร (18/6) ซึ่งระบุว่า แม้ต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจากเงินเยนอ่อนค่าอาจส่งผลลกระทบต่อการใช้จ่ายของครัวเรือน แต่ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจะช่วยพยุงการบริโภคและทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในระดับปานกลาง

โดยนายอุเอดะระบุว่า BOJ ยังไม่มั่นใจเต็มที่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะเป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืนหรือไม่ จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะขึ้่นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ทั้งนี้ นายอุเอดะไม่ได้ให้สัญญาณใด ๆ เกี่ยวกับอัตราและขนาดของแผนการลดการซื้อพันธบัตรของ BOJ ซึ่งจะประกาศในเดือนหน้า

ทั้งนี้ BOJ เพิ่งเปิดเผยผลการประชุมกำหนดนโยบายประจำวันที่ 13-14 มิ.ย.ในวันศุกร์ (14/6) ที่ผ่านมา โดยระบุว่าบีโอเจจะยังคงเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นในอัตรา 6 ล้านล้านเยน (3.8 หมื่นล้านดอลลาร์) ต่อเดือนตามเดิมต่อไป อย่างไรก็ตาม BOJ จะวางแผนการอย่างละเอียดสำหรับการปรับลดขนาดการเข้าซื้อ JGB ลงสำหรับช่วง 1-2 ปีข้างหน้าในการประชุมกำหนดนโยบายครั้งถัดไปในวันที่ 30-31 ก.ค.

ทั้งนี้ การปรับลดขนาดการเข้าซื้อดังกล่าวจะนำไปสู่การปรับลดขนาดงบดุลของบีโอเจลงจากระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน และถือเป็นการดำเนินอีกขั้นตอนหนึ่งในการปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังระบุว่า กรรมการบริหารของ BOJ ได้หารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเร่งกระบวนการปรับนโยบายการเงินสู่ระดับปกติให้เร็วขึ้น เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินเยนมีความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและอาจจะทำให้ BOJ ต้องใช้มาตรการการรับมือ

โดยรายงานการประชุมดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่ BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน ก.ค. แม้ตลาดคาดการณ์ว่าโอกาสที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีน้อยลง โดยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่นที่มีการเปิดเผยออกมานั้น ยอดการส่งออกประจำเดือน พ.ค.ขยายตัวสู่ระดับ 13.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่การนำเข้าในเดือนเดียวกันออกมาที่ระดับ 9.5% ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 167.14-159.12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/6) ที่ระดับ 158.81/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ