เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เอกชน-รัฐ กลไกสำคัญขับเคลื่อน SE โดย วิทวัช เนตรแสนสัก

17 พ.ค. 2561 | 11:40น.

คอลัมน์ Inside Out Story โดย วิทวัช เนตรแสนสัก

 

แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. …. จะอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นครั้งที่ 2 แล้วก็ตาม ซึ่งหากดูจากไทม์ไลน์ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คาดว่าจะมีการประกาศใช้ภายในกลางปี 2561

แต่ขณะนี้ ครม.ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลทำให้การประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้

เพราะถ้าหาก ครม.พิจารณาเห็นชอบรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ หลังจากนั้นจะต้องส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระที่ 1 เพื่อรับหลักการ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายละเอียดของ พ.ร.บ. โดยขั้นตอนนี้อาจใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 45-60 วัน ซึ่งถ้าไม่แล้วเสร็จอาจจะขอขยายระยะเวลาในการทำงานของคณะกรรมาธิการ

เมื่อแล้วเสร็จจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ สนช. ในวาระที่ 2 วาระที่ 3 ต่อไป และถ้าที่ประชุมลงมติเห็นชอบ หลังจากนั้นจะส่งกลับไปยัง ครม. ในการนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ถ้าดูตามขั้นตอนแล้ว การประกาศใช้ พ.ร.บ.วิสาหกิจเพื่อสังคมฉบับนี้จะต้องเลื่อนออกไปอย่างแน่นอน

โดยในฝั่งผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม (social enterprise-SE) รวมถึงผู้ที่ทำงานด้านการส่งเสริมต่างมองว่า หากไม่มีกฎหมายรับรองที่ชัดเจน จะทำให้ SE รายเล็ก รายน้อย ไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และไม่ได้รับการส่งเสริมทั้งด้านองค์ความรู้ และด้านการเงิน

เนื่องจากกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีทุนไม่เยอะมาก แต่หากดำเนินธุรกิจด้วยความตั้งใจที่จะยกคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ชาวชุมชน รวมถึงไปถึงสังคม และสิ่งแวดล้อม

และถ้าหากมีกลไกของรัฐเข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการ SE ที่เป็นธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก เชื่อว่าทำให้กิจการเพื่อสังคมเติบโตได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาและยกระดับสังคมไทยไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ แม้ว่าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.จะยังไม่มีความชัดเจน แต่ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผู้ประกอบการจำนวนมากที่ดำเนินกิจการ SE รวมไปถึงเอกชนรายใหญ่ ๆ ที่ต่างเข้ามาลงทุน หรือดำเนินกิจการเพื่อสังคม อย่าง Local Alike, แดรี่โฮม, เลมอนฟาร์ม, Osisu, Cabbages & Condoms, Bike and Travel

อีกทั้งยังมีเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่จัดตั้งกองทุน CP Social Impact Fund งบประมาณราว 1,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่มีการจัดตั้งบริษัทเพื่อสังคมในชื่อบริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC) ในการให้บริการทำความสะอาดที่เน้นความยั่งยืน โดยเปิดโอกาสการจ้างงานกับกลุ่มสตรีด้อยโอกาสในสังคมไทยเป็นหลัก ทั้งยังมีบริษัท หรือกิจการอื่น ๆ ที่อาจจะยังไม่ได้กล่าวถึงอีกมากมาย

ไม่เพียงเท่านี้ ภาคเอกชนยังมีการส่งเสริมสนับสนุน SE ผ่านกิจกรรม แคมเปญ หรือโครงการประกวดต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น โครงการ The Venture ของบริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย) (ชีวาส รีกัล) ในการค้นหาสุดยอดนักธุรกิจหรือผู้ที่มีแนวคิดสร้างธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

หรือโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม (Banpu Champions for Change-BC4C) ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่ได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 8 โดยร่วมกับสถาบัน ChangeFusion ในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจในการทำธุรกิจเพื่อสังคม นำเสนอแผนธุรกิจ และลงมือดำเนินกิจการด้วยตนเอง

ล่าสุดบ้านปูได้ร่วมกับ ChangeFusion ในการจัดทำ SE.School (https://se.school/) แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย สำหรับผู้ที่มีใจรักที่จะเป็นผู้ประกอบการไปพร้อมกับสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคมขึ้น

โดยมุ่งหวังที่จะให้เป็นคลังความรู้ สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และบุคคลทั่วไป ที่สนใจในกิจการเพื่อสังคม พร้อมเคล็ดลับความสำเร็จจากตัวอย่าง SE ที่โดดเด่น เพื่อนำองค์ความรู้เหล่านั้นไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ และก้าวผ่านความท้าทายสู่ความสำเร็จซึ่งผลสำรวจของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) พบว่า กลุ่มคน Gen Y มีแนวโน้มที่อยากทำธุรกิจส่วนตัว หรือเป็นเจ้าของกิจการเองเพิ่มมากขึ้นทุกปี และคนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มองหาความอิสระในการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ มีความตั้งใจอยากจะมีธุรกิจส่วนตัว

ส่งผลให้กิจการเพื่อสังคมเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นผู้ประกอบการ เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ด้านการสร้างอาชีพ และรายได้ให้แก่ตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นลูกจ้างใครแล้ว ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมได้อีกด้วย

การเริ่มต้นสร้างกิจการเพื่อสังคมกิจการหนึ่ง ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่ เพราะการดำเนินกิจการให้ประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากการหาแนวทางในการจัดการ หรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น

รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในยุคที่เทคโนโลยีมีความรวดเร็ว มีข้อมูลที่หลากหลาย และที่สำคัญ คือการดำเนินกิจการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ขณะเดียวกันยังสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคมอย่างยั่งยืน เพื่อวัดผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

สำหรับแพลตฟอร์ม SE.School ที่บ้านปู และ ChangeFusion ร่วมกันจัดทำขึ้นนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษา และทำแบบทดสอบ เพื่อวัดผลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งยังมี 12 บทเรียน ตั้งแต่พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคม ไปจนถึงข้อมูลเชิงลึกในการดำเนินกิจการ

นอกจากนี้ยังจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ หรือเคล็ดลับความสำเร็จของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ BC4C ในหลากหลายกิจการ และเจ้าของกิจการเพื่อสังคมชั้นนำที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ ผ่านบทเรียนต่าง ๆ เช่น การเข้าใจปัญหาสังคม, การทดสอบตลาดและโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม, การนำสินค้าเข้าตลาด, การพัฒนานวัตกรรม, การสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ-เอกชน และการพัฒนาทีม การสื่อสารสินค้า บริการ และตัวตนของกิจการเพื่อสังคม เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เชื่อว่าไม่เพียงแต่กลไกของภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ในการสนับสนุนส่งเสริมกิจการเพื่อสังคมเท่านั้น ที่จะทำให้ผู้ประกอบการ SE สามารถดำเนินกิจการได้ต่อเนื่อง

และประสบความสำเร็จ แต่ในอีกทางหนึ่ง ภาครัฐต้องมีมาตรการ มีกฎหมายในการรองรับ เพื่อเข้ามาหนุนเสริม หรืออุดช่องว่างที่เกิดขึ้นในกิจการเพื่อสังคม

เพื่อทำให้กิจการเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจเพื่อสังคมของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและก้าวหน้าต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิทวัช เนตรแสนสัก