ไทยเบฟ ส่งบริษัทย่อย โซ วอเตอร์ เสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ เสริมสุข เพื่อดึงเสริมสุขออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท โซ วอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเสริมสุข ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โซ วอเตอร์ เสนอซื้อหุ้นเสริมสุข 63 บาท/หุ้น
โดย โซ วอเตอร์ ทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญที่เหลือทั้งหมดของเสริมสุข จำนวน 93,945,680 หุ้น หรือคิดเป็น
สัดส่วนประมาณ 35.33% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของเสริมสุข ในราคาเสนอซื้อ 63.00 บาทต่อหุ้น เพื่อการเพิกถอนหลักทรัพย์
ทั้งนี้ บริษัท โซ วอเตอร์ นั้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทและเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) อีกด้วย โดย ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2566 โซ วอเตอร์ถือหุ้นในบริษัทเสริมสุขทั้งสิ้น 171,954,804 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 64.67%
จับตามติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเสริมสุข 27 สิงหาฯ
อย่างไรก็ตาม การเข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของเสริมสุขเพื่อการเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหุ้นนั้น จะยังต้องผ่าน 2 เงื่อนไขคือ
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของเสริมสุขต้องมีมติอนุมัติการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท และต้องไม่มีผู้ถือหุ้นคัดค้านการเพิกถอนหุ้นเกิน 10% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท
รวมถึงการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทจะต้องได้รับอนุมัติและ/หรือผ่อนผันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ฯ สถาบันการเงิน และคู่สัญญาอื่น ๆ ตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีที่จำเป็น)
พร้อมกันนี้เสริมสุขกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2567 ของบริษัท ในวันที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชั้น 2 ห้องประชุม 208-209
ตั้งเจย์แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ
นอกจากนี้ เสริมสุขยังแต่งตั้งบริษัท เจย์แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อทำหน้าที่ เสนอแนะความเห็นและชี้แจงต่อผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อประกอบการพิจารณาข้อเสนอของผู้ทำคำเสนอซื้อและการขอเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท และเสนอแนะความเห็นต่อผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อประกอบการพิจารณาคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามแบบ 250-2 โดยการทำหน้าที่ดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อนุมัติการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท และผู้ทำคำเสนอซื้อได้ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้ว