“วาสิต ล่ำซำ” ประธานบอร์ดประกันภัยยานยนต์ หั่นเป้ายอดขายประกันอีวีสิ้นปีนี้ จากเป้าเดิม 1.2-1.3 แสนคัน เหลือแค่ 7-8 หมื่นคัน ตามยอดขายรถดิ่ง-ลูกค้าชะลอตัดสินใจหวั่นผู้ผลิตลดราคาอีก จับตาปรับเบี้ยอีวีกลางปีหน้าอิง “ประวัติขับขี่” ตามความเสี่ยงรายบุคคล เป็นปีแรก
วันที่ 8 กรกฎาคม 2567 นายวาสิต ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับภาพตลาด EV ปัจจุบัน เทียบกับเมื่อต้นปี 2567 ในแง่ของยอดขายรถ ต้องถือว่าปีนี้ค่อนข้างออกมาต่ำกว่าความคาดหมายไปมาก และไม่ใช่เฉพาะรถ EV แต่รวมถึงรถสันดาปก็ติดลบด้วย ซึ่งมาจากหลายสาเหตุคือ 1.สภาวะเศรษฐกิจ ที่ส่งผลให้คนไม่ค่อยลงทุนในการซื้อรถใหม่
2.การแข่งดัมพ์ราคาของผู้ผลิต EV จีน จากที่มีซัพพลายที่นำเข้ามา จึงทำให้เกิดภาวะลดราคาบ่อยและถี่ขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเกิดความลังเลในการจะซื้อรถ เพราะกังวลว่าราคาจะลดลงอีก จึงชะลอการตัดสินใจซื้อรถออกไป
ดังนั้น คาดว่าจะกระทบกับเป้าเบี้ยประกัน EV ที่คาดไว้จากเดิมประเมินว่าจะมีรถ EV ใหม่ปีนี้ระดับ 1.2-1.3 แสนคัน น่าจะเหลือใกล้เคียงปีที่แล้ว แค่ระดับ 7-8 หมื่นคัน โดยจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2567 มีรถอีวีที่จดทะเบียนสะสม 1.5 แสนคัน คิดเป็นมูลค่าเบี้ยประกัน EV ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท (เฉลี่ย 20,000 บาทต่อคัน)
ทั้งนี้ ยังมีความหวังว่าถ้าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังผงกหัวดีขึ้นมาก และราคาน้ำมันแพงขึ้น จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้คนตัดสินใจซื้อรถ EV มากขึ้น เพราะราคารถในวันนี้ถึงจุดที่น่าสนใจ ประกอบกับคาดหวังว่าสถาบันการเงินเริ่มผ่อนคลายในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นด้วย
สำหรับในมุมของบริษัทประกันก็ยังให้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่และกลาง ในส่วนบริษัทเล็ก ๆ ก็เข้ามาทำตลาดอยู่บ้าง แต่ยังไม่เห็นเรื่องการแข่งขันที่สูงมาก ประกอบกับที่สำนักงาน คปภ.ได้ออกคำสั่งให้บริษัทที่รับประกัน EV ต้องจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง ซึ่งทำให้ทุกบริษัทได้ตระหนักเรื่องของการทบทวน ทั้งนโยบายและแผนการบริหารจัดการ ทั้งเรื่องการรับประกันภัยและการชดใช้สินไหมให้ดี
“ถ้าเริ่มมีการวางแผนจัดการความเสี่ยงแล้วเดินได้ตามนั้น ก็น่าจะทำให้การรับประกัน EV แต่ละบริษัทสามารถจะไปสู่จุดสมดุลได้ ไม่ได้วิ่งเข้าไปเพื่อตัดราคา” นายวาสิตกล่าว
ในส่วนทิศทางการปรับเบี้ยประกันอีวีนั้น ผลกระทบปีนี้ยังไม่มาก เพราะเป็นปีแรกที่เริ่มบังคับการให้ส่วนลดจากการเก็บพฤติกรรมการขับขี่ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันรถอีวีใหม่ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2567 เป็นต้นไป
โดยจะมีผลในการต่ออายุไตรมาส 2 ของปี 2568 ซึ่งจะยึดตามความเสี่ยงภัยรายบุคคล ท้ายที่สุดก็คาดหวังว่าแนวทางนี้จะทำให้พฤติกรรมการขับขี่ของประชาชนมีความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยในท้องถนน ซึ่งเป็นเป้าหมายของสำนักงาน คปภ. และสมาคมที่อยากเห็น