Skip to content

ตลท. ชี้เกณฑ์ Uptick สกัดชอร์ตเซลอยู่หมัด ธุรกรรมลดลงกว่า 4 เท่า

10 ก.ค. 2567 | 09:00น.
ตลท. ชี้เกณฑ์ Uptick สกัดชอร์ตเซลอยู่หมัด ธุรกรรมลดลงกว่า 4 เท่า

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้เกณฑ์ Uptick สกัดชอร์ตเซลอยู่หมัด ธุรกรรมลดลงกว่าถึง 4 เท่า

วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลในอดีตการประกาศใช้เกณฑ์การให้ขายชอร์ตในทุกหลักทรัพย์ได้ที่ราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (Uptick) เกิดขึ้นในปี 2563 ซึ่งเป็นปีวิกฤตโควิดปีแรก ตอนนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลงไปต่ำสุดที่บริเวณ 900 จุด ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดเพนิก จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์หลายแห่ง มีการบังคับใช้มาตรการ Circuit Breaker และมาตรการ Uptick

โดยการบังคับใช้มาตรการ Uptick ช่วงนั้น มีผลทำให้มูลค่าการชอร์ตเซลเฉลี่ยรายวันปรับลดลงและช่วยลดความผันผวนของดัชนี SET ได้ โดยเริ่มมาตรการในเดือน เม.ย. 2563 และหยุดใช้มาตรการหลังจากหุ้นกลับเข้าสู่สถานะที่เป็นภาวะปกติในเดือน ก.ย. 2563 (ดูตาราง)

และล่าสุดมาตรการ Uptick ที่เพิ่งถูกนำกลับมาใช้ในปี 2567 เริ่มวันแรกเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2567 และข้อมูลจนถึงวันที่ 5 ก.ค. 2567 พบว่าสัดส่วนของการชอร์ตเซลลดลง โดยเทียบครึ่งปีแรกของปีนี้สัดส่วนการชอร์ตเซลต่อมูลค่าการซื้อขายจะอยู่ที่ 11.4% และในช่วงที่เริ่มบังคับใช้มาตรการ อยู่ที่ 4.47% เพราะฉะนั้นถือว่าลดลงชัด

โดยมูลค่าการชอร์ตเซลลดลงจากระดับ 5,200 ล้านบาท/วัน เหลือแค่ 1,500 ล้านบาท/วัน หรือลดลงประมาณ 4 เท่า และขณะนี้กำลังมอนิเตอร์ความผันผวนอยู่ เนื่องจากการบังคับใช้ขณะนี้มีระยะเวลาสั้นเกินไป ทำให้ต้องติดตามประสิทธิภาพและผลกระทบอย่างใกล้ชิดต่อไป แต่ที่มีผลกระทบมากคือมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงไปพอสมควร โดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 43,000 ล้านบาท/วัน แต่ในช่วงนี้ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

“เราเคยใช้มาตรการนี้ในช่วงวิกฤตโควิด แต่ไม่สามารถใช้เหตุการณ์นั้นมาประเมินรอบนี้ได้ เพราะสถานการณ์และความรุนแรงต่างกันค่อนข้างมาก ตอนนั้นเป็นผลกระทบทั่วโลก ดัชนีลงเร็ว และเด้งกลับมาขึ้นเร็ว แต่คราวนี้คงต้องติดตามต่อเนื่อง แต่ที่น่าสนใจในรอบนี้คือ ช่วงที่บังคับใช้นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิ 4 วัน จากขายสุทธิต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม การถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว สาเหตุเพราะว่าส่วนใหญ่นักลงทุนต่างชาติจะถือหุ้นขนาดใหญ่ และราคาจะลงไม่มากเท่ากับดัชนี SET โดยรวม