เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

กตัญญู 2.0-KOL ประจำครัวเรือน เทรนด์ใหม่ “ไทย-อาเซียน”

21 ก.ค. 2567 | 08:10น.
Hakudoho
สัมภาษณ์

เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา อาทิ การระบาดของโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก ฯลฯ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับผู้บริโภคทั้งในไทยและอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจจับจ่ายใช้สอย ความต้องการสินค้า-บริการ รวมไปถึงมุมมองต่อสิ่งรอบตัวและครอบครัว ซึ่งต่างเป็นโจทย์ท้าทายที่ธุรกิจและนักการตลาดต้องตีให้แตกและพลิกมาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

โดย ศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน หรือ “ฮิลล์ อาเซียน” (Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN : HILL ASEAN) เผยผลวิจัย 1 ทศวรรษครอบครัวไทยและอาเซียน ที่นอกจากจะชี้ถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ยังเสนอแนวทางรับมือสำหรับธุรกิจและนักการตลาดอีกด้วย

“พร้อมพร สุภัทรวณิช” รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาดและกลยุทธ์ ศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน ฉายภาพว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในไทยและอาเซียนทั้งในระดับส่วนบุคคลและครอบครัวมีความเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน ทำให้เกิดทั้งโจทย์และโอกาสทางธุรกิจ-การตลาดใหม่ ๆ ขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีไฮไลต์สำคัญ อาทิ เทรนด์กตัญญู 2.0 ซึ่งวิธีดูแลพ่อแม่-ญาติผู้ใหญ่ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป, คนรุ่นมิลเลนเนียลที่แตกออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งมีพฤติกรรมแตกต่างกัน การเปลี่ยนตัวบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของแต่ละครอบครัว นิยามของชนชั้นกลางที่พร่าเลือนไป และอื่น ๆ

กตัญญู 2.0

สำหรับเทรนด์ กตัญญู 2.0 นั้น เป็นความอยากกตัญญูพ่อแม่ ด้วยวิธีการแสดงออกรูปแบบใหม่ ๆ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มดัดแปลงวิธีการแสดงออกถึงความกตัญญู โดยเน้นเรื่องประสบการณ์มากกว่ามูลค่าของสิ่งของ อย่างการออกทริปท่องเที่ยวหรือมีกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงการหาทางเลือกในการดูแลพ่อแม่แบบใหม่ ๆ ให้ไรเดอร์ส่งของขวัญเซอร์ไพรส์พ่อแม่แทนตนเอง เป็นต้น เช่นเดียวกับสอนเรื่องความกตัญญูให้กับคนรุ่นต่อไปผ่านการ “ทำให้ดู” แทนการ “พูดให้ฟัง”

เทรนด์นี้เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจ ที่จะช่วยให้ความกตัญญูเป็นสิ่งที่จับต้องได้มากขึ้น ทั้งด้านสินค้าและบริการ เช่น บริการเสริมสำหรับการส่งสินค้าที่อาจให้พนักงานขนส่งพูดคุยไถ่ถามเรื่องต่าง ๆ กับผู้รับที่เป็นผู้สูงวัย หรือโดยให้ผู้อาวุโสในบ้าน หรือคุณพ่อคุณแม่ มีส่วนร่วมไปกับประสบการณ์ดี ๆ

รวมถึงยังมีแนวคิด “Gongma-keting” คอนเซ็ปต์การตลาดที่เปลี่ยนแนวคิดกตัญญูจากมุมของผู้น้อย (ผู้ให้) ไปเป็นมุมของผู้อาวุโส (ผู้รับ) เช่น แบรนด์สามารถนำเสนอบริการ Subscription กล่องสุ่มที่มีราคาและกลุ่มสินค้าหลากหลายอย่าง แบ่งตลาดงานอดิเรกของผู้สูงวัย และเปิดพื้นที่ให้ผู้รับได้ลองเป็น KOL ผ่านการรีวิวสินค้าและบริการที่ลูกหลานเลือกซื้อมาให้

และเนื่องจากบทบาทในครอบครัวของคนไทยเป็นเรื่องสำคัญ แบรนด์และนักการตลาดยังสามารถขยายขอบเขตการจัดกลุ่มผู้บริโภคให้ครอบคลุมไปถึงบทบาทในบ้าน ซึ่งไม่ได้มีแค่พ่อหรือแม่ แต่รวมถึง พี่ ป้า น้า อา และอื่น ๆ ที่คนไทยทุกคนรับหน้าที่เหล่านี้ด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ หรืออาจมีการจัดเทศกาลสำหรับ PANK/PUNK fest (Professional aunt/uncle, no kid) เป็นพื้นที่ให้คนเหล่านี้ และหลาน ๆ ได้มีประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกัน ในขณะที่พ่อแม่ได้พักผ่อน จึงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

มิลเลนเนียลไม่เหมือนกัน

นอกจากความกตัญญูรูปแบบใหม่แล้ว พฤติกรรมของกลุ่มมิลเลนเนียล หรือผู้ที่เกิดในช่วงปี ค.ศ. 1981-1996 ยังเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยกลุ่มผู้บริโภคที่เคยถูกมองว่าเป็นกลุ่มเดียวกันนี้ เกิดแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ผู้ที่เกิดในยุค 1980s และ 1990s เนื่องจากการมีพฤติกรรมบนโลกออนไลน์แตกต่างกัน

โดยกลุ่มมิลเลนเนียลที่เกิดในยุค 1980s ต้องการได้รับการยอมรับบนโลกออนไลน์ ด้วยการสร้างตัวตนหลากหลายตามแต่ละสถานการณ์เพื่อลดความเสี่ยงและคว้าโอกาสต่าง ๆ ให้มากที่สุด ส่วนกลุ่มที่เกิดช่วงปี 1990s จะนิยมแสดงตัวตนที่แท้จริงของตนเองบนโลกออนไลน์ รวมถึงแชร์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนออนไลน์ เช่น รีวิวสินค้า-บริการ

ดังนั้น ธุรกิจและนักการตลาดต้องสร้างดิจิทัลแคมเปญแยกสำหรับแต่ละกลุ่ม แทนการสร้างแคมเปญสำหรับมิลเลนเนียลอย่างที่ผ่าน ๆ มา โดยแคมเปญที่มุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่เกิดช่วง 1980s จะต้องสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายได้แสดงตัวตนตามที่ต้องการ ส่วนแคมเปญของกลุ่มผู้เกิดช่วงปี 1990s นั้น แบรนด์จะต้องมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายได้แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาได้เต็มที่

กำเนิดชนชั้นกลางใหม่

ขณะเดียวกัน นิยามของชนชั้นกลาง ยังพร่าเลือนไป หลังผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย นิยามตนเองเป็นชนชั้นกลาง โดยไม่ขึ้นกับปัจจัยรายได้ แต่เป็นความรู้สึกของตนเอง โดยคนกลุ่มนี้จะนิยมลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต เช่น มีงานอดิเรกที่สร้างรายได้ด้วย การซื้อสินค้ามา DIY เอง เพื่อลดค่าใช้จ่าย รวมถึงการลงทุนด้านการศึกษาของบุตรหลาน

เพื่อเจาะฐานกลุ่มชนชั้นกลางใหม่นี้ ธุรกิจและนักการตลาดควรโฟกัสกับผลลัพธ์ของเงินที่ลูกค้าใช้จ่ายว่าจะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าต้องการได้มากแค่ไหน รวมถึงเน้นย้ำว่าการจับจ่ายนั้นเป็นการลงทุน มากกว่าจะมุ่งเน้นเรื่องความถูก-แพงของตัวเงิน

KOL ประจำครัวเรือน

ไม่เพียงพฤติกรรมระดับบุคคล แต่ในระดับครัวเรือนนั้น บุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของครอบครัวยังเปลี่ยนไป เนื่องจากปัจจุบันสมาชิกในครอบครัวมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นจนสามารถมีอิทธิพลต่อกันแบบไม่ขึ้นกับอายุหรือสถานะ

จนอาจเรียกได้ว่าสมาชิกครอบครัวทุกคนสามารถเป็น KOL ที่มีผลต่อการตัดสินใจของสมาชิกคนอื่น ๆ ได้

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจและนักการตลาดอาจต้องสร้างแผนการสื่อสารที่เน้นสนับสนุนหรือเปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวแนะนำสินค้าหรือบริการให้แก่กัน เพื่อให้สามารถเจาะเข้าสู่กลุ่มครอบครัวได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันในครอบครัวขนาดเล็ก เช่น คู่แต่งงานที่ไม่มีลูกนั้น ผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า 75% ของครอบครัวในอาเซียนจะอยู่ในรูปแบบที่สามีและภรรยาตัดสินใจร่วมกัน มากกว่าจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว

ดังนั้น นักการตลาดควรสื่อสารไปยังคู่สามี-ภรรยา มากกว่าจะมุ่งเข้าหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมถึงเปลี่ยนความเข้าใจในกระบวนการตัดสินใจซื้อจากแบบชายหรือหญิง ไปเป็นคู่สามีภรรยาแทน

ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลวิจัย 1 ทศวรรษครอบครัวไทยและอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจ แบรนด์ และนักการตลาด เข้าใจพฤติกรรมครอบครัวไทยและอาเซียนมากขึ้น รวมถึงสามารถสร้างกลยุทธ์การตลาดมารับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ