Skip to content

วิธีดูแลผิวหน้าช่วงฤดูฝน อากาศชื้น-สิ่งสกปรก สาเหตุผิวเสื่อมโทรม

31 ก.ค. 2567 | 12:12น.
วิธีดูแลผิวหน้าช่วงฤดูฝน อากาศชื้น-สิ่งสกปรก สาเหตุผิวเสื่อมโทรม

เปิดวิธีรับมือกับปัญหาผิวหน้าที่ต้องเผชิญในช่วงฤดูฝน แพทย์ชี้ อากาศชื้น สิ่งสกปรก เป็นสาเหตุผิวเสื่อมโทรม-แม้ไม่มีแดดแต่รังสี UV ทำร้ายผิวได้

วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 สภาพอากาศช่วงฤดูฝนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งร้อนอบอ้าวและมีความชื้นในอากาศสูง นอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายผิวแล้ว อากาศที่ชื้นหากรวมกับสิ่งสกปรก เหงื่อ และฝุ่นละอองที่จับตัวบนผิว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้ผิวของเราเสื่อมโทรมและส่งผลให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม “แพทย์หญิงปณิชา ภูสิริธนาโชติ” แนะ “วิธีรับมือกับปัญหาผิวหน้าที่ต้องเผชิญในช่วงฤดูฝน”

แพทย์หญิงปณิชา แนะนำวิธีรับมือกับปัญหาผิวหน้าที่ต้องเผชิญในช่วงฤดูฝนว่า ช่วงฤดูฝนสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะมีอากาศที่ชุ่มฉ่ำเย็นสบาย แต่ความจริงแล้วความชื้นในอากาศสามารถทำร้ายผิวได้ โดยสภาพอากาศก่อนฝนตกจะเกิดความกดอากาศ ทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา อาทิ

ผิวแห้ง อักเสบและระคายเคือง สภาพอากาศร้อนชื้นช่วงก่อนและหลังฝนตก ส่งผลให้ผิวขาดสมดุลความชุ่มชื้น มีทั้งความแห้งและความมัน อาจมีผดผื่นร่วมด้วย ส่วนผู้ที่มีผิวแพ้หรือเป็นโรคผิวหนัง อาจกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ เช่น โรคเซบเดิร์ม หรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบ

สิวและผดผื่น ช่วงแรกที่ฝนตกแบบปรอย ๆ หากน้ำฝนสัมผัสโดนผิวหน้าก็อาจจะก่อให้เกิดสิวอักเสบ สิวอุดตัน และผดผื่นได้ เนื่องจากในน้ำฝนจะมีมลพิษและสิ่งสกปรกเจือปนอยู่มากมาย

ผิวหมองคล้ำ อีกหนึ่งปัญหาที่มักพบเจอบ่อยช่วงหน้าฝน มักเข้าใจผิดว่าฟ้าครึ้ม ๆ นั้นไม่มีแดด จริง ๆ แล้วรังสี UV สามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศลงมาทำร้ายผิวเราได้ ก่อให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ และเสี่ยงต่อการเกิดฝ้ากระและจุดด่างดำได้

แพทย์หญิงปณิชา ภูสิริธนาโชติ
แพทย์หญิงปณิชา ภูสิริธนาโชติ

การทำความสะอาดผิวหน้าจึงเป็นสิ่งคัญอย่างยิ่งสำหรับช่วงฤดูฝน นอกจากจะเป็นการขจัดสิ่งสกปรกตกค้างแล้วยังเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนรับการบำรุงอีกด้วย การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นการทำร้ายผิวหน้าโดยที่เราไม่รู้ตัว

ก่อนการล้างหน้าควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมด เพื่อป้องกันการอุดตันและระคายเคืองผิว จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนล้างหน้า เพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวเสียสมดุล ก่อให้เกิดผิวแห้งลอก ผิวบาง หรือแสบร้อนได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีผิวแห้ง แล้วตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า โดยนวดวนไปตามแนวรูขุมขน ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้น้ำและสารทำความสะอาดชะล้างไขมัน คราบสกปรก และคราบเครื่องสำอางที่หลงเหลือให้หลุดออกแล้วค่อยล้างน้ำเปล่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

การกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพด้วยการสครับผิวหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ควรเลือกผลิตภัณฑ์สครับชนิดที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ตามด้วยการปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนก่อนการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ด้วยการใช้โทนเนอร์เช็ดผิวทุกครั้งหลังการล้างหน้า และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

THANN

ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มอบความชุ่มชื้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) อย่าง Rice Callus Culture Extract ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคือง Shea Butter และ Organic Evening Primrose ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น Rice Bran Oil ที่อุดมด้วยวิตามินอี (Gamma Oryzanol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิแดนต์ทรงประสิทธิภาพ และช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว ให้ผิวแข็งแรง

รวมถึงทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่มีค่าป้องกันแดด SPF30 PA+++ ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ แม้ในวันที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตก เพราะรังสี UVA สามารถซึมทะลุชั้นบรรยากาศลงมาทำร้ายผิวเราได้แม้ไม่มีแสงแดด

นอกจากการบำรุงผิวภายนอกแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วย ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน เพียงเท่านี้เราก็สามารถดูแลสุขภาพผิวให้สวยอย่างสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง

THANN