ไทยประกันชีวิต ติดทำเนียบหุ้นกลุ่ม ESG100 เป็นปีที่ 2 หลังได้รับคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งคัดเลือกจาก 920 หลักทรัพย์จดทะเบียน ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน
วันที่ 6 สิงหาคม 2567 นางวรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิต ได้รับคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ ให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2567 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งสถาบันไทยพัฒน์คัดเลือกจาก 920 หลักทรัพย์จดทะเบียน โดยไทยประกันชีวิตมีผลการดำเนินงานอันโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต (Insurance)
“ไทยประกันชีวิต ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ ‘มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน ที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย‘ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืน”
โดยบริษัทวางแผนขับเคลื่อนองค์กรผ่านการลงทุนเพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพการให้บริการ ภายใต้กรอบและกลยุทธ์การดำเนินงานด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน “TLI” 3 ข้อ คือ 1.ตอบโจทย์ทุกความไว้วางใจ (Trusted Partner) ในทุกช่วงของชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle)
2.เชื่อมประสบการณ์สู่โอกาส (Life Inclusion) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทได้อย่างสะดวกทั่วถึง และ 3.พร้อมส่งต่อโลกที่ดีกว่า (Infinite World) ด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่การใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตสำหรับคนรุ่นต่อไป

ทั้งนี้ การจัดอันดับของสถาบันไทยพัฒน์ พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่กัน
สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่า กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 ในปีนี้
ขณะที่การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีคุณภาพและได้รับผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป