ศิริกัญญาเผยเปิดตัวพรรคใหม่พรุ่งนี้ ทุกอย่างราบรื่น-ถกเลือก กก.บห.ทันที ชี้ไม่ต้องสลับฟันปลาวางตัวเป็นผู้นำเผื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง “พิธา” ลั่นพร้อมเป็นกองหนุนเท่าที่กฎหมายอนุญาต
วันที่ 8 สิงหาคม 2567 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ สส.บัญชีรายชื่ออดีตพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความพร้อมสัดส่วนของกรรมการบริหารพรรคใหม่ที่จะแถลงในวันพรุ่งนี้ ว่าวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมหารือเป็นกระบวนการภายในกับสมาชิก หยังเสียงเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งตนมั่นใจว่าพรุ่งนี้จะราบรื่นและเป็นไปได้ด้วยดี และสมาชิกที่จะไปต่อด้วยกันมาอย่างพร้อมหน้า ส่วนสามารถบอกใบ้ชื่อพรรคได้หรือไม่ ไม่ได้มีการคิดไว้ล่วงหน้า ขอให้รอฟังวันพรุ่งนี้
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ไม่มีใครอยากขึ้นมาเป็นกรรมการบริหารพรรค เพราะกลัวถูกตัดสิทธิทางการเมือง น.ส.ศิริกัญญามองว่าเป็นเรื่องที่คนอาจคิดกันได้ แต่วันพรุ่งนี้ก็จะมีความชัดเจนว่าจะมีกรรมการบริหารพรรคกี่คน ส่วนจะมีใครบ้างขอให้รอฟังผลการประชุมอีกครั้ง
ขณะที่นายพิธากล่าวเสริมว่า เป็นคำถามที่ต้องย้อนกลับไปถามที่ระบบ ว่าผู้ที่จะมาเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง เป็นพาหนะที่เป็นตัวแทนของประชาชน ถูกระบบแบบไหนที่ทำให้คนไม่กล้าเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค เพราะฉะนั้นคนที่จะมีวุฒิภาวะเป็นผู้นำก็ต้องมีความกล้าหาญ และระบบนั้นสมควรที่จะเป็นอย่างไร ส่วนที่เป็นของอดีตพรรคก้าวไกล ตนมองว่าเป็นเรื่องล้อเล่นกันมากกว่า ไม่ได้มีอะไรซีเรียส พอถึงเวลาก็ต้องมีการเลื่อนขั้นขึ้นมา เพื่อที่จะให้พรรคของเพื่อนตนนั้นสามารถเดินหน้าต่อไป และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ซึ่งก็เป็นเรื่องของพวกเขาและอาจจะมีความแตกต่างจากความเห็นของตน
ซึ่งตนก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ คงตอบแทนไม่ได้ แต่หากเทียบกับสมัยของตนแล้ว มีที่ประชุม มีกระบวนการ ซึ่งขอให้เขาได้ประชุมหารือก่อนที่จะมาตอบความชัดเจน นั่นคือจากอนาคตใหม่มาเป็นก้าวไกลส่วนก้าวไกลจะเป็นอะไรต่อ ขอให้รอความชัดเจนในวันที่ 9 สิงหาคม
จากนั้น น.ส.ศิริกัญญายังระบุว่า กรรมการบริหารจะต้องมีวิจารณญาณและอุดมการณ์ มีความมั่นคงที่จะตัดสินใจแทนสมาชิกในเรื่องสำคัญได้ ส่วนจำเป็นจะต้องมีการสลับฟันปลาหรือไม่ เผื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ตนมองว่าไม่จำเป็น โดยนายพิธายังกล่าวเสริมว่า ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหาร ไม่ได้ดูว่าเป็น สส.หรือไม่ ส่วนคนรับจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเพื่อน ๆ
ส่วนความกังวลใจ หรือประเมินเรื่องกระแสนิยมของผู้นำในพรรคใหม่หรือไม่นั้น น.ส.ศิริกัญญาระบุว่าเป็นเรื่องของความเสี่ยงในอนาคตที่เกิดขึ้นได้ แต่หากมองตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ มาก้าวไกล ก็โดนคำสบประมาท โดนคำปรามาสเหมือนกัน แต่เราก็สามารถสั่งสมความนิยมมาได้ จนกลายมาเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในปี 2566
ซึ่งน่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้แล้ว และคงจะต้องดูกันยาว ๆ ยังตัดสินวันนี้ไม่ได้ แต่ไม่ว่าพรรคใหม่จะเป็นอะไร แต่จะเป็นสถาบันการเมืองมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะมีนายพิธา หรือไม่มีคุณพิธา เราก็ต้องรักษาความนิยมไปให้ได้จนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า และจะต้องทำให้ได้มากกว่าเดิมด้วย
ขณะที่นายพิธากล่าวเสริมว่า ตนเองก็ยังไม่ได้หายไปไหน เพราะคนที่ยังอยู่เขาก็ยังเป็นคนที่สนับสนุนผมตอนผมเป็นผู้นำ ตอนนี้ตนเองก็ยังจะสนับสนุนพวกเขาตามที่กฎหมายอนุญาต กระแสไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่สำคัญทางการเมือง นโยบาย บุคลากร ความตรงไปตรงมา ความสม่ำเสมอในการทำงาน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่ากระแส เพราะฉะนั้นภาพใหญ่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะกระแสอย่างเดียววัดอะไรมากไม่ได้ และไม่ได้กังวลเรื่องกระแสและผลโพล เพราะฉะนั้นยังมั่นใจว่าเพื่อนจะยังทำงานต่อไปได้ดี หันมาข้างหลังก็ยังจะมีผมอยู่เสมอ