Skip to content

ฟิทช์ฯเตือนหั่นเครดิตไทย หากการเมืองชะงักจนกระทบเศรษฐกิจ

20 ส.ค. 2567 | 18:07น.
ฟิทช์ฯเตือนหั่นเครดิตไทย หากการเมืองชะงักจนกระทบเศรษฐกิจ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ วิเคราะห์การเปลี่ยนนายกฯไทย เน้นย้ำถึงความเปราะบางของการเมืองไทย เชื่อรัฐบาลแพทองธารเดินหน้า “ดิจิทัลวอลเลต” หรือมีมาตรการกระตุ้นทางการคลังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เตือนปรับลดอันดับเครดิตไทยลง หากเกิดการหยุดชะงักทางการเมืองในระดับที่ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ

วันที่ 20 สิงหาคม 2567 ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกออกบทวิเคราะห์ในหัวข้อว่า การเปลี่ยนผู้นำของไทยเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงทางการเมืองอันเปราะบางของไทย 

ฟิทช์ฯกล่าวในบทวิเคราะห์ว่า การที่รัฐสภาไทยให้ความเห็นชอบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างรวดเร็ว และได้รับโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา น่าจะช่วยรักษาความต่อเนื่องของนโยบายได้ แต่พัฒนาการล่าสุดนี้เน้นย้ำให้เห็นว่าความผันผวนของการเมืองไทยนั้นส่งผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายและความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้เพียงใด 

“เราเชื่อว่า โดยทั่วไปแล้ว แพทองธาร ชินวัตร จะสานต่อจุดยืนทางนโยบายของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่มีอำนาจมากที่สุดในแนวร่วมรัฐบาล เรามองว่ามีความเสี่ยงระดับต่ำที่งบประมาณปีงบประมาณ 2568 จะล่าช้า…”

ฟิทช์ฯระบุในบทวิเคราะห์ว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยกล่าวว่า รัฐบาลจะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ที่มีความล่าช้า และรัฐบาลชุดล่าสุดประเมินว่า โครงการนี้จะต้องใช้งบประมาณคิดเป็นประมาณ 2.4% ของจีดีพีใน 2 ปีงบประมาณ 

ฟิทช์ฯกล่าวว่า ยังไม่สามารถตัดสมมุติฐานที่ว่าโครงการนี้อาจถูกยกเลิก ปรับเปลี่ยน หรือล่าช้าออกไปอีก อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการกระตุ้นทางการคลังของไทยจะเกิดขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 

การคาดการณ์ล่าสุดของฟิทช์ฯ ซึ่งคำนวณรวมกรณีรัฐบาลเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเลต คาดการณ์ว่าการขาดดุลทางการคลังของไทยที่ขาดดุล 2.0% ของจีดีพีในปีงบประมาณ 2566 จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.3% ของจีดีพีในปีงบประมาณ 2567 และ 4.4% ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับค่ากลาง (Median) ของประเทศในกลุ่มที่มีอันดับเครดิต “BBB” ด้วยกัน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 3.2% ในปีงบฯ 2567 และ 3.0% ในปีงบฯ 2568 

“หากรัฐบาลลดขนาดโครงการดิจิทัลวอลเลตลง เราเชื่อว่ามีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะใช้ทรัพยากรทางการคลังที่ว่างลงนั้น เพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินมาตรการอื่น ๆ และอาจมีแรงกดดันทางการเมืองให้ต้องมีมาตรการการใช้จ่ายขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีกหลังจากปีงบประมาณ 2568 ซึ่งอาจเป็นการยากที่จะกลับมารัดเข็มขัดทางการคลังในระยะกลาง เมื่อโครงการดิจิทัลวอลเลตสิ้นสุดลง สิ่งนี้จะเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มการขาดดุลการคลังและหนี้ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการใช้จ่ายภาครัฐที่สูงขึ้นนั้นใช้ไปเพียงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แทนที่จะจัดการกับอุปสรรคในการเติบโตเชิงโครงสร้าง” 

ฟิทช์ฯกล่าวว่า การเข้าถึงตลาดเงินตลาดทุนในประเทศของรัฐบาล และโครงสร้างหนี้ที่ดี ซึ่งมีระยะเวลาครบกำหนดชำระคืนที่นาน และส่วนใหญ่เป็นหนี้ในสกุลเงินท้องถิ่น ช่วยลดความเสี่ยงบางส่วนเกี่ยวกับการที่สัดส่วนหนี้ภาครัฐต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2562 

“อย่างไรก็ตาม หนี้ที่สูงขึ้นอาจจำกัดความสามารถทางการคลังของรัฐบาลในการตอบสนองต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจในอนาคต เมื่อตอนที่เราคงอันดับเครดิตของประเทศไทยที่ ‘BBB+’ พร้อมด้วยคงแนวโน้มมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ในเดือนพฤศจิกายน 2566 เราได้ระบุว่า การที่รัฐบาลไม่สามารถรักษาเสถียรภาพอัตราส่วนหนี้สาธารณะอาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ถูกปรับลดอันดับเครดิตลง” 

ฟิทช์ฯบอกอีกว่า ความผันผวนทางการเมืองที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งของประเทศไทยได้ขัดขวางประสิทธิภาพของการกำหนดนโยบาย ตัวชี้วัดด้านธรรมาภิบาลของไทยนั้นมีคะแนนน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ในระดับ BBB และพัฒนาการล่าสุด อาจลดโอกาสที่จะปรับปรุงตัวชี้วัดด้านธรรมาภิบาลที่จัดทำโดยธนาคารโลก (World Bank) ที่ฟิทช์เคยคาดการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 ว่าตัวชี้วัดนี้ของไทยจะดีขึ้น 

“ความผันผวนทางการเมืองยังเป็นอุปสรรคต่อความพยายามของไทยในการเพิ่มความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนต่างชาติ ธุรกิจในประเทศ และผู้บริโภค”

ฟิทช์ฯเชื่อว่า การที่สภาเห็นชอบให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และการตอบสนองที่ค่อนข้างเงียบของสาธารณชนต่อการยุบพรรคก้าวไกล แสดงให้เห็นว่าในขณะนี้ความเสี่ยงที่จะเกิดความไม่สงบทางการเมืองในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ความเสี่ยงทางการเมืองจะเพิ่มขึ้นได้อีก 

“หากเกิดการหยุดชะงักทางการเมืองในระดับที่ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจและแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ อาจนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตลง” ฟิทช์ เรทติ้งส์เตือน