ศุภวุฒิ สายเชื้อ : ลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” ผลต่อเศรษฐกิจไทยต่ำ ใครได้ประโยชน์
ศุภวุฒิ สายเชื้อ
“ศุภวุฒิ สายเชื้อ” ประธานสภาพัฒน์ ชี้รัฐบาลต้องกำหนดอนาคตประเทศ เผยการดึงต่างประเทศลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” ไม่ตอบโจทย์ผลตอบเศรษฐกิจไทยต่ำมาก
วันที่ 29 สิงหาคม 2567 ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และที่ปรึกษาของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีสถานการณ์ลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2/67 “ติดลบ” ครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส ว่า เมื่อภาพใหญ่เศรษฐกิจ ทิศทางไม่เคลียร์ จะให้เอกชนไปคิดเองก็ยาก
ทั้งนี้ แม้ว่าผมไม่ได้อยากให้ภาครัฐเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของภาคเอกชน แต่บางกรณีควรมีการพูดคุยและเป็นฉันทมติให้รู้ว่า 10-20 ปีข้างหน้า รัฐบาลมีกรอบนโยบายจะไปด้วยกันอย่างไร เพื่อที่เอกชนจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะได้ทุ่มเททรัพยากรเงินทุนและความเสี่ยงไปในทิศทางไหน
“ตอนนี้เหมือนกับเห็นภาพใหญ่ แต่เดี๋ยวก็อยากได้จำนวนนักท่องเที่ยว เดี๋ยวอยากได้ดาต้าเซ็นเตอร์ อยากได้กรีน ภาพเยอะไปหมด” ดร.ศุภวุฒิกล่าวและว่า
กรณีรัฐบาลออกไปโรดโชว์ดึงการลงทุนต่างประเทศ (FDI) ทำให้มีการลงทุนเกิดขึ้น แต่เป็นการลงทุนตามแนวคิดของต่างชาติว่าต้องการใช้ไทยผลิตอะไรในซัพพลายเชนของเขา แปลว่านโยบายของเราคือทำตาม FDI
“เราไม่รู้ว่าเราจะกำหนดอนาคตตัวเองอย่างไร เพราะเราไม่ได้กำหนดอนาคตตัวเอง”
ดร.ศุภวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างที่บอกว่าประเทศไทยต้องมองหาเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะมาสร้างโอกาสให้คนไทยมีงานที่ดีทำอย่างทั่วถึง ถ้าไม่ตอบโจทย์ตรงนี้ก็ไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจไทย
กรณีการดึงลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” เข้ามาที่ประเทศไทย อย่างที่รู้กันว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ต้องใช้คน มีแต่ใช้พลังงานไฟฟ้า 24 ชั่วโมง และสร้างความร้อน ดังนั้น นอกจากการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล ยังใช้ทรัพยากรน้ำเยอะมาก แล้วประเทศไทยมีทรัพยากรพวกนี้ที่เสถียรแล้วหรือไม่
“พลังงานไฟฟ้าต้องเสถียร น้ำต้องเสถียร พื้นที่ต้องมีให้เขาติดตั้งระบบ ลงทุนมหาศาลแต่จ้างคนน้อยมาก ส่วนตัวมองว่าเราต้องมาทำให้เกิดฉันทมติของประเทศว่า อนาคตคนไทยจะหากินอย่างไร เพราะการเป็นฮับ ดาต้าเซ็นเตอร์ของโลก อาจจะไม่ใช่แนวทางที่สร้างโอกาสให้คนไทยมีงานที่ดีทำอย่างทั่วถึง ไม่ตอบโจทย์ตรงนี้ ก็ถือว่าไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจประเทศ เพราะผลต่อเศรษฐกิจไทยต่ำมาก”