เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
Tech เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
Finance ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
Real Estate อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
Columns จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
สามัญสำนึก รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
World ‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

ธปท.เปิดรายงานประชุม กนง. ห่วงสินเชื่อด้อยคุณภาพลามกลุ่มรายได้สูงขึ้น

04 ก.ย. 2567 | 12:41น.
ธปท.

ธปท.เปิดรายงานการประชุม กนง. เผยกรรมการ 1 ท่านเห็นควรปรับลดดอกเบี้ย เหตุเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ-ช่วยลดภาระหนี้รายได้น้อยและธุรกิจรายเล็ก-กังวลกลุ่มเปราะบางขยายฐานกว้างขึ้น พร้อมเกาะติดสินเชื่อด้อยคุณภาพกระจายจากกลุ่มรายได้น้อยไปยังกลุ่มรายได้ที่สูงขึ้น

วันที่ 4 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 4/2567 โดยระบุว่า คณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวตามที่ประเมินไว้ โดยเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจะขยายตัวสมดุลขึ้นจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและภาคต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในบางภาคส่วน โดยเฉพาะ 1.การบริโภคภาคเอกชนที่แรงส่งอาจชะลอกว่าที่ประเมินไว้จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น รายได้แรงงานมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าลง โดยเฉพาะลูกจ้างภาคการผลิตและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในกลุ่มครัวเรือนรายได้ปานกลางถึงต่ำที่ปรับลดลง รวมทั้งคุณภาพสินเชื่อของครัวเรือนบางกลุ่มที่ปรับด้อยลง และ 2.การส่งออกและภาคการผลิตในกลุ่มที่

ฟื้นตัวช้าและมีแนวโน้มถูกกดดันต่อ เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันที่ปรับลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนภาคเอกชนในระยะต่อไป และอาจมีนัยสำคัญต่อศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว

คณะกรรมการประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มทยอยกลับสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปลายปี 2567 และมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ใกล้เคียงขอบล่างของกรอบเป้าหมาย ส่วนหนึ่งจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น การส่งผ่านผลของอัตราแลกเปลี่ยนไปยังเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ และตลาดแรงงานที่มีความยืดหยุ่นจากการมีลูกจ้างอิสระและแรงงานต่างด้าวที่สามารถกลับเข้ามาเป็นลูกจ้างนอกภาคเกษตรได้ จึงทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจส่งผลต่อการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานจำกัด ประกอบกับการนำเข้าสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำไม่ได้สะท้อนภาวะเงินฝืด (Deflation) และมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มรายได้น้อยที่เผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่า

ครัวเรือนกลุ่มอื่นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากครัวเรือนกลุ่มรายได้น้อยมีสัดส่วนการบริโภคในหมวดอาหารที่สูงกว่า ประกอบกับการปรับราคาของสินค้าราคาถูกมักเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ราคาแพงกว่า

ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% มีส่วนช่วยยึดเหนี่ยวเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางได้ดี และมีความยืดหยุ่นเพียงพอในการรองรับความผันผวนจากปัจจัยด้านอุปทาน เช่น การปรับขึ้นของราคาพลังงานโลกในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไม่สูงค้างนานจากปัจจัยดังกล่าว

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของราคาที่มาจากปัจจัยด้านอุปทาน รวมถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ยืดหยุ่นจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลเสถียรภาพด้านราคาในระยะปานกลาง

คณะกรรมการตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาคเศรษฐกิจและภาคการเงิน (Macro-Financial Linkages) คุณภาพสินเชื่อครัวเรือนชะลอลง โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยและเช่าซื้อ อีกทั้งเห็นสัญญาณของการด้อยคุณภาพที่เริ่มกระจายจากครัวเรือนกลุ่มรายได้น้อยไปยังกลุ่มรายได้ที่สูงขึ้น

จึงเห็นควรให้ติดตามผลกระทบของคุณภาพสินเชื่อที่อาจส่งผลให้สถาบันการเงินเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อในภาพรวมเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมและการขยายตัวของสินเชื่อในภาพรวม รวมทั้งส่งผลต่อเนื่องไปยังกิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน และจะย้อนกลับมากระทบคุณภาพสินเชื่ออีกครั้ง โดยต้องเฝ้าระวังวงจรสะท้อนกลับเชิงลบระหว่างภาคเศรษฐกิจและภาคการเงินดังกล่าว (Adverse Feedback Loop)

โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่โน้มเข้าสู่ศักยภาพและการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน โดยพิจารณาว่า 1.เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ และ 2.หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง กระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ (Debt Deleveraging) ควรเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรรมการจะติดตามผลกระทบของคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลงต่อภาวะการเงินและเศรษฐกิจโดยรวมอย่างใกล้ชิด รวมถึงนัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป

ขณะที่กรรมการ 1 ท่านเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเห็นว่า 1.เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำลง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น 2.มีส่วนช่วยบรรเทาภาระลูกหนี้ได้บ้าง โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดในการปรับตัวจากปัญหาเชิงโครงสร้าง และ 3.มีความกังวลว่ากลุ่มที่มีความเปราะบางอาจขยายฐานกว้างขึ้น

การดำเนินนโยบายการเงิน คณะกรรมการมีมติ 6 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี โดย 1 เสียงเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี คณะกรรมการเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวตามที่ประเมินไว้จากการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศ

ขณะที่การส่งออกโดยรวมฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการส่งออกสินค้าบางกลุ่มยังถูกกดดันจากปัจจัยเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ทั้งนี้ เศรษฐกิจในแต่ละภาคส่วนยังฟื้นตัวแตกต่างกัน โดยรายได้แรงงานในภาคการผลิตและผู้ประกอบอาชีพอิสระมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่ากลุ่มอื่น

ด้านอัตราเงินเฟ้อ มีแนวโน้มปรับลดลงกว่าที่ประเมินไว้ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปลายปี 2567 ภาวะการเงินโดยรวมตึงตัวขึ้นบ้าง คณะกรรมการเห็นว่าควรติดตามผลกระทบของคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลงต่อต้นทุนการกู้ยืมและการขยายตัวของสินเชื่อในภาพรวม รวมถึงนัยต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

คณะกรรมการตระหนักถึงปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs จึงสนับสนุนมาตรการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ รวมทั้งยังสนับสนุนนโยบายของ ธปท.ที่ให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและมีส่วนช่วยให้กระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ (Debt Deleveraging) เกิดขึ้นต่อเนื่อง

ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และเอื้อต่อการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการจะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจและภาวะการเงินที่มีความเชื่อมโยงกัน โดยจะพิจารณานโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า