ต้องตั้งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
หลังราชกิจจานุเบกษาเล่ม 141 ตอนพิเศษ 240 ง ลงวันที่ 4 กันยายน 2567 ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการไปแล้วนั้น ก็ได้ปรากฏรายชื่อรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 6 คน
ประกอบด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยจะเห็นว่ากระทรวงทางด้านเศรษฐกิจมีทั้งรองนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเดียวกันและจากต่างพรรค
ด้านบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจก็มีความหลากหลายจากพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาบริหารประเทศตามนโยบายที่รัฐบาลจะได้แถลงต่อรัฐสภาต่อไป
ขณะเดียวกัน ทางด้านสภาหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็ได้เสนอให้มีการแต่งตั้ง “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” เพื่อเข้ามากำกับดูแลงานทางด้านเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจัดเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยหัวหน้าทีมเศรษฐกิจควรที่จะเป็นบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อประสานงานและตัดสินใจในนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งความเห็นในเรื่องหัวหน้าทีมเศรษฐกิจครั้งนี้แตกต่างไปจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ที่มีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นเสมือนหนึ่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแม้จะช่วยให้มีความรวดเร็วในการสั่งการ แต่ก็ยังติดขัดในเรื่องของการสั่งการข้ามกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจที่ต้องรอความเห็นจากรัฐมนตรีต่างพรรค
ยิ่งมารัฐบาลชุดใหม่ของ น.ส.แพทองธาร ที่มีทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจที่มีความหลากหลาย ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องตั้ง “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ที่จะประสานและขับเคลื่อนนโยบายมาตรการด้านเศรษฐกิจให้เป็นหนึ่งเดียว
โดยอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่จะมาจากรองนายกรัฐมนตรีจะไม่ได้มีแค่ “การกำกับดูแล” แต่ต้องมีอำนาจในการ “สั่งการ” ให้ทุกกระทรวงมีการปฏิบัติตามนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้