เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ดูทั้งหมด

บริหารคนแบงก์ยุคดิจิทัล

04 ส.ค. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์

โดย ดร.ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ [email protected]

 

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค จนส่งผลทำให้สถาบันการเงินต้องปรับตัวพัฒนาช่องทางให้บริการทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ ควบคู่กับการทยอยปรับลดจำนวนสาขาลง ขณะเดียวกันต้องเผชิญหน้ากับผู้เล่นที่หลากหลายขึ้น ในสนามแข่งขันที่เส้นแบ่งจางลง

บริษัทจากต่างประเทศ เช่น กูเกิล, แอปเปิล, ซัมซุง, อาลีบาบา, วีแชต ต่างพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับบริการชำระเงินในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งสะดวกกว่า รวดเร็วกว่า และถูกกว่า การซื้อขายโอนเงินสกุลต่าง ๆ สามารถทำได้โดยตรง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้ง (Crowdfunding) หรือ เพียร์ ทู เพียร์ (Peer to Peer) ทำให้โครงสร้างรายได้ของสถาบันการเงินที่เคยมาจากค่าธรรมเนียมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แม้ว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีทางการเงิน ยังเป็นแค่ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ ไม่ได้เชื่อมต่อครบวงจร จนสามารถแข่งขันได้เต็มรูปแบบ แต่สถาบันการเงินจำเป็นต้องเริ่มปรับกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะงานสนับสนุนธุรกิจจะต้องถูกตัดทอนลง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว เช่น การจ้างบริษัทที่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยีดูแลระบบการชำระเงิน ใช้ระบบบล็อกเชน (Blockchain) กับงานรับรองเอกสารต้นฉบับ เพื่อลดกระบวนการออกหนังสือค้ำประกันให้ลูกค้า รวมทั้งบริหารระบบคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

นิตยสารดิอิโคโนมิสต์ ได้ทำการสำรวจความเห็นของผู้บริหารในสถาบันการเงินต่าง ๆ พบว่า การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ การทำการตลาดรายบุคคล การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า รวมทั้งการเปลี่ยนรูปแบบการบริหารและวัฒนธรรมองค์กร จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ทั้งนี้ แนวทางที่ผู้บริหารสถาบันการเงินให้ความสำคัญและเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ ประกอบด้วย

1.แสวงหาหุ้นส่วนทางธุรกิจเพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้สร้างประสบการณ์ที่ทันสมัย สะดวก ประหยัด ปลอดภัย และสามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า

2.พัฒนาศักยภาพการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อศึกษาความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง

3.เพิ่มการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

4.ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลก

5.ปรับปรุงระบบงานและบรรยากาศการทำงานเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม

6.สรรหาพนักงานให้ตรงกับทักษะที่จำเป็น และพัฒนาศักยภาพพนักงานเดิมให้รองรับกับงานใหม่

สิ่งที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง คือ รูปแบบการทำงาน เนื่องจากบุคลากรบางส่วนเริ่มถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่บางส่วนต้องปรับหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ รวมทั้งการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัล ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่เริ่มเห็นชัดเจน คือ

1.งานจะหายไป เนื่องจากบุคลากรถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี

ปัจจุบันสถาบันการเงินได้นำระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง และโมบายแบงกิ้ง มาทำหน้าที่แทนพนักงาน ก้าวต่อไปคือการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์สร้างค็อกนิทีฟเซอร์วิส (Cognitive Services) ในรูปของแชตบอต (Chatbot) หรือหุ่นยนต์ที่ปรึกษา (Robo Advisor) ให้คำแนะนำบริหารพอร์ตการลงทุนส่วนบุคคล จัดการซื้อขายโดยอัตโนมัติ รวมทั้งใช้ระบบอัลกอริทึ่มปรับสมดุลของหลักทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนที่กำหนดไว้ บริการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1% ของอัตราผลตอบแทน ซึ่งถูกกว่าการใช้บริการนายหน้า ที่คิดค่าใช้จ่ายราว 2-3%

2.งานที่ต้องอาศัยทักษะและความรู้ควบคุม ใช้งานเทคโนโลยี

ในอนาคต รูปแบบการให้บริการของสถาบันการเงินไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการมีเคาน์เตอร์บริการ แต่จะปรับเปลี่ยนไปเป็นไดเร็กต์แบงกิ้ง มี “จุดให้บริการ” ตามที่ต่าง ๆ พนักงานต้องทำหน้าที่ Business Enhancer โดยปรับตนเองให้เรียนรู้ทักษะในการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล เช่น แท็บเลต เพื่อเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมให้ลูกค้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ ณ จุดบริการใดก็ได้

3.งานที่เกิดขึ้นใหม่ เนื่องจากการใช้เทคโนโลยี

สถาบันการเงินมีข้อมูลของลูกค้าจำนวนมาก ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเพื่อช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า ต้องอาศัยนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ซึ่งเป็นตัวอย่างของงานที่เกิดขึ้นใหม่ในยุคดิจิทัล ถือเป็นกลุ่ม Innovator ที่ทักษะเกิดจากการบูรณาการของหลายสาขาวิชา เช่น สถิติ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งความรู้เฉพาะทางอื่น ๆ เช่น เศรษฐศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์

4.งานที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี

สถาบันการเงินเริ่มแยกงานขาย ออกจากงานสนับสนุนในสำนักงาน เจ้าหน้าที่จะวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้า แยกอายุ เพศ อาชีพ ฐานะทางการเงิน และส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายออกไปพบลูกค้า เพื่อเสนอสิ่งที่ตรงกับความต้องการเป็นรายบุคคล แทนบริการแบบเดิมที่มักจะเสนอขายผลิตภัณฑ์ทั่วไป เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการ งานขายยังไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่นเดียวกับงานของผู้บริหารระดับสูงที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย

แต่มีแนวโน้มการจ้างงานชั่วคราว (Temporary) ในรูปแบบสัญญาจ้างในตำแหน่งระดับสูงมากขึ้น เรียกว่า Super Temp เช่น ตำแหน่ง Chief Marketing Officer Chief Technology Officer เป็นต้น

ในยุคดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วมาก จนบุคลากรส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ ดิจิทัลเนทีฟ (Digital Natives) ปรับตัวตามไม่ทัน สถาบันการเงินทุกแห่งขาดแคลนพนักงานที่มีทักษะด้านดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม บุคลากรเป็นสินทรัพย์สำคัญในการทำให้องค์กรก้าวเดินไปข้างหน้า การจ้างงานพนักงานใหม่ของสถาบันการเงินต้องเน้นทักษะดิจิทัลสำหรับการทำงานในยุค 4.0 ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรที่ยังอยู่ เพราะคนเหล่านี้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี สามารถมีบทบาทร่วมขับเคลื่อนองค์กรต่อไปได้ แต่ต้องพัฒนาทั้งทักษะและความเข้าใจในบริบทการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ