เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลจ่อถก 5 จังหวัดอีสานตอนบน​ ชงโครงการของบ ‘ครม.สัญจร​‘ อุดรธานี​
Politics รัฐบาลจ่อถก 5 จังหวัดอีสานตอนบน​ ชงโครงการของบ ‘ครม.สัญจร​‘ อุดรธานี​
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
Politics ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
Politics จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
ดูทั้งหมด

ศึกยานยนต์รอบใหม่ ไฮบริด VS อีวี

27 ก.ย. 2567 | 19:04น.
newCar
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ข้อมูลใหม่ทางด้านการตลาดของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกแสดงให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจอย่างยิ่งประการหนึ่ง นั่นคือ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของยอดขายยานยนต์ประเภท “ไฮบริด” ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่ง

รถไฮบริดที่ว่านี้ เรียกกันอย่างเป็นทางการในอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า “Plug-in Hybrid Electric Vehicles” ใช้ตัวย่อง่าย ๆ ในวงการว่า “พีเอชอีวี” (PHEV) เทคโนโลยีลูกผสม ที่ทำให้รถยนต์สามารถใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงก็ได้ หรือจะใช้ไฟฟ้าก็ได้

เมื่อปีที่แล้ว ยอดขายรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หรือ “รถอีวี” ทั่วโลกคิดสัดส่วนแล้วมากกว่ายอดขาย พีเอชอีวีถึงกว่า 2 เท่าตัว แต่จากสถิติยอดขายในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2024 นี้ พีเอชอีวีกลับทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้เกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ยอดขายรถอีวีแท้ ๆ กลับเพิ่มขึ้นเพียงแค่8% เท่านั้นเอง

นั่นหมายความว่า ช่องว่างของยอดขายของรถยนต์ทั้งสองประเภทขยับเข้ามาใกล้กันอย่างมากแล้ว แถมยังมีแนวโน้มชัดเจนว่า บรรดาลูกค้ายังคงนิยมเลือกใช้รถไฮบริดสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ความนิยมในรถอีวีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

และเป็นที่มาที่ทำให้ผู้ผลิตอย่าง “วอลโว่” ต้องกลับลำ ประกาศชัดเจนในเดือนนี้ว่า จะไม่ดำเนินการตามที่ประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า รถที่บริษัทผลิตออกมาจะเป็นอีวีทั้งหมดภายในปี 2030

แต่หันมากำหนดทิศทางใหม่ว่า เมื่อสิ้นทศวรรษนี้ 90% ของรถที่วอลโว่ ผลิตออกมาทั้งหมดจะเป็นทั้งอีวี และพีเอชอีวี

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม “ฟอร์ด”ยักษ์ใหญ่ในโลกรถยนต์โลกอีกรายก็ประกาศยกเลิกแผนรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ที่เป็นอีวี แล้วหันมาเลือกเทคโนโลยี พีเอชอีวี แทน

ส่วนฮุนไดขยับเพิ่มรถพีเอชอีวี ของตนจาก 7 รุ่นเป็น 14 รุ่น เช่นเดียวกับโฟล์คสวาเกน ที่เตรียมเพิ่มรุ่นรถพีเอชอีวีขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะที่ประกาศทบทวนแผนผลิตอีวีของตนเองออกมาเหมือนกัน

ทำไมจู่ ๆ ผู้บริโภคถึงหันมาเลือกใช้รถไฮบริดกัน แทนที่จะเลือกเป็นรถอีวีแท้ๆ

เหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ค่อนข้างเป็นส่วนสำคัญเพราะสอดคล้องกับสภาวะในปัจจุบันก็คือ เป็นเพราะรถพีเอชอีวี ราคาถูกกว่ารถอีวี แถมยังแพงกว่ารถใช้น้ำมันแต่เดิมเพียงไม่กี่มากน้อยเท่านั้น

รถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเต็มตัวในการขับเคลื่อนนั้น จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ มีความจุสูง เพื่อให้ได้ระยะทางไกล ๆ ที่เป็นที่ต้องการกัน

ตรงกันข้าม พีเอชอีวีกลับใช้แบตเตอรี่ขนาดย่อม โดยปกติมักมีขนาดเพียง 20 เค/ดับเบิลยู วิ่งได้ระยะทางเพียงแค่ประมาณ 40-50 กิโลเมตร เมื่อแบตหมด ก็จะสวิตช์มาใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแทน

เจ้าของรถไฮบริดจึงจ่ายค่าแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ในเวลาเดียวกันก็ขับได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกระวนกระวายว่าพลังงานในแบตเตอรี่จะหมดลงเมื่อใด เพราะสามารถใช้น้ำมันทดแทนได้ และใช้การขับขี่ด้วยน้ำมันชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วยในตัว

พีเอชอีวีจึงไม่เพียงราคาถูกกว่า อีวีเอามาก ๆ แต่ในเวลาเดียวกันก็สิ้นเปลืองพลังงานน้ำมันน้อยลงกว่ารถใช้น้ำมันอย่างเดียวพร้อมกันไปด้วย

ในแง่ของผู้ผลิต พีเอชอีวีน่าสนใจมากกว่าอีวี เพราะต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ทำให้ขายได้กำไรแบบเดียวกับที่เคยผลิตรถน้ำมันขาย ต่างกับอีวี ที่ทุกวันนี้หลายต่อหลายบริษัทยังขายอยู่ในราคาขาดทุน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงยานยนต์เชื่อว่า พีเอชอีวีเป็นเพียงแค่ “แฟชั่น” ชั่วคราว สุดท้ายในโลกของยานยนต์ก็จะลงเอยอยู่ในรูปของยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี เต็มตัวกันอยู่ดี

เหตุผลหนึ่งก็คือว่า จนถึงขณะนี้ ตลาดรถยนต์สำคัญ ๆ ยังคงมุ่งหน้าไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันเป็นสำคัญ

ในสหรัฐอเมริกา ข้อบังคับซึ่งเริ่มใช้กันในแคลิฟอร์เนีย แต่ในขณะนี้บังคับใช้แพร่หลายกันในอีกอย่างน้อย 16 รัฐ ระบุไว้ชัดเจนว่า ภายในปี 2035 รถใหม่ที่จะขายกันสามารถเป็นรถพีเอชอีวีได้ไม่เกิน 20% ส่วนที่เหลือต้องเป็นอีวีเท่านั้น

ในสหภาพยุโรป มีบทบัญญัติชัดเจนว่า รถที่ใช้น้ำมัน รวมทั้ง พีเอชอีวี จะถูกห้ามขายภายในปี 2035 ที่จะถึงนี้

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ราคาแบตเตอรี่ สำหรับใช้กับรถยนต์อีวี เริ่มมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ และจะยิ่งลดลงมากขึ้นไปอีก เมื่อมีการขยายการผลิตเพิ่มมากขึ้น หรือมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตให้ดีขึ้น

เบิร์นสตีน บริษัทวิจัยด้านการตลาดรถยนต์ทำนายว่า ยอดขายพีเอชอีวีจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปได้อย่างมากที่สุดก็แค่ภายในปี 2030

หลังจากนั้น โลกของยานยนต์จะเป็นโลกของรถอีวีไปในที่สุด