เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

Turning Point แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไทย เดิมพันฝ่ากับดักประชามติ 2 ชั้น

03 ต.ค. 2567 | 14:23น.
แก้รัฐธรรมนูญ
คอลัมน์ : Politics policy people forum

นโยบายแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับของพรรคเพื่อไทย เดินมาถึง “จุดเปลี่ยน” สำคัญ

เมื่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งอยู่ในชั้นการพิจารณาของ สว. ได้ปรับแก้เกณฑ์การผ่านประชามติ ให้กลับไปใช้ระบบ Double Majority หรือชนะเสียงข้างมาก 2 ชั้น

ชนะชั้นแรก คือ ประชาชนที่มา “หย่อนบัตร” ออกเสียงประชามติ จะต้องมีจำนวนมากกว่า “ผู้มีสิทธิออกเสียง”

ชนะชั้นที่ 2 คือ ในประเด็นที่ออกเสียงประชามติ จะต้องได้เสียง “เห็นชอบ” เกินกึ่งหนึ่ง

ด้วยเสียงเห็นชอบ 164 ต่อ 21 ให้กลับไปใช้ Double Majority และเห็นชอบกับร่างแก้ไขกฎหมายประชามติ ทั้งฉบับ 167 เสียง เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติม ไม่เห็นด้วย 19 เสียง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ฝ่าย สส.พยายามแก้กฎหมายประชามติ 2564 ที่จากเดิมใช้ระบบเสียงข้างมาก 2 ชั้น มาเป็นใช้ระบบเสียงข้างมากชั้นเดียว

กล่าวคือ ประเด็นที่ออกเสียงประชามติ จะต้องได้เสียง “เห็นชอบ” เกินกึ่งหนึ่ง เพราะเกรงว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ที่เริ่มตั้งไข่มาตั้งแต่ยุครัฐบาลเศรษฐา จะล้มไม่เป็นท่า เพราะติดเรื่องเดดล็อกประชามติ หากใช้ระบบเสียงข้างมาก 2 ชั้น

และจะกระทบต่อการออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 ที่ถามว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ให้มีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่แก้ไข หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์”

ความพยายามของเพื่อไทย

ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 ในคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกในรัฐบาลเศรษฐา ยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจแก้รัฐธรรมนูญ

ไม่ได้อธิบายแทนพรรคเพื่อไทย แต่พูดในฐานะคนหนึ่งที่อยู่ในนั้น แต่ความตั้งใจมีเต็มร้อย แต่พอเรากับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 เราก็ไม่อยากทำประชามติ 3 รอบ เพราะไม่มีใครอยากทำประชามติ 3 รอบ รอบละ 3,000 ล้านบาท

ที่ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะประธานรัฐสภา ยื่นคำร้องของสมาชิกรัฐสภา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะประชามติกี่ครั้ง ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รับคำร้อง และระบุเป็นนัยว่าศาลวินิจฉัยชัดเจนไปแล้ว

ซึ่งก่อนที่เราเดินสายในกรรมการชุดนี้เดินสายรับฟังความเห็นถามผู้รู้ทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็คือยืนยันว่าต้องทำ 3 รอบ ทีนี้พอทำ 3 รอบ คณะกรรมการก็มาเริ่มกังวลใจว่าแล้วทำรอบแรกมันจะผ่านไหม ก็มาดูที่ พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งมีเกณฑ์ขั้นต่ำ 2 เกณฑ์ ดังนั้นมันก็เลยช้าลงไปอีก

“ถามว่าพยายามมากไหม พยายามมาก เพราะมีอุปสรรคเยอะ แต่ถามว่าทำให้เร็วกว่านี้ได้ไหม ทำได้ แต่ผ่านมาปีหนึ่ง ตอนนี้คงได้แค่นี้ เพราะส่วนหนึ่งต้องโทษตัวรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยว่า คนร่างเขาไม่ให้แก้ ห้ามแก้ แต่พรรคเพื่อไทยต้องพยายามสื่อสารตรงนี้กับสังคม เพราะแม้พรรคประชาชนขึ้นมาก็ต้องเจอด่านหินตรงนี้”

จึงต้องมีการแก้ไขกฎหมายประชามติ ทว่า… สุดท้ายเมื่อร่างกฎหมายประชามติฉบับที่ปลดล็อกเสียงข้างมาก 2 ชั้น ไปอยู่ในมือของ สว. ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เป็น สว.สายสีน้ำเงิน มีการพลิกเกมในนาทีสุดท้าย

รัฐบาลไม่ทันตั้งตัว

แหล่งข่าวในห้องประชุม สว. ฝั่งตัวแทนฟากรัฐบาล ยอมรับว่า รัฐบาลจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ จึงไม่เห็นสัญญาณจาก สว.ว่าจะ “พลิกเกม” เช่นนี้ เพราะส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายของฝั่งสภาผู้แทนราษฎรมาตลอด และมาตราเรื่องเกณฑ์การทำประชามติได้พิจารณาผ่านไปแล้ว กระทั่งมาเปลี่ยนในการประชุมนัดสุดท้าย ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 5

“มองได้ 2 อย่าง กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน อาจมองว่าการออกเสียงประชามติน่าจะเป็นอะไรที่มากกว่า แต่อีกอันหนึ่งเขารู้อยู่ว่าถ้าย้อนกลับไปใช้ระบบเสียงข้างมาก 2 ชั้น ฝ่าย สส.ยืนยันไปก็ทำได้แค่ประวิงเวลา เพื่อไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญเสร็จในรัฐบาลชุดนี้”

ส่อแขวน 180 วัน

ขั้นตอนต่อไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 137 (3) ระบุดังนี้

ขั้น 1 ถ้า สว.มีการแก้ไขร่างกฎหมายเพิ่มเติมจาก สส. ให้ส่งร่างกฎหมายนั้นกลับมาเพื่อให้ที่ประชุม สส.เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว

ขั้น 2 ถ้าที่ประชุมสภา สส.ไม่เห็นชอบ จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพื่อมาร่วมพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

ขั้น 3 เสนอให้ที่ประชุมทั้ง 2 สภา ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบให้ยับยั้งไว้ก่อน 180 วัน

ขั้น 4 หากพ้น 180 วัน สส.ยืนยันตามร่างกฎหมายฉบับเดิมที่ผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมสภา สส.ก็ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วม 2 สภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 138

เพื่อไทยเดินหน้า

“ชูศักดิ์ ศิรินิล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนี้ต้องมาพิจารณากันดู และอาจมีคณะกรรมาธิการร่วม ถ้าเป็นแบบนี้กฎหมายประชามติจะช้าออกไปและกระทบไทม์ไลน์แก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน จากที่ในเดือน ก.พ. 2568 จะต้องทำประชามติ พร้อมกับการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ถ้าไม่ทันแสดงว่ากฎหมายนั้นต้องแยกไปพิจารณา ทางออกที่ดีที่สุดขณะนี้คือ ตัวแทนพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ควรหารือร่วมกันว่าท้ายสุดจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้มีข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยให้เขียนว่าสามารถที่จะเสนอญัตติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ถ้าผ่านสภาก็สามารถทำประชามติได้ทันที ขณะเดียวกันมีความเห็นจากนักวิชาการว่า สามารถทำประชามติ 2 ครั้งได้ ไม่ต้อง 3 ครั้ง ทางออกขณะนี้คือให้หัวหน้าพรรคคุยกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นนโยบายรัฐบาลควรเดินอย่างไร ในเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้

ส่วนจะทำประชามติ 2 ครั้ง ถือเป็นการข้ามขั้นตอนหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้รัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้า และหากจะเดินหน้าจะเดินอย่างไรและมีทางเลือกอย่างไร

หากย้อนไทม์ไลน์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นต้นมา มีการแก้ไขทั้งหมด 6 ครั้ง 26 ฉบับ ถูกตีตกทั้งหมด 25 ฉบับ ในจำนวนนี้เป็นกฎหมายที่ “นักเลือกตั้งเสนอ” 23 ฉบับ และฉบับที่ประชาชนเสนอ 2 ฉบับ

ผ่านเพียง 1 ฉบับ เรื่องเกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง ที่นักเลือกตั้งเสนอ นำมาสู่การเลือกตั้งระบบ 2 ใบ ที่ใช้ในการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ที่เหลือถูกตีตก

เป็นความพยายามครั้งที่ 7 แต่ส่อแววว่าไม่อาจสำเร็จในรัฐบาลเพื่อไทย