อ.แม่ใจ จ.พะเยา น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในบทบาทของกระทรวงมหาดไทย มาปรับใช้ ปลูกป่าในใจคน พลิกพื้นดินที่ไม่มีคุณค่าสู่แผ่นดินเขียวขจียั่งยืน ในงาน SX2024
วันที่ 2 ตุลาคม 2567 นายพีรัช จันธิมา นายอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา บอกเล่าถึงอำเภอแม่ใจว่า อำเภอแม่ใจเป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ได้มีการดำเนินงานตามศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในบทบาทของกระทรวงมหาดไทย
หลัก ๆ มี 4 หลักการร่วม ได้แก่ ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ ได้รับประโยชน์แบบวิน-วิน ไปด้วยกันตามลำดับความสำคัญ
อ.แม่ใจ ดำเนินงาน 7 หลัก 7 ภาคี
- รวมทีมคนที่คิดเหมือนกัน เดินทางไปด้วยกัน
- วางแผนภูมิสังคม เช่น เรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องการทำเกษตร
- ผู้นำต้องทำก่อน ก่อนจะไปบอกให้ผู้อื่นทำ
- การมีส่วนร่วม การจัดทำอะไรซักอย่างต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้ง บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ ร่วมพลิกพื้นดินที่ไม่มีคุณค่าสู่แผ่นดินเขียวขจี
- ต้องมีแพสชั่น ตามสโลแกน “รักแม่ใจ สร้างแม่ใจ ไปด้วยกัน แล้วจึงเกิดความยั่งยืน”
- ดำเนินการตาม 3 ระดับ 5 กลไก 7 ภาคี และต้องมี
- การติดตามประเมินผล ข้อสรุปถึงการเดินทางของแม่ใจคือการ “ลงมือทำคือคำตอบ”
“หมู่บ้านแม่ใจ 66 หมู่บ้าน 3 ชนเผ่า ยั่งยืน รู้รักสามัคคี น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเศรษฐกิจพอเพียง ความอุดมสมบูรณ์ทางอาหาร เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หมู่บ้านชนเผ่าที่ไกลที่สุดก็ดำเนินการไปด้วยกัน เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการมีรอยยิ้มที่เกิดจากพี่น้องประชาชน มีความสุขแบบบ้าน ๆ แบบแม่ใจของเรา” พีรัชกล่าว

นายนรินทร์ กวางทอง โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดพะเยา บอกเล่าถึงการดำเนินโครงการศาสตร์พระราชาว่า พื้นที่กว๊านพะเยาเป็นพื้นที่ชีวิต ที่ได้มีการน้อมนำศาสตร์พระราชามาออกแบบ สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียง ปรับใช้ให้มีความมั่นคงทางอาหาร กินดีอยู่ดี
เริ่มดำเนินโครงการในพื้นที่คลองแม่สุข เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำ หน้าแล้งแห้งแล้งจัด หน้าฝนน้ำเยอะจัด จึงได้ดำเนินการทำโครงและฝ่าย สามารถช่วยชะลอน้ำได้ ป้องกันน้ำท่วมได้ สามารถสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับเกษตรกร ที่จะมุ่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป
อีกหนึ่งโครงการที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ โครงการอารยเกษตร ซึ่งเป็น 1 ใน 6 โครงการนำร่องของพะเยา ในพื้นที่หนองเล็งทราย แหล่งแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของแม่ทราย เป็นแหล่งอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ
สำหรับโครงการนี้ได้ทำบนพื้นที่ปางควาย 380 ไร่ ที่เป็นพื้นที่มาจากการขุดลอก เป็นดินเปรี้ยว ไม่เหมาะกับการทำการเกษตรเลย จึงเป็นพื้นที่ที่เป็นความท้าทายของทางอำเภอและจังหวัด
ซึ่งปัญหาหลัก ๆ ที่พบคือ ปัญหาดินเปรี้ยว และการทำปศุสัตว์ที่เลี้ยงควายมากกว่าพันตัว ซึ่งจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมูลสัตว์ ซึ่งหากปนเปื้อนลงแหล่งน้ำก็จะมีปัญหาทางด้านอุปโภคและบริโภค

กว๊านพะเยา น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ ด้วยการทำระบบบำบัดน้ำเสียธรรมชาติ ด้วยการปลูกหญ้าเนเปียร์และแพงโกล่า 21 ไร่ บนพื้นพื้นที่ที่ไม่ใช่ดินเปรี้ยว เนื่องจากเป็นแหล่งอาหาร
มีทำการเพาะพันธ์ปลา ทำอนุบาลปลา โดยที่ผ่านมาได้มีการปล่อยปลาแล้วกว่า 5 ล้านตัว มีการปลูกผักรอบบ่อบำบัด พร้อมช่วยคืนพื้นที่ป่า ด้วยการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างกว่า 10 ไร่ เป็นต้น
“ปัจจุบันโครงการอยู่ระยะที่ 1 เป็นการดำเนินตามพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 “จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที” ตั้งแต่บนฟ้า ยอดเขา ที่ราบ สู่ทะเล ซึ่งขั้นตอนที่เหลืออยู่ในการดำเนินการต่อไป” นรินทร์ กล่าวปิดท้าย
“เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน” ที่จะมาร่วมกันเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมมากมาย พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิด และไอเดียสุดเจ๋งด้านความยั่งยืนกับวิทยากรชื่อดัง ศิลปิน และเหล่าไอดอลจากทุกแวดวง ตื่นเต้นไปกับสุดยอดนวัตกรรมกอบกู้โลกให้คุณได้เรียนรู้ และพร้อมปรับตัว เพื่อความอยู่รอดในวิถีชีวิตประจำวันยุคโลกเดือดได้อย่างมีความสมดุล
Sustainability Expo (SX2024) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial เตรียมพบกับมุมมองดี ๆ และต้นแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนร่วมกิจกรรมมากมายเพื่อโลก ด้วยกันที่ Sustainability Expo 2024 : Good Balance, Better World