Skip to content

กรณีศึกษาศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

02 ต.ค. 2567 | 13:39น.
กรณีศึกษาศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

อ.แม่ใจ จ.พะเยา น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในบทบาทของกระทรวงมหาดไทย มาปรับใช้ ปลูกป่าในใจคน พลิกพื้นดินที่ไม่มีคุณค่าสู่แผ่นดินเขียวขจียั่งยืน ในงาน SX2024

วันที่ 2 ตุลาคม 2567 นายพีรัช จันธิมา นายอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา บอกเล่าถึงอำเภอแม่ใจว่า อำเภอแม่ใจเป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ได้มีการดำเนินงานตามศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในบทบาทของกระทรวงมหาดไทย

หลัก ๆ มี 4 หลักการร่วม ได้แก่ ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ ได้รับประโยชน์แบบวิน-วิน ไปด้วยกันตามลำดับความสำคัญ

อ.แม่ใจ ดำเนินงาน 7 หลัก 7 ภาคี

  1. รวมทีมคนที่คิดเหมือนกัน เดินทางไปด้วยกัน
  2. วางแผนภูมิสังคม เช่น เรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องการทำเกษตร
  3. ผู้นำต้องทำก่อน ก่อนจะไปบอกให้ผู้อื่นทำ
  4. การมีส่วนร่วม การจัดทำอะไรซักอย่างต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้ง บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ ร่วมพลิกพื้นดินที่ไม่มีคุณค่าสู่แผ่นดินเขียวขจี
  5. ต้องมีแพสชั่น ตามสโลแกน “รักแม่ใจ สร้างแม่ใจ ไปด้วยกัน แล้วจึงเกิดความยั่งยืน”
  6. ดำเนินการตาม 3 ระดับ 5 กลไก 7 ภาคี และต้องมี
  7. การติดตามประเมินผล ข้อสรุปถึงการเดินทางของแม่ใจคือการ “ลงมือทำคือคำตอบ”

“หมู่บ้านแม่ใจ 66 หมู่บ้าน 3 ชนเผ่า ยั่งยืน รู้รักสามัคคี น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเศรษฐกิจพอเพียง ความอุดมสมบูรณ์ทางอาหาร เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หมู่บ้านชนเผ่าที่ไกลที่สุดก็ดำเนินการไปด้วยกัน เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการมีรอยยิ้มที่เกิดจากพี่น้องประชาชน มีความสุขแบบบ้าน ๆ แบบแม่ใจของเรา” พีรัชกล่าว

นายนรินทร์ กวางทอง โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดพะเยา บอกเล่าถึงการดำเนินโครงการศาสตร์พระราชาว่า พื้นที่กว๊านพะเยาเป็นพื้นที่ชีวิต ที่ได้มีการน้อมนำศาสตร์พระราชามาออกแบบ สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียง ปรับใช้ให้มีความมั่นคงทางอาหาร กินดีอยู่ดี

เริ่มดำเนินโครงการในพื้นที่คลองแม่สุข เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำ หน้าแล้งแห้งแล้งจัด หน้าฝนน้ำเยอะจัด จึงได้ดำเนินการทำโครงและฝ่าย สามารถช่วยชะลอน้ำได้ ป้องกันน้ำท่วมได้ สามารถสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับเกษตรกร ที่จะมุ่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป

อีกหนึ่งโครงการที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ โครงการอารยเกษตร ซึ่งเป็น 1 ใน 6 โครงการนำร่องของพะเยา ในพื้นที่หนองเล็งทราย แหล่งแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของแม่ทราย เป็นแหล่งอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ

สำหรับโครงการนี้ได้ทำบนพื้นที่ปางควาย 380 ไร่ ที่เป็นพื้นที่มาจากการขุดลอก เป็นดินเปรี้ยว ไม่เหมาะกับการทำการเกษตรเลย จึงเป็นพื้นที่ที่เป็นความท้าทายของทางอำเภอและจังหวัด

ซึ่งปัญหาหลัก ๆ ที่พบคือ ปัญหาดินเปรี้ยว และการทำปศุสัตว์ที่เลี้ยงควายมากกว่าพันตัว ซึ่งจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมูลสัตว์ ซึ่งหากปนเปื้อนลงแหล่งน้ำก็จะมีปัญหาทางด้านอุปโภคและบริโภค

กว๊านพะเยา น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ ด้วยการทำระบบบำบัดน้ำเสียธรรมชาติ ด้วยการปลูกหญ้าเนเปียร์และแพงโกล่า 21 ไร่ บนพื้นพื้นที่ที่ไม่ใช่ดินเปรี้ยว เนื่องจากเป็นแหล่งอาหาร

มีทำการเพาะพันธ์ปลา ทำอนุบาลปลา โดยที่ผ่านมาได้มีการปล่อยปลาแล้วกว่า 5 ล้านตัว มีการปลูกผักรอบบ่อบำบัด พร้อมช่วยคืนพื้นที่ป่า ด้วยการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างกว่า 10 ไร่ เป็นต้น

“ปัจจุบันโครงการอยู่ระยะที่ 1 เป็นการดำเนินตามพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 “จากนภา ผ่านภูผา สู่มหานที” ตั้งแต่บนฟ้า ยอดเขา ที่ราบ สู่ทะเล ซึ่งขั้นตอนที่เหลืออยู่ในการดำเนินการต่อไป” นรินทร์ กล่าวปิดท้าย

“เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน” ที่จะมาร่วมกันเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมมากมาย พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิด และไอเดียสุดเจ๋งด้านความยั่งยืนกับวิทยากรชื่อดัง ศิลปิน และเหล่าไอดอลจากทุกแวดวง ตื่นเต้นไปกับสุดยอดนวัตกรรมกอบกู้โลกให้คุณได้เรียนรู้ และพร้อมปรับตัว เพื่อความอยู่รอดในวิถีชีวิตประจำวันยุคโลกเดือดได้อย่างมีความสมดุล

Sustainability Expo (SX2024) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial เตรียมพบกับมุมมองดี ๆ และต้นแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนร่วมกิจกรรมมากมายเพื่อโลก ด้วยกันที่ Sustainability Expo 2024 : Good Balance, Better World

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SustainabilityExpo SX2024 พะเยา