เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บาทพลิกอ่อนค่า ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ

02 ต.ค. 2567 | 18:34น.

บาทพลิกอ่อนค่า ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ

วันที่ 2 ตุลาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/10) ที่ระดับ 32.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (1/10) ที่ระดับ 32.52/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยการเคลื่อนไหวของสกุลเงินบาทผันผวนจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น 329,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 8.04 ล้านตำแหน่งในเดือน ส.ค. จากระดับ 7.71 ล้านตำแหน่งในเดือน ก.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.64 ล้านตำแหน่

ในขณะที่ เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.3 ในเดือน ก.ย. จากระดับ 47.9 ในเดือน ส.ค. โดยดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตอยู่ในภาวะหดตัว และเป็นการหดตัวติดต่อกันเดือนที่ 3

อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักปรับตัวแข็งค่าจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล การที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 63% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50%-4.75% ในการประชุมเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 42% จากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.5%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (2/10) ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดผลกระทบทางด้านต้นทุนที่เกิดขึ้นต่อภาคธุรกิจ

โดยปัจจุบันตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากลดลงอย่างน้อย 0.25% ภายในปีนี้ ซึ่งจะมีการประชุม กนง.อีก 2 ครั้ง ภายในปีนี้ (16/10 และ 18/12) และอีกประมาณ 0.25%-0.5% อีกภายในปีหน้า และยังเสนอพิจารณาทบทวนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ ธปท.กำลังอยู่ในช่วงการหารือร่วมกับกระทรวงการคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับบริบทศักยภาพและโครงสร้างของเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันและอนาคต

ในขณะที่ นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือน ส.ค. 2567 มีมูลค่าการค้ารวม 154,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน โดยแบ่งเป็นการส่งออก 88,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% และการนำเข้า 66,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าประมาณ 21,119 ล้านบาท

และยังได้ให้ความเห็นว่า ความต้องการสินค้าจากไทยของประเทศเพื่อนบ้าน ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องผ่านชายแดนเพิ่มขึ้น โดยวันนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดพันธบัตรไทย 3,435 ล้านบาท ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.48-32.77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.74/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/10) ที่ระดับ 1.1067/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (1/10) ที่ระดับ 1.1066/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (1/10) มีการเปิดเผยเงินเฟ้อของยูโรโซน

โดยดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน (CPI) เมื่อเทียบรายปีอยู่ที่ระดับ 1.8% สอดคล้องกับที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.8% ซึ่งลดลงต่ำกว่าเป้าหมาย 2.2% ของ ECB เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งการลดลงส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างมาก และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานยูโรโซน (Core CPI) เมื่อเทียบรายปีอยู่ที่ระดับ 2.7% ซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมายของ ECB แต่เป็นสัญญาณการผ่อนคลายแรงกดดันเงินเฟ้อในเศรษฐกิจยูโรโซน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโร เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1055-1.1082 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1066/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/10) ที่ระดับ 143.71/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (1/10) ที่ระดับ 143.56/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (2/10) นายคาสุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากตลาดที่ไม่มีเสถียรภาพ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกในขณะนี้

และได้ย้ำมุมมองว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะมีการฟื้นตัวปานกลางต่อไปและจะช่วยทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานบรรลุเป้าหมาย 2% ของบีโอเจในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งสามารถตีความได้ว่า บีโอเจให้ความสนใจไปที่การหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง

ทั้งนี้ บีโอเจไม่ได้กล่าวถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อเคลื่อนตัวตามคาดการณ์ แต่กล่าวว่าจะเฝ้าระวังความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจญี่ปุ่นและสหรัฐเป็นพิเศษ หลังการให้ความเห็นดังกล่าว นายชิเกรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีจึงเรียกร้องให้บีโอเจคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เพื่อให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นพ้นจากภาวะหยุดชะงัก ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 143.43-144.40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.26/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือน ก.ย. (2/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (3/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ ขั้นสุดท้ายเดือน ก.ย. (3/10), ดัชนีภาคการบริการ เดือน ก.ย. (3/10) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. (4/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.0/-6.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.8/-4.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ