Skip to content

“สมาร์ทโฮม” ก้าวข้ามตลาดแมส คว้า 2 แบรนด์ใหม่ลุ้นยอดขาย 1.4 พันล้าน

12 ต.ค. 2567 | 06:43น.
“สมาร์ทโฮม” ก้าวข้ามตลาดแมส คว้า 2 แบรนด์ใหม่ลุ้นยอดขาย 1.4 พันล้าน

สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป กางแผนโตก้าวกระโดดรอบ 11 ปี แตกไลน์ธุรกิจใหม่สลัดคราบแบรนด์ตลาดแมส คว้าสิทธิจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหรูเกาหลี-จีนเสริมพอร์ต พร้อมยกทัพสินค้าใหม่-ตุนออร์เดอร์เพิ่ม 20% หวังรับดีมานด์จับจ่ายโค้งท้าย ลุ้นยอดขายปี’67 แตะ 1,400 ล้านบาท

นายธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์สมาร์ทโฮม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วงไตรมาส 4 ของปี 2567 นี้ มีโอกาสดีดกลับมาคึกคักจากปัจจัยบวกอย่าง บรรยากาศเทศกาลส่งท้ายปี และการเปิดกว้างให้จัดงานรื่นเริงได้เต็มที่ ซึ่งจะกระตุ้นให้ผู้บริโภคระดับกลางซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กเป็นของขวัญ-ของจับสลาก รวมถึงอาจมีอานิสงส์ทางอ้อมจากเม็ดเงินดิจิทัล 10,000 บาทระลอกแรกอีกด้วย นอกจากนี้ ตรุษจีนปี 2568 ยังตรงกับวันที่ 29 มกราคม จึงน่าจะกระตุ้นการจับจ่ายได้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายที่ต้องจับตาทั้งการจับจ่ายของผู้บริโภคระดับฐานรากซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อจนทำให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าซบเซาลงตั้งแต่ช่วงกลางปี และยังมีความผันผวนของค่าเงินบาท และต้นทุนค่าขนส่งทางเรือซึ่งผันผวนสูงตลอดช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ค่าขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้นอีก 30% แม้ไม่สูงเท่าช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ส่งผลทั้งต่อภาพรวมเศรษฐกิจและต้นทุนของผู้ประกอบการแต่ละราย

ดึง 2 แบรนด์ใหม่เสริมพอร์ต

สำหรับบริษัทจะรับมือความท้าทายของตลาดในช่วงโค้งท้ายปี 2567 นี้ ไปจนถึงต้นปีหน้า ด้วยการมุ่งชิงดีมานด์การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอุปกรณ์ทำอาหารรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคนิยมซื้อเป็นของขวัญช่วงโค้งท้ายมาสร้างการเติบโต ด้วยการพาเหรดสินค้าใหม่ที่พัฒนามาให้ตอบโจทย์การซื้อเป็นของขวัญเข้าสู่ตลาดกว่า 20 SKU ในช่วง 3 เดือนท้าย

พร้อมกับขยับขยายธุรกิจเข้าไปชิงเม็ดเงินจากเซ็กเมนต์เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กระดับกลาง-บน และตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านชิ้นใหญ่ เช่น แอร์ติดผนัง ตู้เย็น ตู้แช่ และเครื่องซักผ้า ซึ่งเป็นช่องว่างของบริษัท เนื่องจากเดิมที่โฟกัสกลุ่มแมส-กลาง ด้วยไลน์อัพเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวมาอย่างยาวนานกว่า 11 ปี

นอกจากนี้ยังเริ่มสำรองสินค้าล่วงหน้าเพิ่มอีกประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงท้ายปี 2566 เพื่อรองรับดีมานด์ตั้งแต่ช่วงท้ายปี 2567 ยาวไปจนถึงตรุษจีนวันที่ 29 มกราคม 2568 โดยวางเป้าหมายรายได้ปี 2567 ไว้ที่ 1,100 ล้านบาท

โดยขณะนี้บริษัทคว้าสิทธิดิสทริบิวเตอร์ของเครื่องใช้ไฟฟ้า 2 แบรนด์มาอยู่ในมือ คือ คุกคู (Cuckoo) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมสัญชาติเกาหลีใต้ ที่เด่นด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กอย่าง หม้อหุงข้าว, หม้ออัดแรงดันไฟฟ้า (Pressure Cooker) และชิคิว (ChiQ) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับกลางสัญชาติจีน ซึ่งมีไลน์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหลากหลาย ทั้งแอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ ฯลฯ มีจุดเด่นด้านราคาจับต้องได้

ทั้งนี้ สำหรับแบรนด์คุกคู บริษัทจะรับผิดชอบทั้งการทำตลาดและบริการหลังการขาย โดยบริษัทแม่จากเกาหลีได้ส่งทีมช่างเข้ามาฝึกอบรม และแลกเปลี่ยนโนว์ฮาวแล้ว ส่วนแบรนด์ชิคิว บริษัทดูแลเฉพาะการขาย ส่วนบริการหลังการขายจะรับผิดชอบโดยทีมงานของชิคิว เบื้องต้นบริษัทเซ็นสัญญาเป็นดิสทริบิวเตอร์ชิคิวนาน 3 ปี และจะเข้าทำหน้าที่แทนดิสทริบิวเตอร์รายเดิม

แนวคิดเบื้องหลังการตัดสินใจเปิดธุรกิจดิสทริบิวเตอร์นี้ นอกสร้างรายได้แล้ว ยังเป็นโอกาสเรียนรู้โนว์ฮาวหลายด้าน ทั้งการทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับบน และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ แล้วยังได้เข้าถึงโนว์ฮาวด้านออกแบบและซ่อมบำรุงสินค้าเหล่านี้ เพื่อนำมาต่อยอดอัพเกรดการพัฒนาสินค้า และการทำตลาดของแบรนด์สมาร์ทโฮมด้วย

สำหรับแนวทางการทำตลาดแบรนด์ใหม่ทั้ง 2 แบรนด์ในช่วงแรก จะโฟกัสสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้า ด้วยการเชื่อมโยงทั้ง 2 แบรนด์กับแบรนด์สมาร์ทโฮม ผ่านการทำตลาดร่วมกันในสื่อต่าง ๆ เช่น บิลบอร์ด, โซเชียลมีเดีย ฯลฯ รวมถึงการออกบูทในงานแฟร์ต่าง ๆ ร่วมกัน หลังเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาเปิดตัวแบรนด์ชิคิว อย่างเป็นทางการในงาน Power Buy Fair 2024 ไปแล้ว ส่วนแบรนด์คุกคูนั้นวางจำหน่ายในแม็คโคร และโลตัส มาประมาณ 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการทำตลาดมากนัก

พร้อมกับทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าแยกตามโพซิชั่นของแต่ละแบรนด์ โดยคุกคูจะเน้นชาวเกาหลีที่ทำงานในไทย และคนไทยที่เคยใช้ชีวิต-ทำงานในเกาหลี ไปจนถึงผู้ที่ต้องการหม้อหุงข้าวดีไซน์ทันสมัย แตกต่างจากหม้อในท้องตลาด ส่วนชิคิวจะมุ่งตลาดระดับกลาง เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์จีนอื่น ๆ โดยส่งสินค้าเข้าช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ ทั้งโมเดิร์นเทรด อาทิ โฮมโปร และร้านดีลเลอร์

ยึด 5 ยุทธศาสตร์ฝ่ามรสุม

นายธวัชกล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันสำหรับแบรนด์สมาร์ทโฮมในช่วงโค้งท้ายนี้เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่จำนวน 16 SKU แบ่งเป็นสินค้าสำหรับชิงดีมานด์การซื้อของขวัญโดยเฉพาะ จำนวน 10 SKU อาทิ หม้อสุกี้ไซซ์เล็ก, หม้อสุกีบาร์บีคิว 6 ลิตร, เครื่องต้มไข่ และอื่น ๆ โดยจะวางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างโลตัส และบิ๊กซี

ส่วนอีก 6 SKU จะเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมและฟังก์ชั่นพิเศษ เช่น เตาอินดักชั่นแบบผัดได้ กระติกน้ำร้อนดีไซน์ใหม่พร้อมฟังก์ชั่นกำหนดอุณหภูมิ และเครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทจะขยายไลน์อัพสินค้าทำความเย็นให้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อรับดีมานด์จากสภาพอากาศในฤดูร้อน

โดยขณะนี้บริษัททยอยสั่งสินค้าสำหรับช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้าแล้ว พร้อมเพิ่มปริมาณให้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอีก 20% รวมถึงอัพเกรดระบบโลจิสติกส์ ทั้งหาคลังสินค้า และผู้ขนส่ง วางแผนรองรับสินค้าที่จะทยอยเข้ามาตั้งแต่ตุลาคม-ธันวาคม เพื่อรองรับดีมานด์ที่คาดว่าจะพุ่งสูงและการหยุดยาวของโรงงานในจีนช่วงตรุษจีน

ด้านการทำตลาดยังคงย้ำด้านความเชื่อมั่นจากการรับประกัน 3 ปี ในราคาจับต้องได้ แม้จะมีความท้าทายจากความผันผวนของค่าเงิน และค่าขนส่งก็ตาม ซึ่งบริษัทรับมือด้วยการเพิ่มความเข้มข้นของการควบคุมคุณภาพ โดยนำนโยบายตรวจสอบสินค้าแบบ 100% ตั้งแต่ฝั่งโรงงานในจีนมาใช้ รวมถึงนำสินค้าที่ถูกส่งคืนมาวิเคราะห์หาสาเหตุและนำมาปรับปรุงในลอตต่อ ๆ ไป เพื่อลดโอกาสสร้างความไม่พอใจให้ลูกค้าให้ต่ำที่สุด ขณะที่สร้างความเชื่อมั่นทั้งกับลูกค้าและร้านค้าที่รับสินค้าไปจำหน่าย

พร้อมกันนี้ยังกระตุ้นการตัดสินใจซื้อบนออนไลน์ ด้วยการสร้างคอนเทนต์วิดีโออธิบายสินค้าและการใช้งานทุกแง่มุมอย่างละเอียด ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่พบบ่อยของสินค้าบางตัวเผยแพร่ทางออนไลน์และโซเชียลอย่าง Line, เว็บไซต์ และอื่น ๆ ตอบโจทย์ของการขายผ่านออนไลน์ ซึ่งไม่มีพนักงานขายช่วยอธิบายหรือตอบคำถามของผู้บริโภค เหมือนการซื้อผ่านหน้าร้าน

ทั้งนี้ มั่นใจว่าด้วยแบรนด์ใหม่ และกลยุทธ์การทำตลาด รวมถึงการสำรองสินค้าล่วงหน้า จะไม่เพียงผลักดันให้ยอดขายบรรลุเป้า 1,100 ล้านบาทที่วางไว้ แต่อาจสามารถขยับไปได้ถึง 1,400 ล้านบาทอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมาร์ทโฮม เครื่องใช้ไฟฟ้า