เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต. เล็งออกใบอนุญาต ผู้ให้บริการ “รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล” เพิ่มอีก 1 ราย

09 ต.ค. 2567 | 15:19น.

ก.ล.ต. เตรียมออกใบอนุญาต ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล อีก 1 ราย โดยเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หลังมีผู้ได้รับใบอนุญาตแล้ว 1 ราย เล็งปรับเกณฑ์เพิ่มโอกาสมีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลายขึ้น คาดบังคับใช้ภายในไตรมาส 4/67

วันที่ 9 ตุลาคม 2567 นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้า ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custodial Wallet Provider) โดยมีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 1 ราย (ยังไม่เริ่มประกอบธุรกิจ)

และมีผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต 1 ราย (อยู่ระหว่างพิจารณา) นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะมีผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคาดว่าประกาศดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับภายในไตรมาส 4 ปี 2567

“ก.ล.ต. คาดหวังว่าผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้ามาส่งเสริมให้ระบบนิเวศของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีความสมบูรณ์ ลดความเสี่ยงจากการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปฝากไว้กับ Custodial Wallet ในต่างประเทศ และเพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สินของลูกค้าได้มากขึ้นด้วยระบบงานที่มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า”

ส่วนความความคืบหน้าโครงการ Digital Asset Regulatory Sandbox ปัจจุบันมีภาคเอกชนเข้ามาหารือแล้วประมาณ 10 ราย (ยังไม่ได้ยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการ) ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการ Enhanced Sandbox ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใน Theme Programmable Payment และส่วนที่เป็น Digital Asset Sandbox ของ ก.ล.ต. อย่างเดียว

ด้านการปรับปรุงร่างประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับบทระวางโทษปรับเป็นเงินกับสมาชิกตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเสนอ คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงร่างประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับบทระวางโทษปรับเป็นเงิน

กับสมาชิกตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเสนอ ซึ่งได้มีการจัดกลุ่มลักษณะการกระทำผิดใหม่ และการกำหนดบทระวางโทษปรับเป็นเงินให้เหมาะสมในแต่ละกรณี เพื่อให้มีความชัดเจนและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้บทระวางโทษปรับเป็นเงินในแต่ละลักษณะการกระทำผิดมีความชัดเจนและเหมาะสม โดยมีการกำหนดระดับความรุนแรงของลักษณะการกระทำผิดและระวางโทษที่สะท้อนกับความผิด ตัวอย่างเช่น กรณี Naked Short Selling ถือเป็นลักษณะการกระทำผิดที่มีระดับรุนแรงมาก

บทระวางโทษปรับเป็นเงินต่อลักษณะการกระทำผิดจึงมีอัตราโทษปรับ 3 เท่าของกำไรที่ได้รับ แต่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เป็นต้น

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯได้กำหนดบทบัญญัติการเพิ่มโทษ สำหรับกรณีกระทำผิดโดยจงใจหรือเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้า หรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์ฯโดยสามารถปรับเพิ่มได้อีกไม่เกิน 10 ล้านบาท และตลาดหลักทรัพย์ฯได้กำหนดแนวทางการพิจารณาความผิดและลงโทษสมาชิกที่ใช้ภายใน เพื่อกำหนดโทษปรับเป็นเงินที่แน่นอน

มีการกำหนดปัจจัยเพิ่ม-ลดโทษอย่างชัดเจน ไม่เปิดช่องให้มีการใช้ดุลพินิจได้มากจนเกินสมควร และนำมาใช้บังคับกับสมาชิกทุกรายด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยจะมีผลใช้บังคับกับการกระทำผิดของสมาชิกที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์บทระวางโทษใหม่ มีผลใช้บังคับเป็นต้นไป