เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
Biz Movement วาโก้สานต่อโครงการ Princess Collection จากพระดำริ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
Finance กสิกรไทย ก้าวสู่เกตเวย์ Swift Payments Scheme แห่งแรกของธนาคารไทย
ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
Finance ก.ล.ต. เปิดปมเครือข่ายข้ามชาติ อำพรางถือหุ้น VGI เกิน 25% เลี่ยงเทนเดอร์ฯ
แอดไวซ์ คว้า ‘Best Places to Work 2026’ ตอกย้ำองค์กรตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
Economic แอดไวซ์ คว้า ‘Best Places to Work 2026’ ตอกย้ำองค์กรตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
รัฐคาดเทงบฯ ครม.สัญจร อุดรฯ ไม่ถึงพันล้าน ‘อนุทิน’ จี้รัฐมนตรีช่วยภาคเกษตร
Politics รัฐคาดเทงบฯ ครม.สัญจร อุดรฯ ไม่ถึงพันล้าน ‘อนุทิน’ จี้รัฐมนตรีช่วยภาคเกษตร
ธุรกิจใหม่ 9 เดือน แตะ 6.8 หมื่นราย โต 1.4% แต่ยอดเลิกกิจการพุ่ง 16%
Economic ธุรกิจใหม่ 9 เดือน แตะ 6.8 หมื่นราย โต 1.4% แต่ยอดเลิกกิจการพุ่ง 16%
คิกออฟ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ล้านครัวเรือน คาดช่วยลดค่าไฟปีละ 2.45 หมื่นล้าน
Politics คิกออฟ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ล้านครัวเรือน คาดช่วยลดค่าไฟปีละ 2.45 หมื่นล้าน
สภาพัฒน์ เร่งปรับการคำนวณเศรษฐกิจเป็น Chain-linking ให้วางแผนแม่นยำขึ้น
Politics สภาพัฒน์ เร่งปรับการคำนวณเศรษฐกิจเป็น Chain-linking ให้วางแผนแม่นยำขึ้น
SABINA x GC อัปไซเคิลขวดพลาสติกเป็นถุงเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง
SD SABINA x GC อัปไซเคิลขวดพลาสติกเป็นถุงเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง
สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
Politics สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
ดูทั้งหมด

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ก.ย. ต่ำสุดในรอบปี’67 น้ำท่วมทุบเศรษฐกิจ 5 หมื่นล้าน

16 ต.ค. 2567 | 13:22น.

ส.อ.ท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.ย. 2567 ร่วงแตะระดับ 87.1 ต่ำสุดในรอบปี 2567 เหตุน้ำท่วมทุบเศรษฐกิจอ่วม 30,000-50,000 ล้านบาท แนะรัฐออกมาตรการเศรษฐกิจปลายปี หวังเงินหมื่นเฟส 2 กระตุ้น 3 เดือนสุดท้าย หลังเงินหมื่นรอบแรกกลุ่มเปราะบางเพิ่มการจับจ่ายในประเทศ

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกันยายน 2567 อยู่ที่ระดับ 87.1 ปรับตัวลดลง จาก 87.7 ในเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลง 2 เดือนต่อเนื่องและต่ำสุดในรอบปี 2567

น้ำท่วมทุบเศรษฐกิจอ่วม 3-5 หมื่นล้านบาท

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่การเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงพื้นที่การท่องเที่ยว และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม มูลค่าสูงถึง 30,000-50,000 ล้านบาท

ขณะที่กำลังซื้อในประเทศลดลงจากปัญหาหนี้ครัวเรือน ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย และการบริโภคสินค้าคงทนชะลอตัวลง ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน สะท้อนจากยอดขายในประเทศช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. 2567) ของรถยนต์ลดลง 24% และรถจักรยานยนต์ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ส.อ.ท.นำเสนอมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 4 ด้าน ได้แก่

1.ด้านการเงิน ประกอบด้วย 1) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างน้อย 12 เดือน 2) ลดค่างวด 50% และลดดอกเบี้ย 1% นาน 12 เดือน 3) กู้ซ่อมแซมบ้านและสถานประกอบการได้ 100% ดอกเบี้ยต่ำ 4) เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1% เพื่อหมุนเวียนและฟื้นฟูกิจการจากสถาบันการเงินของรัฐ หรือกองทุนประชารัฐจากกระทรวงอุตสาหกรรม

2.ค่าสาธารณูปโภค ประกอบด้วย 1) ไม่ต้องชำระค่าไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ SMEs ประจำเดือน ต.ค.-พ.ย. 2567 2) ยกเว้นการเก็บค่าน้ำประปาและค่าบริการทั่วไป สำหรับที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ SMEs

3.ค่าธรรมเนียมของกระทรวงอุตสาหกรรม ขอขยายระยะเวลาลงทะเบียนโรงงานที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติน้ำท่วม จากสิ้นสุด 31 ต.ค. 2567 เป็น 30 พ.ย. 2567

4.ด้านภาษี ประกอบด้วย 1) เครื่องจักรและวัตถุดิบสามารถย้ายออกจากโรงงานไปยังสถานที่อื่นหรือส่งออกในกรณีฉุกเฉินได้ โดยขออนุญาตจากสำนักงาน BOI สามารถกระทำได้ภายหลัง 2) สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรที่นำเข้ามาเพื่อทดแทนเครื่องจักรที่เสียหายจากเหตุอุทกภัย 3) ยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบที่นำเข้า ตามมาตรา 36 ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย 4) ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีมาตรการยกเว้นการเก็บภาษีกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในบางรายการ

นอกจากนี้ ความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบฯลงทุนในโครงการของภาครัฐ ส่งผลให้ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างชะลอลง อีกทั้งปัญหาการทุ่มตลาดของสินค้าจีนยังส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของไทย ขณะที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญการแข่งขันสูง การแข็งค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วกดดันภาคการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก อีกทั้งเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากระดับ 34.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเดือน ส.ค. 2567 เป็น 33.52 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเดือน ก.ย. 2567

“กกร.มองว่าประเทศไทยเป็นประเทศเน้นการส่งออกเป็นหลัก จากที่เคยอ่อน 36 บาทต่อดอลลาร์ ขึ้นมาแข็งค่าที่ 32 บาทต่อดอลลาร์ ดังนั้นกรอบอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่เหมาะสมอยู่ที่ระดับ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นเรตที่สามารถแข่งขันได้” นายอิศเรศกล่าว

เงินหมื่นกระตุ้นกำลังซื้อ

นายนาวายังกล่าวอีกด้วยว่า ปัจจัยบวกจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านการแจกเงินสด 10,000 บาท ให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการจำนวน 14.5 ล้านราย ช่วงวันที่ 25-30 ก.ย. 2567 ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 8 เดือน 26,005,295 คน ขยายตัว 30% สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ มูลค่า 1,214,681 ล้านบาท และภาคการส่งออก ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของอุปสงค์ในตลาดโลก อาทิ สหรัฐ จีน อาเซียน ยุโรป อินเดีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง เป็นต้น

และอัตราค่าระวางเรือ (Freight Rate) ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งลดลง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ เศรษฐกิจในประเทศ 67.3% อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) 48.1%

หวังเงินหมื่นเฟส 2 หนุนเศรษฐกิจสิ้นปี’67

ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ กล่าวว่า ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 96.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 95.2 ใน ส.ค. 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มาตรการเสริมสภาพคล่องเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

รวมถึงมาตรการ 10,000 บาท เฟส 2 จะหนุนเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2567 การขยายตัวของการท่องเที่ยวในช่วง High Season และอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าของไทยในสินค้าปิโตรเคมี ยางพารา สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงภาคการท่องเที่ยว การส่งออกยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี

แต่มีปัจจัยที่ผู้ประกอบการยังคงห่วงกังวล ได้แก่ สภาพอากาศที่แปรปรวนจากลานีญา กระทบต่อวัตถุดิบในภาคเกษตร ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเสี่ยงต่อภาคการส่งออก และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อาจส่งผลต่อนโยบายการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ค่าดัชนียังอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอยู่ในระดับที่ไม่ดี

แนะ ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%

1.ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและลดความผันผวน รวมถึงพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน

2.ขอให้ภาครัฐพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติที่มีความแม่นยำถูกต้อง และสามารถแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ (Real Time)

3.เสนอให้ภาครัฐพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2567 เช่น มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ

“ส.อ.ท.อยากเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พิจารณาเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่คงไว้ 2.5% ซึ่งเป็นระยะเวลานานพอสมควร มองว่าหากปรับลดลงได้ 0.25% จะสามารถช่วยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้“ นายนาวากล่าว